(ต่อ 2) ข้อมูลการสร้างภาพยนตร์เรื่อง "Queen of the Damned" จากวอร์เนอร์ บราเดอร์ส - newswit
กรุงเทพฯ--22 ก.พ.--วอร์เนอร์ บราเดอร์ส ทั้งไรเมอร์และซาราเลอกุยต่างเห็นว่า Queen of the Damned เป็นหนังที่มีหลายแง่มุมมากกว่าหนังประเภทเดียวกันในอดีต ซาราเลอกุยว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวแสดงเกือบทุกคนเป็นแวมไพร์ และที่ไม่ธรรมดาคือแวมไพร์กลับไม่ใช่ตัวร้ายของเรื่อง จากหนังเรื่องนี้เราได้รู้ถึง - ความหวัง ตัณหา เป้าหมาย ความบกพร่อง - และความว้าเหว่ของพวกเขาที่เกิดจากสิ่งที่ถูกจำกัดไว้ เราเริ่มจะเข้าใจว่าถึงแม้เหล่าแวมไพร์จะดื่มเลือดเป็นอาหารเพื่อความอยู่รอด พวกมนุษย์เองก็ไม่ได้ต่างอะไรจากพวกเขาถ้าเราจะคิดให้ดี ทีมงานภาคภูมิใจกับงานสร้างสรรค์ใน Queen of the Damned เท่าๆ กับที่รู้สึกเป็นเกียรติว่าภาพยนต์นี้เป็นผลงานสุดท้ายที่แสดงให้เห็นความสามารถเต็มเปี่ยมของอาไลยาห์ในความเป็นศิลปิน "ผมคิดว่าเป็นผลงานสุขปนเศร้าของอาไลยาห์ เพราะเธอได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถยอดเยี่ยมในการเป็นนักแสดง เธอพิเศษสุดและสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นก็อยู่ในภาพยนต์เรื่องนี้ นักแสดง สจ๊วต ทาวน์ดเซนด์ (เลสตัด) เมื่อไม่นานนี้รับบทในหนังเบาสมอง About Adam กับเคท ฮัดสัน และ ฟรานเซส โอ คอนเนอร์ และจะมีผลงานในหนังแอ็คชั่นระทึกใจ 24-hour ของ ลูอิส มันโดกิ ซึ่งแสดงร่วมกับ เควิน เบคอน คอร์ทนี่ย์ เลิฟ และ ชาร์ลิซ เธรอน ผลงานที่ได้รับรางวัลในปี 1998 คือ Resurrection Man ต่อจาก Shooting Fish ซึ่งกำกับโดย สตีเฟน ชวาร์ทซ และ Simon Magus เขียนบทและกำกับโดย เบน ฮอปกินส์ เรื่อง The Venice Project ของ โรเบิร์ต ดอร์นเฮล์ม และ Wonderland กำกับโดยมาร์ค อีแวนส์ ผลงานเรื่องแรกของทาวน์เซนด์คือ Trojan Eddie ของ กิลลี่ส์ แม็คคินนอน อาไลยาห์ (อคาช่า) แสดงภาพยนต์เรื่องแรกกับ เจ็ท ลี ในเรื่อง Romeo Must Die ผลิตโดย โจเอล ซิลเวอร์ ให้กับวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิคเจอร์ส ในปี 2000 ผลงานอันโดดเด่นของเธอถูกรับประกันด้วย 2 รางวัลจาก MTV สำหรับการแสดงฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม และ นักแสดงฝ่ายหญิงที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยม เพลงประกอบภาพยนต์ Romeo Must Die ซึ่งอาไลยาห์ขับร้องร่วมกับผู้แสดงนำ DMX ครองอันดับ 1 ใน Billboard soundtrack chart เป็นเวลาหลายสัปดาห์ และผลงานซิงเกิ้ลของเธอ Try Again ซึ่งมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้รับรางวัล มิวสิควิดีโอนักร้องหญิงยอดเยี่ยม และ มิวสิควิดีโอยอดเยี่ยมจากภาพยนต์ ของ MTV ผลงานเพลงประกอบภาพยนต์อื่นๆ ของอาไลยาห์ประกอบด้วย Are You That Somebody จาก Dr. Dolittle และ Journey To The Past จาก Anastasia ซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Academy Award นอกจากนี้ยังมีผลงานเพลงประกอบละคร Music of the Heart ในปี 1999 และ ละครเบาสมอง Next Friday ในปี 2000 Age Ain't Nothing But A Number เป็นอัลบั้มแรกของอาไลยาห์ในปี 1994 ซึ่งได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้นจากเพลง Back and Forth ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 5 ของ Billboard Hot 100 และเป็น No. 1 R & B Song อัลบั้มต่อมา One In A Million อยู่ในอันดับ multi platinum และ ซิงเกิ้ล If Your Girl Only Knew ได้ double platinum ส่วนอัลบั้มที่สามในปี 2001 ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ เหมือนเคยและครองอันดับ 1 ใน Billboard album chart อาไลยาห์ได้รับรางวัล 2001 American Music Awards ในฐานะ Favourite Female Artist : Soul and Rhythm & Blues และ Favourite Album : Rhythm & Blues อันเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากทั้งแฟนเพลงและนักวิจารณ์ เสียงอันมหัศจรรย์และพรสวรรค์ของเธอส่งผลให้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองด้านเพลง Rhythm & Blues และ Best Vocal Performance ความสำเร็จอันเหลือเชื่อของเธอทั้งงานเพลงและการแสดงทำให้เธอชนะใจบรรดาผู้ชื่นชอบทั่วโลก มาร์เกอริต มอโรว์ (เจส รีฟส์) มีผลงานล่าสุดในเรื่อง Wet Hot American Summer ร่วมกับ จานีน การาฟาโร และเดวิด ไฮด์ เพียซ ซึ่งถูกส่งเข้าประกวดที่ Sundance Film Festival เรื่องต่อไปที่จะแสดงคือ Firestarter:Rekindled ร่วมกับ เดนนิส ฮอปเปอร์ จากเรื่องเดิมที่เคยเป็นมินิซีรี่ส์ของช่องไซ-ไฟ จากนวนิยาย Firestarter โดยสตีเฟน คิง มอโรว์ สำเร็จการศึกษาจาก วาสเซอร์ คอลเลจ ในปี 1999 และเริ่มการแสดงเป็นตัวเอกในสารคดีล้อเลียน Off the Lip และ Wall to Wall Records ให้กับวอร์เนอร์บราเดอร์ส เทเลวิชั่น เธอมีผลงานใน Rave MacBeth ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องสมัยใหม่จากบทละครของเช็คสเปียร์ ซึ่งจะเป็นหนังเรื่องแรกที่ถ่ายทำโดยกล้องรุ่นใหม่ของโซนี่ 24-p (progressive scanning) 1080ผลงานด้านการแสดงของมอโรว์สมัยแรกจากเรื่อง The Mighty Ducks ซึ่งส่งผลให้เธอได้รับบทเดิมอีกในผลงานที่ต่อเนื่องมาอีกสองภาควินเซนต์ เปเรซ (มาเรียส) จบการศึกษาด้านอนุรักษ์การละครจากฝรั่งเศส ล่าสุดมีผลงานจากเรื่อง Bride of the Wind กำกับโดย บรูซ เบเรสฟอร์ด I Dreamed of Africa, Swept From The Sea และ จาก HBO เรื่อง Shot Through The Heart ก่อนมาแสดงภาพยนต์อเมริกันเรื่องแรก The Crow : City of Angels เปเรซเคยแสดงความสามารถร่วมกับเจราร์ด เดอปาดิเออ ใน Cyrano De Bergerac และกับ แคธรีน เดอเนอฟ ใน Inchine ซึ่งได้รับรางวัล Academy ในปี 1993เขามีผลงานการแสดงมากว่า 20 เรื่อง อาทิเช่น Beyond The Clouds, Capitaine Fracasse, Fanfani และ La Reine Margot (Queen Margot) กับอิสสาเบล อาจานี ซึ่งชนะรางวัลภาพยนต์ที่เมืองคานส์ เรื่อง Life Line, Gardien De Nuit, La Maison De Jade และเรื่องที่ได้รางวัลเทศกาลหนังเมืองคานส์ ในปี 1998 Ceux Qui M'Aiment Prend Le Train (Those Who Love Me Can Take the Train) ในเรื่องล่าสุด Lebossu เปเรซรับบทอันธพาลและได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Cesar Award ที่ฝรั่งเศสในปี 1992 เปเรซเคยมีผลงานกำกับหนังสั้นเรื่อง L'Exchange และเรื่อง Rein Dire ซึ่งได้รับเรื่องอย่างเป็นทางการที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ ในปี 1999ลีนา โอลิน (มาฮาเร็ด) ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Academy มีชื่อเสียงทั้งด้านความงามและความสามารถทั้งโดยผู้ชมและนักวิจารณ์ ภาพยนต์เรื่องต่อไปที่เธอแสดงร่วมกับแอนนา พาควิน คือ Darkness ของค่าย Miramax/Dimension ก่อนหน้านี้เธอแสดงใน Chocolat ของแลส ฮอลสตรอม ซึ่งมีความโดดเด่นจนได้เข้าชิงรางวัล ตัวประกอบหญิงยอดเยี่ยม จาก British Academy Award ใน Mystery Men คู่กับ เจฟฟรี รัช วิลเลี่ยม เอช เมซี่ และเบน สทิลเลอร์ และในเรื่อง The Ninth Gate ของ โรมัน โปลันสกี คู่กับ จอห์นนี่ เดพ ผลงานภาพยนต์อเมริกันเรื่องแรกของโอลินในปี 1988 คือ The Unbearable Lightness of Being กับแดเนียล เดย์-ลูอิส ในเรื่อง Enemies: A Love Story อันโด่งดัง ที่เธอแสดงกับ รอน ซิลเวอร์ และแอนเจลา ฮุสตัน ทำให้เธอได้รับรางวัลผู้แสดงหญิงยอดเยี่ยม จาก New York Film Critics Award อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Academy Award อีกด้วย ในเรื่อง Romeo Is Bleeding กับ แกรี่ โอลด์แมน และเรื่อง Night and the Moment กับ วิลเลม เดโฟ ใน Havana ของซิดนีย์ พอลลาค กับโรเบิร์ต เรดฟอร์ด, Mr. Jones กับ ริชาร์ด เกียร์ และใน Fanny and Alexander กำกับการแสดงโดย อิงค์มาร์ เบิร์กแมน ทีมงาน ไมเคิล ไรเมอร์ (ผู้กำกับการแสดง) เป็นชาวออสเตรเลียโดยกำเนิด เขาได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผลงานบทประพันธ์และกำกับการแสดงชิ้นแรกของเขา Angel Baby ซึ่งได้รับถึง 7 รางวัลจาก Australian Film Insititute Awards ได้แก่ ภาพยนต์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนต์ยอดเยี่ยม, ผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม, ผู้แสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม,และลำดับภาพยอดเยี่ยม และยังได้รับอีก 4 รางวัลจาก Australian Film Critics Circle Awards, Writers Guild of Australia Award รางวัลบทภาพยนต์ยอดเยี่ยม Australian Human Rights Commission Award สำหรับภาพยนต์ยอดเยี่ยม และรางวัลอื่นๆอีกมาก ล่าสุดไรเมอร์เขียนบทและกำกับการแสดงเรื่อง Parfume นำแสดงโดย พอล ซอวิโน เจฟ โกล์ดบลัม ปีเตอร์ กาลลาเกอร์ ริต้า วิลสัน และ เอสเตลลา วอร์เรน เปิดตัวครั้งแรกที่ 2001 Sundance Film Festival ผลงานดีเด่นอื่นๆ ยังมี หนังได้รับรางวัลเรื่อง In Too Deep แสดงโดย โอมาร์ เอพพ์ส แอลแอล คูล เจ สแตนลี่ย์ ทุคซี่ และ แพม ไกรเออร์ และเรื่อง Allie & Me แสดงโดย ไดแอน แคนนอน และแฮรี่ แฮมลิน ยอร์ก ซาราเลอกุย (ผู้อำนวยการสร้าง) บริษัทของเขามีผลงานสร้างภาพยนต์มากมายร่วมกับวอร์เนอร์ บราเดอร์ส รวมทั้ง Showtime นำแสดงโดย โรเบิร์ต เดอนีโร เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ เรเน รัสโซ ที่กำลังจะออกฉาย และผลงานปี 2000 เรื่อง Red Planet เขายังเป็นผู้บริหารและดำเนินงานสร้างเรื่อง The Time Machine ซึ่งนำแสดงโดย กาย เพียซ กำหนดออกฉายในปีนี้ ซาราเลอกุยเริ่มงานกับวอร์เนอร์ บราเดอร์สในปี 1998 ในฐานะผู้อำนวยการสร้างหลังจากทำงานให้กับทเวนตี้ เซ็นจูรี่ฟอกซ์มาว่า 20 ปี และได้รับตำแหน่งรองผู้บริหารด้านการผลิต ผลงานมีชื่อในช่วงการทำงานกับฟอกซ์ คือ Speed, Independence Day, Broken Arrow, Die Hard With A Vengeance, Alien Resurrection ก่อนทำงานที่ฟอกซ์ ซาราเลอกุยเคยเป็นนักประพันธ์นวนิยายในซานฟรานซิสโกสก็อต แอ็บบ็อท (บทภาพยนต์) ผลงานอันน่าประทับใจของเขา อาทิ เช่น Introducing Dorothy Dandridge ปี 1999 และ Winchell ปี 1998 ทั้งสองเรื่องได้รับรางวัลเอ็มมี่ กับ HBO ผลงานอื่นๆ เช่น บทโทรทัศน์ เรื่อง Breach of Conduct และที่กำลังดำเนินการสร้างอยู่เช่น DMZ ของพาราเมาท์ พิคเจอร์ส และ Escape From Libby Prison ของวอร์เนอร์บราเดอร์สไมเคิล เพโทรนี่ (บทภาพยนต์) ผลงานเด่นได้แก่ The Dangerous Lives of Altar Boys นำแสดงโดย โจดี้ ฟอสเตอร์ และวินเซนท์ โดโนฟริโอ บทโทรทัศน์ Miracles ของ ABC, Revelation ของวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิคเจอร์ส กับแดนนี่ เดอวิโต และ Further Down The Line เขียนให้กับจูเลีย โรเบิร์ต ที่ Revolution Studios ไมเคิลกำลังดัดแปลงบท The Long Green Shore ให้เป็นบทภาพยนต์ที่จะเป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของรัสเซล โครว์ เขายังได้ประพันธ์และกำกับเรื่อง 'Till Human Voices Wake Us นำแสดงโดยกาย เพียซ และ เฮเลนนา บอนแฮม คาร์เตอร์ ซึ่งบทภาพยนต์ของเขาเคยได้รับรางวัลจาก WGA/Scenerio Magazine ในปี 1996 ในฐานะนักเรียนของ American Film Institute ซู อาร์มสตรอง (ผู้บริหารและดำเนินงานสร้าง) ผลงานที่เคยผ่านฝีมือเธอในขณะที่เป็นรองผู้บริหารด้านการผลิตที่ ฮอลลีวู้ด พิคเจอร์ส / วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส ได้แก่ Crimson Tide, Dangerous Mind, The Santa Clause. Unstrung Heroes, Funny Bones, Jack, Spyhard, The Rock. เธอเคยมีผลงานสร้างเรื่อง Good Will Hunting ซึ่งกวาดกว่า 12 รางวัลตัวประกอบชายยอดเยี่ยม บทภาพยนต์ยอดเยี่ยม จาก Academy Awards และ บทภาพยนต์ยอดเยี่ยม จาก Golden Globe Award และ ผลงานภาพยนต์ยอดเยี่ยมประจำปีจาก PGA Golden Laurel Award ผลงานสร้างดีเด่นยังมี The Last Of the Blonde Bombshells ของ Working Title Television ได้รับรางวัล Golden Globe RKO 281 ของ HBO รวมทั้ง Shot Through The Heart ของ HBO และ The Punisher (ร่วมสร้าง) เคยทำงานในตำแหน่งผู้บริหารด้านการผลิตให้ Mad Max Beyond Thunderdome กำกับโดย จอร์จ มิลเลอร์ ผลงานอื่นๆยังมี Gallipoli ร่วมกับผู้กำกับการแสดง ปีเตอร์ เวียร์ และ Until The End Of The World ให้กับ วิม เวนเดอร์สแอนดรู เมสัน (ผู้บริหารและดำเนินงานสร้าง) มีผลงานอีกหลายเรื่องที่กำลังดำเนินงานสร้างให้กับวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิคเจอร์ส อยู่ อาทิ เช่น Scooby-Doo ภาพยนต์แอ็คชั่นดัดแปลงนำแสดงโดย แมทธิว ลิลลาร์ด, เฟรดดี้ พรินซ์ จูเนียร์, ซาร่า ไมเคิล เกลลาร์ และลินดา คาร์เดลลินี กำหนดฉายเดือนมิถุนายนนี้ และ Down and Under นำแสดงโดย เจอรี่ โอ คอนแนล และ เอสเตลลา วอร์เรน ซึ่งเป็นงานสร้างที่ร่วมกันระหว่างวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิคเจอร์สและคาสเซิล ร็อค เอนเตอร์เทนเมนท์ผลงานยอดนิยมของเมสันที่ทำให้กับวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิคเจอร์ส และวิลเลจ โรดโชว์คือเรื่อง The Matrix ซึ่งเขากำลังดำเนินงานอีกสองภาคต่ออยู่ นำแสดงโดย คีนู รีฟส์ ผลงานเด่นเรื่อง Dark City ทำให้กับ นิวไลน์ซีเนม่าในปี 1998 และกำลังผลิตเรื่อง Swimming Upstream นำแสดงโดย เจฟฟรีย์ รัช และจูดี้ เดวิส เมสันเริ่มทำงานในปี 1970 โดยเป็นผู้ลำดับภาพหนังสารคดีและหนังโฆษณา ในบริษัทโฆษณาที่ประสพความสำเร็จอย่างสูง เป็นเจ้าของห้องแล็บ และก่อตั้งบริษัท visual-effects แห่งแรกของออสเตรเลีย ในปี 1990 เขาร่วมกับ อเล็กซ์ โพรยา ผลิตมิวสิควิดีโอและโฆษณา เมสันรับตำแหน่งผู้ควบคุม visual-effects และผู้กำกับกองถ่ายที่ 2 ให้กับเรื่อง The Crow ของโพรยาบริษัท ซิตี้ โปรดักชั่น ของเมสัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ซิดนีย์ เป็นผู้ผลิตผลงานให้กับบริษัททั้งในและนอกประเทศออสเตรเลีย (ยังมีต่อ) -สส-