ริดสีดวงทวารหนัก โรคร่วมสมัยทุกระดับชั้นสังคมไทย ความเครียด อาหารจานด่วน แฟชั่นรัดรูป ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยง - newswit
กรุงเทพฯ--19 ก.ย.--อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ โรคริดสีดวงทวารหนัก เป็นโรคร่วมสมัยที่พบมากในคนวัยทำงานที่สุดโรคหนึ่ง พบว่ากว่า 50 เปอร์เซนต์ของคนที่อายุมากกว่า 30 ปี เป็นโรคริดสีดวงทวารหนักด้วยสาเหตุหลักที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภค ความเครียด ซึ่งก่อให้เกิดอาการท้องผูก เบ่งอุจจาระมากในที่สุด และเคยมีรายงานว่าการสวมเสื้อผ้าคับรัดรูปจนเกินไป ก็สามารถทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน ผู้เป็นโรคมักไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เนื่องจากจะปิดบังการเป็นโรคเพราะความอับอาย ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนตามมาในที่สุด เผยควรเปลี่ยนทัศนคติต่อการเป็นโรคว่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะเป็นโรคร่วมสมัยของคนทุกระดับชั้นของสังคม พันเอกรองศาสตราจารย์นายแพทย์ปริญญา ทวีชัยการ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบลพระมงกุฎเกล้าเผยว่า "จำนวนผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงไลฟสไตล์และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย เฉกเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ล่าสุดมีการคาดการณ์ว่าภายใน 3-4 ปีข้างหน้านี้ ชาวอเมริกันจะป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารมากถึงร้อยละ 4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งโรคนี้ก็เป็นผลจากพฤติกรรมการบริโภคเช่นเดียวกับโรคหัวใจขาดเลือด เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น" วิถีการดำรงชีวิตหรืออาจเรียกได้ว่าพฤติกรรมร่วมสมัยของคนในสังคมปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ต้องเผชิญกับสภาวะความเครียด รสนิยมอาหารฟาสต์ฟู้ด การบริโภคอาหารที่ย่อยยาก ละเลยผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากอันเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของสังคมไทย การนั่งหรือยืนนานเกินไป อุปนิสัยชอบนั่งถ่ายอุจจาระนานๆ โดยอ่านหนังสือไปด้วย การพักผ่อนที่ไม่เป็นเวลา ขาดการออกกำลังกาย รวมทั้งการสวมใส่กางเกงที่คับจนเกินไป ตามกระแสนิยมของแฟชั่น เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร นอกเหนือจากสาเหตุหลักของโรคที่เกิดจากภาวะท้องผูกเรื้อรัง ท้องเสียอุจจาระบ่อย การใช้ยาสวนหรือยาระบายพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ที่ถ่ายอุจจาระไม่สะดวก ภาวะโรคตับแข็ง และผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อหย่อนยาน พันเอกรองศาสตราจารย์นายแพทย์ปริญญาตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า"ประเด็นสำคัญที่มักพบมากคือเมื่อผู้ป่วยเป็นริดสีดวงทวาร มักปกปิดไม่ยอมบอกใครเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องน่าอาย ทนปล่อยจนอาการรุนแรงขึ้นหรือรักษาอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลแทรกซ้อนตามมา ผู้ป่วยและสังคมควรเปลี่ยนแปลงทัศนคติเหล่านี้ เพราะโรคริดสีดวงทวาร ไม่ใช่โรคร้ายที่สังคมรังเกียจ แต่ทว่าเป็นโรคธรรมดาๆที่เกิดขึ้นได้คนทุกเพศทุกวัย ทุกระดับชั้นของสังคม" พันเอกรองศาสตราจารย์นายแพทย์ปริญญาเผยว่า ส่วนใหญ่คนไข้ที่ตัดสินใจเข้ามาพบแพทย์มักจะมีอาการอยู่ในระยะที่ 3 และ 4 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่เห็นว่าโรคริดสีดวงทวารเป็นเรื่องน่าอาย ทั้งๆที่อัตราผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารหนักที่ได้รับการตรวจรักษา มีอยู่ในทุกเพศทุกอาชีพ ทุกระดับชั้นของสังคมมีความเสี่ยงต่อโรคนี้เท่าเทียมกัน อาการของโรคริดสีดวงทวารคือมีเลือดสดๆ ออกมาตามหลังอุจจาระ มีก้อนยื่นออกมาจากทวารหนักระหว่างถ่ายอุจจาระ หรือมีก้อนยื่นออกมาตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับระยะที่เป็น มีอาการคันรอบๆ ปากทวารหนัก ทวารหนักเปียกแฉะ และมีอาการเจ็บบริเวณทวารหนัก โดยจะเจ็บมากในกรณีมีภาวะแทรกซ้อน เช่นเส้นเลือดอุดตัน หรือมีเนื้อตาย อาการดังกล่าวขึ้นอยู่กับระยะของโรคริดสีดวงทวาร โดยระยะของโรคแบ่งออกเป็น 4 ระยะคือระยะแรกมีก้อนข้างใน มีเลือดออกตามหลังอุจจาระ ระยะที่ 2 คือก้อนริดสีดวงทวารไหลออกมาเวลาเบ่งอุจจาระ แต่หดกลับเข้าเองได้เมื่อถ่ายเสร็จ ระยะที่ 3 ก้อนริดสีดวงทวารไม่หดกลับเอง ต้องใช้นิ้วมือช่วยดันกลับ และระยะสุดท้ายคือหัวริดสีดวงยื่นออกมาใหญ่มาก และอักเสบบวมอยู่ภายนอก โรคริดสีดวงทวารควรได้รับการรักษาที่ถูกต้องแต่เนิ่นๆ ในระยะแรกอาจรักษาด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการการดำรงชีวิต อาทิเช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ลดภาวะความเครียด บริโภคผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากให้มากขึ้น ร่วมกับการใช้ยากิน ยาทาและยาเหน็บ หรือฉีดยาไปที่หัวริดสีดวงทวารเพื่อห้ามเลือด ริดสีดวงทวารในระยะที่ 2 รักษาได้โดยการใช้ยางรัดโคนหรือหัวของริดสีดวงทวารให้หัวริดสีดวงทวารนั้นฝ่อและหลุดไปได้เอง ส่วนระยะที่ 3 และ 4 นั้นจำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัด วิธีการผ่าตัดริดสีดวงทวารหนักเริ่มต้นมาหลายร้อยปี และมีการปรับปรุงหลายครั้ง ในปัจจุบันวิธีที่ใช้โดยแพร่หลาย หรือที่เรียกว่าเป็นการผ่าตัดแบบธรรมดา เป็นวิธีการผ่าตัดตามแบบของโรงพยาบาลเซ็นต์มาร์ค กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แม้ว่าวิธีนี้จะได้ผลดีและปราศจากอาการแทรกซ้อนหาก ผู้ป่วยผ่าตัดกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่สิ่งที่สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้ป่วยที่มารับการผ่าตัดก็คือ ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดนั่นเอง นอกจากนี้ผู้ป่วยจะมีแผลบริเวณขอบทวารหนัก ซึ่งต้องใช้เวลารักษาประมาณ 3-4 สัปดาห์ แผลจึงหายสนิท และจะรำคาญเพราะมีความแฉะบริเวณทวารหนักจากเลือดจางๆ และน้ำเหลืองที่ไหลออกมาจากแผล ในระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมา มีวิวัฒนาการการผ่าตัดริดสีดวงทวารเพื่อแก้ไขปัญหาที่กล่าวมาแล้วให้หมดไป โดยนำเครื่องมือตัดต่อลำไส้อัตโนมัติมาดัดแปลง ปรับปรุง และออกแบบใหม่ เพื่อใช้ในการผ่าตัดริดสีดวงทวาร จึงเรียกการผ่าตัดแบบนี้ว่า Stapled Hemorrhoidectomy หลักการทำงานของเครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติ คือใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติดันหัวริดสีดวงกลับเข้าไปภายใน แล้วสอดเครื่องเข้าทางทวารหนักเพื่อไปตัดก้อนริดสีดวง ที่อยู่สูงจากขอบทวารหนักราว 4 ซม. ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่มีประสาทรับความรู้สึก ทำให้เจ็บปวดน้อยหลังผ่าตัดและไม่เกิดบาดแผลภายนอก แต่บาดแผลจะอยู่ภายในรูทวารหนัก เทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มใช้ครั้งแรกในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ปัจจุบันได้แพร่หลายทั้งสถานพยาบาลภาครัฐและเอกชน และได้รับความนิยมมากขึ้นจากผู้ป่วยเนื่องจากสามารถหายเป็นปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ต้องแช่ก้นในน้ำอุ่นเพื่อรักษาบาดแผลหรือใช้ผ้าอนามัยรองรับน้ำเหลืองจากบาดแผล และที่สำคัญ ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่าวิธีดั้งเดิมมาก จากรายงานของวารสารวิชาการหลายๆฉบับพบว่า ผลในการรักษาริดสีดวงทวารหนักของการผ่าตัดแบบธรรมดา และการใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติไม่แตกต่างกัน แต่ผู้ป่วยที่ผ่าตัดด้วยการใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติจะมีความเจ็บปวดน้อยกว่า ไม่มีบาดแผลภายนอกให้รักษา และสามารถกลับไปทำงานได้เร็วกว่า อย่างไรก็ตาม วิธีการผ่าตัดแบบใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติไม่สามารถทำได้กับผู้ป่วยทุกคน ต้องอาศัยความชำนาญของศัลยแพทย์ในการพิจารณาถึงความเหมาะสม นายแพทย์ปริญญากล่าวทิ้งท้ายว่าอุปสรรคการรักษาพยาบาลโรคริดสีดวงทวารที่สำคัญ คือทัศนคติของคนไข้ที่ไม่กล้าเปิดเผย มีทัศนคติเชิงลบว่าเป็นโรคน่าอาย ทั้งๆที่ในความเป็นจริง พฤติกรรมของคนในสังคมอยู่ใกล้กับปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคทั้งสิ้น ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งที่ควรระวังคือการไปรับการรักษาที่ไม่ถูกต้องจากบุคคลากรที่ไม่ใช่แพทย์ ซึ่งมักใช้การจี้ด้วยความร้อน สารเคมี หรือฉีดสารเคมีเข้าไปที่หัวริดสีดวง ส่วนใหญ่นอกจากไม่ได้ผลแล้ว มักก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนอย่างรุนแรง เช่น เป็นแผลเรื้อรัง ทวารหนักตีบตันมาก จนต้องผ่าตัดรักษาเป็นเวลานานนับปี อย่างไรก็ดี การป้องกันไม่ให้เป็นริดสีดวงทวารเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในสังคม โดยพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงและสร้างพฤติกรรมการดำรงชีวิตให้เกิดผลดีต่อสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคและการดำรงชีวิตแบบไทยๆ จะสามารถป้องกันโรคนี้ได้เป็นอย่างดี *** ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคริดสีดวงทวารและการผ่าตัดด้วยเครื่องตัดเย็บอัตโนมัติสำหรับประชาชนทั่วไป โทร. 0-2739-6018, 0-1644-6440 ข้อมูลเพิ่มเติม/ภาพประกอบ สำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ กมลมาศ หรือ ศรีเบญจา บริษัท อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ โทร. 0-2252-9871--จบ-- -นห-