บอร์ดตลาดฯอนุมัติงบ 36 ล้าน เป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมส่งเสริมบรรษัทภิบาล

กรุงเทพฯ--24 ก.ค.--ตลาดหลักทรัพย์ บอร์ดตลท. อนุมัติงบ 36 ลบ.เป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมส่งเสริมบรรษัทภิบาลบจ. ลดค่าธรรมเนียมซื้อขายหน่วยลงทุน ยกเลิกเกณฑ์กระจายหุ้นรายย่อยบจ.หมวด Rehabco พร้อมปรับเกณฑ์รับโครงการสาธารณูปโภคเข้าจดทะเบียน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงมติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันนี้ (24 กรกฎาคม 2545) ว่าที่ประชุมคณะกรรมการได้มีมติอนุมัติโครงการสนับสนุนการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน ของบริษัท ไทยเรทติ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด (TRIS) โดยจะลดค่าธรรมเนียมให้บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นงบประมาณเพิ่มเติมอีก 6 ล้านบาท จากที่เคยอนุมัติงบประมาณไปแล้วจำนวน 30 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมรายปีให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการจัดอันดับในเกณฑ์ดีในอัตราร้อยละ 50 เป็นระยะเวลา 2 ปี รวมงบประมาณที่จะใช้ในการลดค่าธรรมเนียมให้บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการจัดอันดับในเกณฑ์ดี เป็นจำนวนเงินถึง 36 ล้านบาท "งบประมาณที่มีการอนุมัติเพิ่มเติมนี้ จะช่วยแบ่งเบาภาระของบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมโครงการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยตลาดหลักทรัพย์จะสนับสนุนเงินในรูปของการลดค่าธรรมเนียมรายปีให้ ซึ่งตัวเงินที่ลดให้จะเป็นอัตราที่ไม่ต่ำกว่าอัตราที่บริษัทจดทะเบียนจ่ายเป็นค่าบริการในการเข้าร่วมโครงการจัดอันดับกับ TRIS ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้บริษัทจดทะเบียนมีแรงจูงใจที่จะเข้าร่วมโครงการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทจะต้องสมัครเข้ารับการจัดอันดับภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2546 เท่านั้น" นายกิตติรัตน์กล่าว "นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยังอนุมัติให้ปรับปรุงเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ประเภทโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยยกเลิกเรื่องการกำหนดให้โครงการฯต้องมีการเริ่มดำเนินโครงการและมีรายได้ในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากเห็นว่าโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินทุนสูง โดยเฉพาะในช่วงก่อสร้างโครงการพื้นฐาน ซึ่งผู้ร่วมทุนหรือผู้สนับสนุนโครงการเป็นผู้ลงทุนสถาบันและสถาบันการเงินได้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ของโครงการมาแล้ว จึงทำให้มั่นใจได้ว่าในเรื่องของรายได้ของโครงการมีความแน่นอนในระดับหนึ่ง การอนุมัติดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมให้มีบริษัทรวมทั้งรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนมากขึ้น" นายกิตติรัตน์กล่าว นอกจากนี้ยังแก้ไขเกณฑ์ระยะเวลาห้ามขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่หรือผู้บริหารหรือที่ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 35 (Silent Period) สำหรับโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน จากเดิมที่กำหนดห้ามขายหุ้นเป็นเวลา 3 ปี และเมื่อครบ 1 ปี ให้ทะยอยขายหุ้นได้ร้อยละ 20 ทุก 6 เดือน เป็นการห้าม ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ขายหุ้น จนกว่าบริษัทจะมีรายได้เชิงพาณิชย์จากการประกอบธุรกิจหลักครบ 1 ปี หลังจากนั้น ให้สามารถทะยอยขายหุ้นได้ร้อยละ 20 ทุกๆ 6 เดือน โดยระยะเวลาทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับการเริ่มมีรายได้จากการประกอบธุรกิจ ในวันเดียวกันนี้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยังได้มีมติให้ปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมขั้นต่ำสำหรับการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนตราสารทุน (Equity fund) ที่เป็นการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนดังกล่าวของกองทุนรวมลงด้วย จากเดิมที่เรียกเก็บในอัตราขั้นต่ำร้อยละ 0.25 และร้อยละ 0.20 สำหรับการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นอัตราที่ต่อรองกันได้เสรี แต่ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.1 ของมูลค่าการซื้อขาย "การลดค่าธรรมเนียมการซื้อขายหน่วยลงทุนดังกล่าว จะช่วยลดต้นทุนของผู้ซื้อขายหน่วยลงทุน ซึ่งจะสนับสนุนให้มีการลงทุนผ่านกองทุนรวมต่าง ๆ มากขึ้น และยังเป็นผลดีกับการขยายฐานผู้ลงทุนในระยะยาวด้วย" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์กล่าวต่อไปว่า "คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยังได้ยกเลิกข้อกำหนดเรื่องการกระจายการถือหุ้นรายย่อย สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงานหรือหมวด Rehabco บริษัท ที่จะขอเปิดให้มีการซื้อขายใหม่ จากเดิมที่จะต้องมีการกระจายการถือหุ้นรายย่อย (free float) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 เป็นให้บริษัททำการซื้อขายได้โดยไม่ต้องเข้าเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งหากบริษัทใดมีการกระจายการถือหุ้นรายย่อยต่ำกว่าร้อยละ 15 ก็ให้แก้ไขภายใน 1 ปี ตามหลักเกณฑ์เดียวกับบริษัทจดทะเบียนทั่วไป "เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในหมวด Rehabco ส่วนใหญ่ มีการฟื้นฟูกิจการโดยการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการแปลงหนี้เป็นทุน หรือมีผู้ร่วมทุนรายใหม่เข้ามา ซึ่งทำให้อัตรา free float ต่ำกว่าร้อยละ 15 ทำให้ไม่สามารถเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทได้ รวมทั้งยังมีผลต่อแผนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทด้วย การยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าว จะเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ เปิดซื้อขายได้เร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทั้งตัวกิจการ และผู้ถือหุ้นของบริษัทด้วย" นายกิตติรัตน์กล่าว ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์จะนำเรื่องการแก้ไขหลักเกณฑ์การรับโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการลดค่าธรรมเนียมการซื้อขายหน่วยลงทุน เสนอต่อคณะกรรมการก.ล.ต. เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป นอกจากนี้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ยังได้มีมติแต่งตั้งนายสุวิทย์ มาไพศาลสิน (กรรมการตลาดหลักทรัพย์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทสมาชิก) และนางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ (กรรมการตลาดหลักทรัพย์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.) เป็นกรรมการบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด แทนกรรมการเดิมที่ครบวาระ (นายเพ็ญวรรณ ทองดีแท้ และนายโชคชัย ตั้งพูลสินธนา) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2545 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2545 พร้อมกันนี้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้แต่งตั้งนายทรงเดช ประดิษฐสมานนท์ และนางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ เป็นอนุกรรมการตรวจสอบในคณะอนุกรรมการตรวจสอบของตลาดหลักทรัพย์ แทนนายเพ็ญวรรณ ทองดีแท้ และนายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา ที่สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2545 เป็นต้นไป--จบ-- ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยลดาวัลย์ กันทวงศ์ โทร.0-2229-2036 / กุลวิดา จินตกะวงส์ โทร.0-2229-2037 / จิวัสสา ติปยานนท์ โทร.0-2229-2037 -พธ-

ข่าว วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ล่าสุด