กทม.จัดพิธีบูชาฤกษ์โครงการก่อสร้างสวนธรรม "70 พรรษา มหาราชินี" 9 ส.ค.นี้

กรุงเทพฯ--7 ส.ค.--กทม. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้ (6 ส.ค 45) เวลา 11.30 น ร.ต.ต. เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว โครงการก่อสร้าง "สวนธรรม 70 พรรษา มหาราชินี" โดยมี นายอนันต์ ศิริภัสราภรณ์ ผู้อำนวยการสำนัก สวัสดิการสังคม กทม. นายสุรินทร์ ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการเขตประเวศ และ นายกิตพล เชิดชูกิจกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตประเวศ ร่วมแถลงข่าว ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีนโยบายที่จะพัฒนาพื้นที่ว่าง บริเวณหลังสวนหลวง ร.9 จำนวน 53 ไร่ ซึ่งนายชำนาญ ยุวบูรณ์ ผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้จัดซื้อไว้ระหว่าง พ.ศ.2513-2516 เพื่อใช้ประโยชน์ในงานของกรุงเทพมหานคร โดยในการพัฒนาพื้นที่ว่างบริเวณดังกล่าว ได้จัดแบ่งที่ดินและปรับปรุงที่ดินเป็นแปลงให้ชาวชุมชนเช่าจำนวน 9.8 ไร่ ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ คือ กรุงเทพมหานคร การเคหะแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง องค์กรเอกชน และชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาให้เป็นที่อยู่อาศัยแบบยั่งยืน และเป็นโครงการตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาชุมชนรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ อีกทั้งนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นสวนธรรม ดังนั้นกรุงเทพมหานครจึงได้ดำเนินการพัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะที่มีลักษณะพิเศษ เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปใช้ปฏิบัติธรรม เพื่อพัฒนาจิตใจ ทั้งแบบไป-กลับ และแบบพักค้าง บนพื้นที่ 43.2 ไร่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาส 12 สิงหา มหาราชินี โดยใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี และกำหนดให้มีพิธีบูชาฤกษ์โครงการก่อสร้างสวนธรรม "70 พรรษา มหาราชินี" ในวันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2545 เวลา 10.29 เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ กรุงเทพมหานครจะมีสวนสาธารณะในรูปแบบศูนย์ปฏิบัติธรรมเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปได้ฝึกปฏิบัติธรรม พัฒนาจิตใจ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม กล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าวได้จัดแบ่งพื้นที่ก่อสร้างออกที่เป็น 3 โซน คือ โซนที่ 1 เป็นพื้นที่รอบนอก ได้แก่ อาคารที่ทำการ ประกอบด้วย โถงต้อนรับและประชาสัมพันธ์ เรือนประชุมสัมมนา โถงนิทรรศการตามวาระต่างๆ, คลังปัญญา เป็นสถานที่รวบรวมความรู้ด้านต่าง ๆ ทั้งทางโลก และทางธรรมให้ประชาชนที่สนใจได้ค้นคว้า แลกเปลี่ยนความรู้ ซึ่งภายในจะจัดให้มีห้องสมุดและสื่ออิเลคโทรนิกส์ ธนาคารหนังสือ และธนาคารของเล่น , สัมมนาอาชีวสถาน เป็นสถานที่สำหรับจัดฝึกอบรมอาชีพต่างๆ เช่น งานไม้ งานศิลปหัตถกรรม การทำอาหาร และตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นต้น ให้แก่ผู้สูงอายุ แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป และลานปฐมธรรม ใช้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ในวันหยุดเพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้ใช้เวลาว่างร่วมกัน โดยกิจกรรมที่จัดเช่น การเล่านิทาน การสาธิตการขับร้องเพลงกล่อมเด็ก การประดิษฐ์ของเล่นจากวัสดุ ธรรมชาติ และการแสดงดนตรีของเด็ก เยาวชน นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนต้นไม้ ซึ่งเป็นแหล่งให้ความรู้แก่ประชาชนที่สนใจศึกษาธรรมะผ่านการเรียนรู้จากธรรมชาติและระบบนิเวศน์ อีกทั้งเป็นสถานที่เพาะชำและอนุบาลต้นไม้อีกด้วย โซนที่ 2 เน้นกิจกรรมที่เกี่ยวกับชุมชนและส่วนรวม โดยจะแบ่งเป็น ลานเจริญสติ ภายในจัดสร้างเป็นสวนปริศนาธรรม และใช้เป็นที่ถาม - ตอบ ปริศนาธรรมสำหรับกลุ่มชนที่สนใจ ลานศรัทธาชุมชน ใช้เป็นที่ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ทำบุญตักบาตรในวันสำคัญ ฟังเทศน์ ฟังธรรมจากพระสงฆ์ กิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ฯลฯ และหุบเขาแห่งปัญญา ลักษณะเป็นลานโอบล้อมด้วยเนินหญ้า และต้นไม้ใหญ่ ภายในลานประกอบด้วย กำแพงพุทธประวัติ สระบัวและธารน้ำตก ลานประติมากรรม และลานสมาธิ โซนที่ 3 เป็นพื้นที่ที่มีความสงบและเป็นส่วนตัว เน้นกิจกรรมการศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง เพื่อการทำวิปัสสนา สวดมนต์ การเดินจงกรม และเป็นสถานที่ในการปฏิบัติธรรมสำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจทั้งแบบพักค้าง และไป-กลับ นอกจากนี้สวนสาธารณะแห่งนี้ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะแตกต่างจากสวนสาธารณะทั่วไป คือ ทางเดินรอบสวนระยะทาง 600 เมตร จะปลูกต้นไม้ที่บอกเล่าเรื่องราวทางพุทธประวัติ ตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน อาทิ ต้นสาละ ต้นหว้า ต้นไทร และต้นสัตบรรณ สำหรับโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณการก่อสร้างทั้งสิ้น 65 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี--จบ-- -นห-

ข่าว เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ล่าสุด