กสิกรไทย เรียกร้องให้"ช่วยหนูด้วย"เชิญชวนบริจาค 50 ล้าน แบงก์สมทบอีก 50 ล้าน - newswit
กรุงเทพฯ--9 ส.ค.--ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย ริเริ่มและสนับสนุนโครงการช่วยหนูด้วย หาทุนทำงานให้ 10 มูลนิธิ 100 ล้านบาท โดยแบงก์ตั้งเป้าบริจาค 50 ล้าน และรณรงค์ระดมทุนบริจาคจากประชาชนอีก 50 ล้าน เริ่ม 10 กรกฎาคม-10 ตุลาคม 2545 นายบัณฑูร ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย แถลงว่าปัญหาสังคมที่เลวร้ายเรื่องหนึ่งที่เกินกว่าจะเพิกเฉยได้ คือ ความโหดร้ายทารุณที่เกิดแก่เด็ก โดยการล่วงละเมิดสิทธิเด็ก ไม่ว่าจะในรูปแบบของการทารุณกรรมหรือการล่วงละเมิดทางเพศ การค้ามนุษย์ ทั้งที่นำเด็กไปใช้แรงงาน ขอทาน ค้าประเวณี มีปรากฏในสังคมมาตลอดเวลา และมีเพิ่มมาขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ แม้จะมีมูลนิธิและองค์กรต่างๆ ที่ทำงานอย่างจริงจังในการช่วยเหลือเด็กในด้านนี้อยู่หลายแห่งแต่ด้วยความจำกัดในด้านกำลังเงิน พลอยพาให้ขาดบุคลากรและอุปกรณ์ในการทำงาน ทำให้ทำงานไม่ได้อย่างเต็มความสามารถ มีตัวเลขที่เชื่อถือได้ว่า เด็กไทย 21 ล้านคน 1 ใน 5 หรือประมาณ 4 ล้านคน ตกอยู่ในปัญหาที่เลวร้ายดังกล่าว และในแต่ละปีมูลนิธิและองค์กรต่างๆ สามารถช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ได้เพียง 1% เท่านั้น ธนาคารกสิกรไทย ขอร้องและเรียกร้องให้คนไทยที่ล้วนมีจิตใจกุศล ได้ร่วมกันตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และได้ยินเสียง "ช่วยหนูด้วย" จากเด็กๆ อีก 99% หรือเกือบ 4 ล้านคน ที่ยังตกอยู่ในห้วงทุกข์ทรมานเหล่านั้น โดยเชิญชวนบริจาคผ่านโครงการช่วยหนูด้วยให้แก่มูลนิธิและองค์กรต่างๆ 10 แห่ง ที่คณะกรรมการโครงการได้คัดสรรว่าเป็นมูลนิธิที่ได้อุทิศตนทำงานในด้านนี้มาโดยตลอด และเป็นมูลนิธิหรือองค์กรที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจากทางราชการดังนี้ คือ องค์การยูนิเซฟประเทศไทย มูลนิธิคุ้มครองเด็ก มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก มูลนิธิป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เพื่อโครงการบ้านตะวันใหม่) มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก มูลนิธิยุวพุทธพัฒนา มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) ศูนย์พัฒนาการศึกษาเพื่อลูกหญิงและชุมชน มูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ ธนาคารตระหนักดีว่า ปัญหาเด็กยังมีอีกมากมายหลายปัญหา และแต่ละปัญหาก็ใหญ่เกินกว่าที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะเข้าไปช่วยเหลือแก้ไขได้สำเร็จในเร็ววัน การที่ธนาคารริเริ่มโครงการช่วยหนูด้วยเป็นเพียงการจุดประกายและสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในสังคม โดยเห็นว่าธนาคารมีศักยภาพและเครือข่ายมากพอ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในด้านช่องทางของการที่ผู้มีจิตกุศลจะเข้ามาบริจาคได้อย่างง่ายดาย จึงนับเป็นการลงแรงในอีกรูปแบบหนึ่งและเป็นแนวคิดใหม่ในการะดมเงินบริจาค นอกเหนือจากการที่ได้จัดสรรเงินเป็นกองทุนสมทบไว้ 50 ล้านบาทดังกล่าวแล้ว โดยธนาคารเปิดช่องทางการบริการทางการเงินทุกช่องทางให้ผู้มีจิตกุศลได้บริจาคให้แก่มูลนิธิต่างๆ โดยตรงทันที ไม่ว่าจะนำเงินสดเข้าบัญชี เขียนเช็คสั่งจ่าย กดเอทีเอ็ม โอนเงินทางโทรศัพท์ ทางอินเตอร์เน็ต หรือผ่านบัตรเครดิต ผู้บริจาคจะสามารถเลือกบริจาคให้มูลนิธิหรือองค์กรใดก็ได้ในจำนวน 10 แห่งที่เข้ารวมโครงการนี้ และทุกรายการจะได้รับใบเสร็จรับเงินจากมูลนิธิ และหนังสือยืนยันจากธนาคารว่า ธนาคารได้บริจาคสมทบในอัตรา 1:1 ทุกราย ในการรับบริจาคครั้งนี้ ธนาคารได้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบทางการทุกประการ โดยได้ยื่นขออนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้รับใบอนุญาตเลขที่ 4/2545 และได้รับการสนับสนุนด้านแนวคิดและกำลังใจจากคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสำนักงานเยาวชนแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม และอีกหลายหน่วยงานที่พร้อมจะช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สนับสนุนโครงการ แต่ทั้งนี้ในการเผยแพร่โครงการ ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบการเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และสื่ออื่นใดๆ ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นนั้น ธนาคารเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่มีการหักจากเงินบริจาคในโครงการ นายบัณฑูร กล่าวในตอนท้ายว่า โครงการนี้หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนคนไทยโดยทั่ว แม้จะเป็นเพียงโครงการที่อาจเข้าไปช่วยเหลือปัญหาเด็กได้เพียงด้านเดียว แต่ก็หวังว่าจะเป็นโครงการที่กระตุ้นและเรียกร้องน้ำใจคนไทยด้วยกัน ที่จะเข้าช่วยโอบอุ้มช่วยเหลือเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่อ่อนแอที่สุดในสังคม ไม่อาจช่วยตนเองได้ ไม่มีปากเสียง ไม่มีอำนาจต่อรอง และขาดการปกป้องคุ้มครองอย่างทั่วถึง--จบ-- -ปส-