มิลเลนเนียมสตีล อนาคตสดใส เตรียมนำเข้าตลาดหลักทรัพย์

กรุงเทพฯ--24 ก.ค.--เครือซีเมนต์ไทย การรวมกิจการธุรกิจเหล็กเส้นก่อสร้างของเครือซิเมนต์ไทยกับ เอ็น.ที.เอส. สตีล กรุ๊ป คืบหน้า ยืนยันฐานะการเงินบริษัทมิลเลนเนียม สตีล แข็งแกร่ง หลังสถาบันการเงินชั้นนำปล่อยกู้ พร้อมนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เร็วๆ นี้ นายวิรัช กฤตผล ประธานกรรมการบริหาร บมจ. มิลเลนเนียม สตีล เปิดเผยว่าจากการที่เครือซิเมนต์ไทย ได้รวมกิจการธุรกิจเหล็กเส้นก่อสร้างกับบริษัทเอ็น.ที.เอส.สตีล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อ บริษัท มิลเลนเนียม สตีล จำกัด (มหาชน) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก นั้น ล่าสุด ธนาคารธนชาต ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและอนาคตที่ดีของบริษัทมิลเลนเนียม สตีล จึงได้เป็นแกนนำร่วมกับสถาบันการเงินอื่นๆ ได้แก่ ธนาคารนครหลวงไทย และ บง.สินอุตสาหกรรม เพื่อปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทฯ ในวงเงิน 2,000 ล้านบาท สำหรับใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้ดียิ่งขึ้น นายวิรัช กล่าวต่อไปว่า บริษัทมิลเลนเนียม สตีล จำกัด (มหาชน) มีสัดส่วนการถือหุ้นคือ เครือซิเมนต์ไทย ถือหุ้นประมาณร้อยละ 45 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 55 ถือหุ้นโดย เจ้าหนี้ ตลอดจน ผู้ถือหุ้นเดิม และที่ปรึกษาทางการเงินของ NTS ซึ่งบริษัทฯ ใหม่นี้จะได้ดำเนินการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเร็วๆนี้ การควบรวมกิจการในธุรกิจเหล็ก เป็นแนวทางที่ผู้ผลิตเหล็กชั้นนำ หลายประเทศทั่วโลกเลือกใช้ เพื่อลดปัญหากำลังผลิตของอุตสาหกรรมเกินความต้องการของตลาด โดยจะเป็นการวางรากฐานที่สำคัญของ การรวมกิจการของผู้ผลิตเหล็กเส้นในอนาคต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกิจการ ทั้งด้านการจัดสรรกำลังผลิตให้มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดต้นทุนการผลิต สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ความชำนาญระหว่างกัน การใช้เทคโนโลยีร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เพิ่มประสิทธิภาพในการการชำระหนี้ และเพิ่มความสามารถในการพัฒนาศักยภาพของบริษัทให้แข็งแกร่งพร้อมรับกับ การแข่งขันเสรีในตลาดโลก นายสันติ ชาญกลราวี ผู้จัดการใหญ่ บมจ.มิลเลนเนียม สตีล เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีนโยบายจัดสรรกำลังผลิตให้เหมาะสมกับเครื่องจักรของแต่ละโรงงาน ซึ่งมีจุดเด่นทางการผลิตที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะปรับปรุงเครื่องจักรของบริษัทเอ็นทีเอส สตีล กรุ๊ป ที่ชลบุรี ซึ่งเป็นโรงงานที่มีความทันสมัยสูงสุด ให้สามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเพื่อลดการนำเข้า อาทิ เหล็กเพลา สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เหล็กลวดคาร์บอนสูงสำหรับผลิตลวดสปริง และลวดสำหรับทำยางรถยนต์ เป็นต้น ทั้งนี้ ในปี 2546 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้ายอดขายประมาณ 7,000 ล้านบาท “สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัทฯ จะยังคงขายผ่านผู้แทนจำหน่ายเครือซิเมนต์ไทย ซึ่งมีประมาณ 500 รายทั่วประเทศ ช่องทางการจัดจำหน่ายของ เอ็น.ที.เอส. สตีล กรุ๊ป (Stockists) และการขายตรงผ่านกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน รวมถึงการส่งออก นอกจากนี้ บริษัทฯ จะมุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ โดยจะจำหน่ายสินค้าเป็น multi-brand ภายใต้ตราสินค้า บลส. และ เอ็น.ที.เอส.” นายสันติกล่าว หลังการรวมกิจการ บริษัทมิลเลนเนียมสตีล จำกัด (มหาชน) จะมีสินทรัพย์รวม 17,000 ล้านบาท และมีโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี ชลบุรี และระยอง ผลิตเหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก กำลังผลิตรวมปีละ 1.7 ล้านตัน--จบ-- -สส-

ข่าว เครือซิเมนต์ไทย ล่าสุด