การเตรียมการแก้ไขปัญหาส้มเขียวหวานร่วงในภาคเหนือ

กรุงเทพฯ--7 ก.ค.--สศก. สศก.รายงานผลการลงไปติดตามในพื้นที่จังหวัดแพร่ ของคณะปฏิบัติการส่วนกลางโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีส้มเขียวหวาน โดยได้มีความคิดเห็นร่วมกันในประเด็นต่าง ๆ เพื่อเป็นการเตรียมการแก้ไขปัญหาส้มเขียวหวานร่วงในภาคเหนือต่อไปสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานผลการลงไปติดตามโครงการในพื้นที่จังหวัดแพร่ หลังจากโครงการได้สิ้นสุดไปแล้วในปี 2544 ของคณะปฏิบัติการส่วนกลางโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีส้มเขียวหวาน ซึ่งประกอบด้วย รศ.ดร.นิพนธ์ ทวีชัย รศ.อำไพวรรณ ภราดร์นุวัฒน์ จากภาควิชาโรคพืช คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากกรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งแต่งตั้งโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้คณะกรรมการพัฒนางานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ในระหว่างวันที่ 25 - 27กรกฎาคม 2545 ที่ผ่านมา ซึ่งได้พบเห็นปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งคณะปฏิบัติการส่วนกลางและระดับจังหวัดได้มีการประชุมปรึกษาหารือและได้มีความเห็นร่วมกัน ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ สำหรับเกษตรกรที่ทำส้มเขียวหวาน โดยเฉพาะส้มรุ่น 1 ซึ่งตามปกติจะเก็บผลในเดือนพฤศจิกายน -ธันวาคม 2545 คาดว่าจะต้องประสบกับปัญหาผลส้มร่วงก่อนเก็บเกี่ยว ซึ่งอาจเกิดจากโรคราทำลายที่ขั้วผลและการขาดธาตุอาหารในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม หากไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาจะทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากความเสียหายและภาวะการขาดทุน นอกจากนี้เพื่อเป็นการเตรียมการแก้ไขล่วงหน้า เห็นควรมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดแพร่ เร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบปัญหาล่วงหน้า รวมทั้งดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติตามที่คณะปฏิบัติการแนะนำ ซึ่งนอกจากจังหวัดแพร่แล้วคาดว่าจังหวัดน่าน สุโขทัย และเชียงราย จะประสบปัญหานี้เช่นกัน นอกจากนั้น จากการสำรวจในพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่น่าสังเกตว่า ได้มีชาวอิสราเอลในรูปของบริษัทเข้ามาเช่าพื้นที่สวนส้มของเกษตรกรในลักษณะแปลงขนาดใหญ่ ระยะเวลา 15 ปี โดยจ่ายค่าตอบแทนให้เป็นรายเดือน ทั้งนี้ เกษตรกรเจ้าของพื้นที่เดิมต้องย้ายออกจากพื้นที่ รวมทั้งห้ามนักวิชาการไทยเข้าพื้นที่ นอกจากนั้นยังรับสมัครสวนส้มที่มีขนาด 20 ไร่ขึ้นไป อายุต้นส้มประมาณ 4 ปี เข้าร่วมโครงการ โดยต้องผ่านการตรวจสภาพความสมบูรณ์ของต้นส้มจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทก่อน ซึ่งในเรื่องนี้เห็นควรมอบหมายให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดแพร่ ติดตามรายละเอียดอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งรายงานให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบเป็นระยะๆ เพื่อจะได้เตรียมการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอันเนื่องจากเกษตรกรไร้ที่ทำกินต่อไป--จบ-- -ศน-

ข่าวล่าสุด