ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ประจำวันที่ 6 ส.ค. 45 - newswit
กรุงเทพฯ--9 ส.ค.--ศูนย์ปชส.กระทรวงคมนาคม คณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2545 ที่ห้องประชุม ชั้น 2 ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหลังใหม่ ซึ่งสรุปผลการประชุมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมดังนี้1. เรื่อง แผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีมีมติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 3 ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายเดช บุญ-หลง) เป็นประธานฯ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ 2. มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหน่วยปฏิบัติการและหน่วยสนับสนุนเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนภารกิจในการดำเนินการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันตามแผนดังกล่าว 3. ให้กระทรวงคมนาคมรับข้อสังเกตและความเห็นเพิ่มเติมของกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี (นายเดช บุญ-หลง) ประธานกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 3 ไปดำเนินการต่อไปด้วย ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมรายงานว่า 1. เดิมกระทรวงคมนาคมได้เสนอแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน (กปน.) ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งแผนดังกล่าวประกอบด้วยความเป็นมา วัตถุประสงค์ ขอบเขตและภารกิจ และในส่วนขององค์กรป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันประกอบด้วย กปน. ศูนย์ประสานงาน ศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการหน่วยปฏิบัติการและหน่วยสนับสนุน 2. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาทบทวนและปรับปรุงแผนฯ อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 หน่วยงาน คือ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี มีความเห็นให้แก้ไขเพิ่มเติม 3. กรมเจ้าท่าได้นำเรื่องการเสนอให้ทบทวนและปรับปรุงแผนฯ ดังกล่าวเสนอ กปน. พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 1/2544 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2544 ซึ่ง กปน. ได้พิจารณาแล้ว มีความเห็นว่าข้อแก้ไขเพิ่มเติมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเพิ่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้รายละเอียดของแผนฯ ชัดเจนขึ้น กปน.เห็นด้วยในส่วนนี้ ส่วนข้อเสนอให้กำหนดรายละเอียดของหน้าที่ให้ครอบคลุมถึงหน้าที่ของ กปน. และหน้าที่ของศูนย์ประสานงาน ตามที่ระบุในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน พ.ศ.2538 นั้น กปน. เห็นว่าหน้าที่ที่กำหนดไว้ในแผนฯ ชัดเจน และเหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงานแล้ว กปน. จึงได้ให้ความเห็นชอบแผนฯ ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว โดยแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์ที่จะใช้เป็นแผนระดับชาติเพื่อกำหนดภารกิจแนวทางในการปฏิบัติงาน ยุทธวิธี และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบขององค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้สามารถประสานความร่วมมือและระดมทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ร่วมกันในการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันในน่านน้ำไทย ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดผลกระทบที่จะมีต่อสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งเป็นการสอดคล้องกับข้อกำหนดของอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการเตรียมการ การป้องกัน การกำจัด และความร่วมมือ เพื่อขจัดมลพิษทางทะเลเนื่องจากน้ำมัน ค.ศ.1990 ด้วย2. เรื่อง การแต่งตั้ง คณะกรรมการพิจารณากฎหมายการปรับปรุงส่วนราชการ คณะรัฐมนตรีรับทราบ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 214/2545 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากฎหมายการปรับปรุงส่วนราชการ ซึ่งประกอบด้วย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายเกษม สุวรรณกุล นายสมบูรณ์ บุญภินนท์ นายอาษา เมฆสวรรค์ และนายวัฒนา รัตนวิจิตร เป็นกรรมการที่ปรึกษา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นรองประธานคนที่สอง ปลัดกระทรวงและปลัดทบวงทุกคน เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเลขานุการหนึ่งคน และผู้ช่วยเลขานุการสองคน โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1. รับผิดชอบในการจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการโอนกิจการ อำนาจหน้าที่ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ ภาระผูกพัน ข้าราชการและลูกจ้าง การแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการจัดองค์กรและการแบ่งส่วนราชการ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนส่วนราชการ ทั้งนี้ตามที่กำหนดในมาตรา 47 มาตรา 48 และมาตรา 49 แห่งร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. .... 2. กำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินการของผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงได้ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2545 และถ้ามีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาการใช้บังคับร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ... เป็นอย่างอื่น ให้กำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินการให้สอดคล้องกับการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว 3. กำกับดูแล และให้คำแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 4. ติดตามการจัดทำข้อยุติเกี่ยวกับการโอนส่วนราชการของผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายให้รับผิดชอบการจัดส่วนราชการแต่ละกระทรวง 5. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2545 เป็นต้นไป--จบ-- -พส/สท-