ข้อมูลการสร้างภาพยนตร์เรื่อง "Queen of the Damned" จากวอร์เนอร์ บราเดอร์ส - newswit

กรุงเทพฯ--22 ก.พ.--วอร์เนอร์ บราเดอร์ส Queen of the Damned ข้อมูลการสร้าง ความกระหายที่จะมีชีวิตของเขาทำให้เธอลุ่มหลง ความกระหายในชื่อเสียงของเขาพลิกฟื้นชีพเธอ ความกระหายในพลังของเขาอาจสังหารเราทุกคน เลสตัด (สจ๊วต ทาวน์เซนด์) แวมไพร์แห่งตำนานได้ตื่นจากการหลับไหลอันยาวนานนับศตวรรษโดยตั้งใจที่จะเปิดเผยตัวตน เขาไม่อยากที่จะแฝงตัวในเงามืดอีกต่อไป และเพื่อให้เขาสามารถปะปนอยู่กับมนุษย์ที่ไม่รู้ว่าเขาคืออะไร เลสตัดจึงแปลงโฉมของเขาให้เป็นสิ่งที่ผู้คนในโลกนี้บูชาด้วยการเป็น ราชาเพลงร็อค เสียงเพลงอันเร้าใจของเขาดังกระหึ่มซอกซอนไปทั่วโลก และในที่สุดก็ไปถึงหูของราชินี อคาช่า (อาไลยาห์) ผู้หลับไหลมานานหลายพันปีในก้นบึ้งภูเขาน้ำแข็งอาร์คติค เธอผู้เป็นเสมือนมารดาผู้สร้างของเหล่าแวมไพร์เฝ้าคอยเวลาที่เหมาะสมแก่การคืนชีพเพื่อยึดครองโลก เพลงของเลสตัดคือสิ่งที่เธอรอ และเขาคือผู้ควรคู่ที่จะครองโลกคู่กับเธอ จะมีใครหยุดอคาช่าได้หรือไม่? อำนาจชั่วร้ายของเธออาจแข็งแกร่งเกินการผนึกกำลังต่อต้านจากเหล่าผีดูดเลือดทั้งหลายที่เธอเป็นผู้สร้างและกำชะตาชีวิตเอาไว้ อคาช่าต้องได้ทุกอย่างที่เธอปรารถนา….และสุดยอดปรารถนาของเธอคือนรกบนดิน วอร์เนอร์บราเดอร์สร่วมกับวิลเลจโรดโชว์พิคเจอร์สและเอ็นพีวีเอ็นเตอร์เทนเมนท์ภูมิใจเสนอ Queen of the Damned นำแสดงโดย สจ๊วต ทาวน์เซนด์, อาไลยาห์, และ มาร์เกอร์ริต มอร์โรว์ ร่วมด้วย วินเซนท์ เปเรซ และ ลีนา โอลิน กำกับการแสดงโดย ไมเคิล ไรเมอร์ อำนวยการสร้างโดย ยอร์ค ซาราเลอกุย, บทภาพยนต์โดย สก๊อต แอบบอท และ ไมเคิล เพโทรนี จากเรื่องในนวนิยายชุด The Vampire Chronicles ของ แอน ไรซ์, บริหารและดำเนินงานสร้างโดย ซู อาร์ม- สตรอง, แอนดรู เมสัน, บิล เกอร์เบอร์ และบรูซ เบอร์แมน, กำกับภาพโดย เอียน เบเกอร์.,ออกแบบฉากโดย เกรแฮม "เกรซ" วอล์คเกอร์, ลำดับภาพโดย เดนี คูเปอร์, ดนตรีประกอบโดย ริชาร์ด กิบส์ และโจนาธาน เดวิส Queen of the Damned จัดจำหน่ายทั่วโลกโดย วอร์เนอร์บราเดอร์ส พิคเจอร์ส และ เอโอแอล ไทม์ วอร์เนอร์ และในบางประเทศโดย วิลเลจโรดโชว์ พิคเจอร์ส เนื้อเรื่อง แวมไพร์เลสตัดผู้หลับไหลมานานแสนนาน….สจ๊วต ทาวน์เซนด์ นักแสดงชาวไอริชผู้รับบทเลสตัดผีดูดเลือดทรงสเน่ห์ซึ่งเป็นที่รู้จักดีจาก Interview with the Vampire ของแอนน์ ไรซ์ และเป็นตอนแรกในนวนิยายชุด The Vampire Chronicles กล่าวว่า "เมื่อเลสตัดกลายเป็นผีดูดเลือด เขารู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ที่น่าหลงไหล แต่เขาปลื้มเปรมอยู่เพียงครึ่งชั่วโมงเมื่อสำนึกได้ว่าเขาเป็นอสุรกาย เขาจะไม่มีวันเสวนากับมนุษย์ปุถุชนได้อีกต่อไป นั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งสภาวะตกต่ำ เมื่อรู้ตัวว่าเขาไม่สามารถแฝงเร้นตัวตนอยู่ในเงามืดได้ตลอดกาล ต้องอยู่โดยปราศจากสิ่งประทังชีวิต เลสตัดจึงตัดสินใจที่จะอำลาไปจากสภาพที่ต้องฝืนใจเป็นเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว เขาฝังตัวเองในสุสานลาฟาแยตแห่งนิวออร์ลีนส์ ณ ที่ซึ่งเขาได้สดับเสียงดนตรีในปี 1990 อันทำให้เขาตระหนักว่าเวลาของเขาได้มาถึงแล้ว "เขาถูกฝังไว้เป็นร้อยปีให้หลับไหลโดดเดี่ยวอย่างน่าเบื่อ" ผู้กำกับการแสดง ไมเคิล ไรเมอร์ กล่าว "และเมื่อเขาได้ยินเพลงร็อค เขาคิดว่า อืม มันช่างน่าสนใจ เขาจึงลุกขึ้นมาจากหลุมเพื่อสำรวจ เขาเห็นพวกเด็กหนุ่มๆ ที่เต็มไปด้วยรอยสักและเจาะหู รวมทั้งพวกลักเพศ ในสายตาแวมไพร์จากศตวรรษที่ 18 ผู้ซึ่งเบื่อหน่ายกฎสังคมอันเคร่งครัดของผู้ดีชาวยุโรป ช่างเป็นสุดยอดแห่งการปลดปล่อยของเขาทีเดียว เลสตัดเห็นว่ายุคสมัยที่เต็มไปด้วยสีสันนี้เป็นที่ๆเขาสามารถมีชีวิตที่เปิดเผย โดยไม่ต้องหลบซ่อนจากความจริงกับผู้คนที่จะไม่สงสัยในตัวเขา "เขาอาจตื่นมาและพูดว่า - ฉันเป็นผีดูดเลือด - พวกนักดนตรีจะพากันหัวเราะว่าเขาเป็นเหมือน มาริลีน มอนโร" ไรเมอร์กล่าว "และพลังแวมไพร์ก็ทำให้เขามีความสามารถทางดนตรีอันยอดเยี่ยม ส่งผลให้เขาเป็นราชาเพลงร็อคผู้โด่งดัง" ชื่อเสียงของเลสตัดขจรขจายไปทั่วโลก และเพลงของเขาก็แว่วไปเข้าหูอคาช่า มารดาของเหล่าผีดูดเลือด ในหีบศพอันปลอดภัยของเธอซึ่งถูกดูแลโดยแวมไพร์มาเรียส นักร้องและนักแสดงผู้มีชื่อ อาไลยาห์ รับบท - อคาช่า ผู้หลับไหลมาหลายพันปี เธอสำเหนียกได้จากเสียงอันทรงพลังของเลสตัดว่าเขาคือผู้ที่คู่ควรกับการกลับมาเรืองอำนาจอีกครั้งของเธอในโลกใหม่ "อคาช่าปรากฎตัวและฉกชิงเขาไปครอง" ไรเมอร์กล่าว "แล้วว่า - เจ้าอยากมีชีวิตนอกเงามืดรึ? มากับข้าแล้วเราจะครองโลกด้วยกัน - เลสตัดกลับกลายเป็นเสมือนผู้ช่วยนักมายากลผู้ไม่สามารถควบคุมพลังของตนเองได้อีกต่อไป" สิ่งที่เลสตัดทุ่มเทให้แก่อคาช่านั้นเริ่มจืดจางลงเมื่อเขาได้พบ เจส ซึ่งรับบทโดย มาร์เกอ ริต มอโรว์ หรือเป็นที่รู้จักในนาม คอนนี่ จาก Mighty Ducks ไตรภาค "เจสเป็นมนุษย์คนเดียวในหนังของเรา" มอโรว์กล่าว "เธอเป็นทาลามัสคัน เธอค้นคว้าเกี่ยวกับปรัชญาโบราณและเรื่องเหนือธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็สับสนกับชีวิตตัวเองไม่รู้ว่าจะหาจุดยืนได้ที่ไหน เมื่อเธอได้ใกล้ชิดกับเหล่าแวมไพร์มันกลับทำให้เธอมีชีวิตชีวามากขึ้น กับเลสตัดที่เพียงเจอกันครั้งแรกเธอรู้สึกเหมือนว่าเป็นใครสักคนที่ควรรู้จักเธอ ในขณะที่เป็นที่คลั่งไคล้ของมนุษย์ เลสตัดกลับกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของเหล่าสมาชิกผีดูดเลือด เพราะกฎข้อสำคัญที่สุดของพวกเขาคือต้องไม่เปิดเผยตัวเองกับมนุษย์ จุดอ่อนของพวกผีดูดเลือดคือการถูกตามล่าจากมนุษย์ที่รู้ความจริง เมื่อเลสตัดทำตัวเป็นคนของประชาชนและไม่ปกปิดความลับก็ยิ่งทำให้สมาชิกขุ่นเคืองมากขึ้น "เลสตัดต้องการมีชีวิตปกติ" ซาราเลอกุยขยายความ " เขาคิดว่า ฉันมีพลัง ไม่มีอะไรต้องกลัว ทำไมจะต้องซ่อนตัว? ดังนั้น เขาจึงประพฤติตัวเหมือนวัยรุ่นเพิ่งรู้จักตัวเอง ฮอร์โมนฉีดแรง คุยว่า ไม่เห็นเป็นไรเลย ฉันไม่เคยผิดแม้จะซิ่งรถด้วยความเร็ว 100 ไมล์/ช.ม. โดยไม่เปิดไฟหน้า สนุกดีออก แต่ในที่สุดพวกเขาก็จะรู้ว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ในสังคม เช่นเดียวกับสังคมผีดูดเลือด เพื่อแก้เผ็ดเหล่าแวมไพร์ที่คั่งแค้น เลสตัดวางแผนที่จะเปิดคอนเสิร์ตที่ Death Valley เพื่อเย้ยและยั่วยุ โดยเหล่าสมาชิกจากทั่วทุกมุมโลกพากันมาชุมนุมเพื่อกำจัดผู้ทรยศ ขณะเดียวกับที่อคาช่ากำลังวางแผนกำจัดสมุนทั้งหมด มาเรียสและเหล่าแวมไพร์จะต้องสกัดกั้นเธอให้ได้ก่อนที่เธอจะทำลายทุกผู้ ฝ่ายเจสยอมเสี่ยงตายเพื่อตามติดเลสตัด ใครเล่าจะมีชัย? การคัดเลือกตัวแสดง ในปี 1998 ผู้กำกับไมเคิล ไรเมอร์ ได้เสนอต่อผู้บริหารของวอร์เนอร์ บราเดอร์สว่าสนใจที่จะดำเนินการสร้างภาพยนต์จากหนังสือเรื่องต่อไปในชุด The Vampire Chronicles ของแอน ไรซ์ "เมื่อผมได้อ่านหนังสือชุดนี้ผมรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกที่เธอได้สร้างขึ้นมา และรู้สึกชื่นชมในจินตนาการเกี่ยวกับชีวิตของผีดูดเลือด ผมมักจะมองผ่านตัวหนังสือและคิดว่า ถ้าผีดูดเลือดมีจริงก็คงต้องเจอกับปัญหาพวกนี้แน่ๆ" และเมื่อทางสตูดิโอได้สิทธิ์จากหนังสือชุดนี้พวกเขาก็ยื่นโอกาสอันงามมาให้ไรเมอร์โดยไม่รอช้า ทั้งไรมอร์และยอร์ค ซาราเลอกุย ต่างก็ชื่นชอบเรื่องสยองขวัญเหมือนกัน นวนิยายเรื่องแรกของซาราเลอกุยเป็นเรื่องเกี่ยวกับผีดูดเลือด และไรเมอร์ก็เป็นแฟนตัวยงของหนังสยองขวัญสมัยต้นๆ "ผมหลงไหลหนังของแดรกคิวล่าและผีดูดเลือด" ไรเมอร์เปิดเผย "และให้ความสนใจเป็นพิเศษกับเรื่องจินตนาการเพ้อฝัน เรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติ ผมเห็นว่าพวกปีศาจเป็นพวกนอกรีต น่าเหยียดหยามและสิ่งเหล่านี้ดึงดูดใจผมเป็นอันมาก ในฐานะผู้อำนวยการผลิตเช่นซาราเลอกุย การนำนิยายอย่าง Queen of the Damned มาดัดแปลงเป็นบทภาพยนต์นั้นนับว่าเป็นเรื่องน่าวิตกอยู่พอควร เขากล่าวว่า "เราต้องใช้เวลาศึกษาอยู่นานพอดู เพราะมีเรื่องราวมากมายในนวนิยาย ซึ่งเราต้องหาจุดใหญ่ใจความในอันที่จะกำหนดเนื้อเรื่องในภาพยนต์ เราต้องการเน้นให้เห็นการเริ่มต้นเป็นแวมไพร์ของเลสตัดซึ่งจำเป็นต้องพึ่งเนื้อหาสาระบางตอนจากเรื่อง The Vampire Lestat ที่แสดงให้เห็นแรงบันดาลใจในงานของแอน ไรซ์เป็นอย่างมาก แอน ไรซ์ เจ้าของผลงานผู้มีชื่อเสียงในงานเขียนสยองขวัญเชื่อมั่นว่าผู้สร้างภาพยนต์ทำได้ตรงเป้าหมาย "Queen of the Damned" มีเนื้อหาที่เปี่ยมพลังและแสดงถึงจุดเปลี่ยนในชุด Vampire Chronicles ทุกฉากมีความประณีตและอลังการ ได้รับการกำกับอย่างดีเยี่ยม หรูหราและเปี่ยมกลอุบาย หนังเรื่องนี้ควรจะเข้าอยู่ในอันดับที่ได้รับการกล่าวขวัญเกี่ยวกับการถ่ายทอดเรื่องราวผีดูดเลือดสมัยใหม่ ในปี 1998 ซาราเลอกุยค้นพบผู้ครองบุคลิกเลสตัด เขาได้เลือก สจ๊วต ทาวน์เซนด์ โดยตัดสินจากผลงานเก่าของสจ๊วตจากเรื่อง Resurrection Man ซึ่งเขาแสดงเป็น วิคเตอร์ เคลลี่ ฆาตกรอื้อฉาว "ในฉากแรกของเรื่อง สจ๊วตเดินออกมาจากบ้านพ่อแม่ ยืนอยู่ในสนามจ้องเข้ามาในกล้องแล้วก็แค่นยิ้ม เราเห็นภาพนั้นแล้วคิดกันว่า - นั่นไงเลสตัดของเรา! - เขามีความเซ็กซี่ปนอันตรายอย่างที่เลสตัดควรจะมี และการแสดงออกที่ร้ายกาจอย่างแนบเนียน" "สจ๊วตทำได้เหนือความคาดหมาย" ไรเมอร์กล่าว "เราต้องการนักแสดงที่เป็นราชาเพลงร็อคได้ดีพอๆกับแวมไพร์อย่างที่เลสตัดปรับตัวให้เป็น เราต้องการคนที่สามารถดึงพลังอำนาจออกมา แสดงถึงด้านมืดและความหมกมุ่นของเลสตัด ซึ่งสจ๊วตทำได้ทั้งหมดและยิ่งกว่านั้น" ทาวน์เซนด์ให้ความเห็นว่า "ผีดูดเลือดเป็นส่วนหนึ่งของตำนานของเรา ผมคิดเสมอว่าการได้แสดงเป็นผีดูดเลือดคงน่าสนใจหากได้ทุ่มตัวเองในโลกดั้งเดิมที่แสนจะเร้าอารมณ์ เลสตัดมีบุคลิกที่น่าสนใจ บางครั้งเขาคืออสูรร้าย แต่บางทีเขาเหมือนคนจริงๆ เป็นอะไรที่สับสนแต่ผมสนุกกับมัน" การเฟ้นหาผู้ที่จะมาเป็นอคาช่านั้นยากยิ่งกว่าใคร อคาช่า เป็นอดีตราชินีอียิปต์ผู้ชั่วร้ายและทรงพลัง ถึงแม้ว่าเธอจะปรากฎตัวน้อยกว่าผู้แสดงนำอื่นๆก็ตาม แต่อคาช่าเป็นเจ้าของพลังร้ายซึ่งเป็นตัวดำเนินเรื่อง ผู้รับบทอคาช่าคืออาไลยาห์ นักร้องสาวและดาราชื่อดังผู้ที่เพิ่งเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกเมื่อ 25 สิงหาคม 2001 เมื่ออายุได้เพียง 22 ปี เธอให้สัมภาษณ์ว่า "ฉันชอบเรื่องผีดูดเลือดมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ ฉันมักจะชอบเรื่องไสยศาสตร์ เรื่องลึกลับ และยังสนใจเรื่องอียิปต์โบราณ อคาช่าไม่ได้เป็นแค่ผีดูดเลือดชั่วร้ายเท่านั้น เธอยังเป็นชาวอียิปต์อีกด้วย นั่นคือบทที่เยี่ยมยอดที่สุดที่ฉันอยากแสดง" อาไลยาห์เป็นเด็กสาวที่สดใสเต็มไปด้วยชีวิตชีวาในขณะที่บทนี้ช่างตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง อคาช่าในเงามืด เป็นปิศาจร้ายกาจพอๆกับความอ่อนหวานของอลิย่า และแม้ว่าเธอจะร้ายเพียงใด คุณก็ไม่อาจสะกดอารมณ์ร่วมไปกับเธอในบางฉาก เธอเป็นคนที่ดึงดูดใจอย่างมาก ถึงแม้ว่าคุณจะรู้อยู่เต็มอกถึงความร้ายกาจของเธอ ยอร์ค ซาราเลอกุยจำได้แม่นถึงความประทับใจทันทีที่พบอลิย่า "เธอเป็นคนแรกที่เราเลือก เหมือนการพนันครั้งใหญ่ทีเดียว อลิย่าเพิ่งจะ 21 เท่านั้น และบทนี้ยากมากเพราะอคาช่าเป็นแวมไพร์อายุกว่า 4,000 ปี ซ้ำยังเคยเป็นราชินีแห่งอียิปต์ เธอร้ายกาจและทรงอำนาจ บทนี้ต้องการผู้แสดงที่สามารถเรียกความนับถือจากเหล่าสมุนรุ่นโบราณทั้งหลาย" ไรเมอร์เสริมว่า "ผมค่อนข้างวิตกเพราะอาไลยาห์ไม่ได้ถูกฝึกมาสำหรับการแสดง และบทนี้ท้าทายความสามารถอย่างยิ่งแม้ว่าจะเป็นนักแสดงประสพการณ์ช่ำชอง ผมจึงนั่งคุยกับเธอเรื่องนี้ เธอว่า - คุณต้องการให้ฉันทำอะไร ฉันจะทำทุกอย่าง เธอจึงได้รับการฝึกฝน การเคลื่อนไหว ฝึกสำเนียง ผมทดสอบเธอด้วยฉากทรหดถึง 3 ฉาก สั่งให้ทำทุกอย่างที่ยากที่สุดเท่าที่จะนึกได้ ลองให้เธอเล่นบทโหดๆ ยาวๆ จาก 'Salome' ของ ออสการ์ ไวด์ ที่ใช้ภาษากวีวกวน เธอศึกษา เธอแสดง เธอทำได้อย่างงดงาม ผมสนุกกับหนังเรื่องนี้มากและเธอมีส่วนสำคัญทีเดียว ราชาด น้องชายของอลิย่าเป็นผู้ให้เสียงประกอบแทนเธอ เขาพบว่าการแสดงของพี่สาวน่าชื่นชมมาก "ผมดูหนังแล้วรู้สึกในแง่มุมที่แตกต่างจากคนอื่น เพราะผมรู้ว่าศิลปะคือชีวิตของเธอ นั่นคืออาไลยาห์ เธอรักการร้องเพลง การแสดง เมื่อผมดูหนังจึงรู้สึกชอบและสนุกกับมันเพราะผมรู้ว่าในขณะนั้น ผมรู้ว่าเธอมีความสุข" คณะผู้สร้างเลือกมาร์เกอริต มอร์โรว์ รับบทเจส มนุษย์คนเดียวในฝูงแวมไพร์ "เจสเป็นคนที่เย็นชา แต่เมื่อเธอได้ใกล้ชิดเลสตัด เขาทำให้เธอมีอบอุ่น เธอรู้สึกมีชีวิตท่ามกลางคนที่ตายแล้ว" ซาราเลอกุยอธิบายว่า "เลสตัดไม่ได้มีความรู้สึกมากมายต่อเจสเท่าที่เธอมีให้เขา แต่ข้อเท็จจริงบางอย่างทำให้เขาคิดได้ว่านี่คือสิ่งที่ทำให้คนแตกต่างไป และโชคชะตาทำให้ทั้งคู่ต้องใกล้ชิดกันโดยที่เขาเองไม่เคยคิดฝัน" ผู้ที่รับบทนำเป็นแวมไพร์จากอดีตที่ต้องหยุดอำนาจชั่วร้ายของอคาช่า คือ ลีน่า โอลิน และ วินเซนต์ เปเรซ โอลิน เป็น มาฮาเร็ด ป้าของเจส หนึ่งในบรรดาผีดูดเลือดซึ่งมีอายุขัยมากที่สุด ทรงพลังที่สุดบนโลก ไรเมอร์ตั้งใจเลือกโอลินสำหรับบทมาฮาเร็ดตั้งแต่แรก "ผมชื่นชอบการแสดงของเธอมาตลอด และผมโชคดีและดีใจมากที่เธอตกลงรับแสดง" เปเรซ รับบท แวมไพร์มาเรียส ที่ปรึกษาของเลสตัด "เขาเป็นผู้สร้างเลสตัด จึงเปรียบเสมือนความสัมพันธ์ฉันท์พ่อลูก เป็นพวกเจ้าเล่ห์ ตลกบ้าง แต่ไม่มีอะไรเหมือนผมเลย - ผมชอบเปลี่ยนบทบาทและแนวภาพยนต์ แต่ไม่เคยคิคว่าจะรับบทผีดูดเลือด แต่ว่าบทนี้ช่างเหลือร้ายและสนุกจนปฏิเสธไม่ลง" ไรเมอร์กล่าวว่า "เช่นเดียวกับลีน่า วินเซนต์ทำให้บทนี้ดูมีระดับและสาระ เพิ่มน้ำหนักให้หนัง พวกเขาทั้งคู่เยี่ยมมาก" (ยังมีต่อ) -สส-

ข่าวล่าสุด