สกว.กู้วิกฤติอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยหนุนใช้โปรแกรมคอมพ์คำนวนฐานกิจกรรมลดต้นทุนการผลิต - newswit

กรุงเทพฯ--18 ก.ย.--สกว. สกว.เร่งกู้วิกฤติอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทย หนุนนักวิจัยศึกษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์คำนวณต้นทุนฐานกิจกรรมสำหรับผู้ประกอบการ หวังช่วยลดต้นทุนการผลิต ควบคุมค่าแรง และค่าโสหุ้ยพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ลดการทำงานซ้ำซ้อน เชื่อโปรแกรมนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงสามารถบริหารงานและวางแผนการผลิตได้เป็นอย่างดี อุตสาหกรรมเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยปีละหลายแสนล้านบาท และถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ในปัจจุบันพบว่าภาคการผลิตส่วนใหญ่คือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของการคำนวนต้นทุนสินค้าทำให้ทำให้ไม่ทราบว่ามีต้นทุนการผลิตที่แท้จริงเป็นเท่าไร และต้นทุนการผลิตในแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร ซึ่งการประมาณต้นทุนสินค้าล่วงหน้าที่ผ่านมาจะใช้วิธีประมาณจากประสบการณ์และประมาณการจากค่าแรงงานในตลาด และประเมินจากผลการประกอบการโดยดูจากยอดรายรับรวมและค่าใช้จ่ายรวมเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงต้นทุนทำให้ขาดประสิทธิภาพในการบริหารงานประกอบกับการผลิตอุตสาหกรรมอัญมณีในอดีตสภาพการแข่งขันในตลาดยังไม่มีความรุนแรงมากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการมีน้อย ผู้บริโภคจึงมีทางเลือกไม่มากในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการละเลยเรื่องต้นทุนในการผลิต โดยมุ่งแต่ผลกำไรเป็นสำคัญ แต่ใน ปัจจุบันการแข่งขันอัญมณีเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสดีของผู้บริโภคให้สามารถเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการได้หลากหลายขึ้น ทั้งด้านคุณภาพ ราคา ประโยชน์ที่ได้รับ ตลอดจนการบริการหลังการขาย ทำให้ผู้ประกอบการอัญมณีต้องเพิ่มต้นทุนในเรื่องของการผลิตมากขึ้น เพื่อให้สินค้านั้นตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น แต่การที่จะขึ้นราคาสินค้าหรือบริการกลับเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากกิจการอาจจะสูญเสียลูกค้าไปให้กับผู้ประกอบการรายอื่นที่เสนอราคาต่ำกว่า ส่งผลให้สถานภาพทางการตลาดของกิจการตกต่ำลง และเสียความสามารถในการแข่งขันได้ จากกรณีดังกล่าวสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้สนับสนุนให้ ผศ.จันทร์เพ็ญ อนุรัตนานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะหัวหน้าคณะศึกษาวิจัยโครงการ “การจัดทำระบบต้นทุนฐานกิจกรรมเพื่อการบริหารในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ” ได้ชี้แจงรายละเอียดถึงแนวทางการทำวิจัยว่า เพื่อต้องการใช้เป็นแนวทางในการบริหารและจัดการอุตสาหกรรมเครื่องประดับเงิน และลดต้นทุนการผลิตให้กับผู้ประกอบการ โดยทำการประยุกต์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการคำนวณต้นทุนฐานกิจกรรม นายวิชัย รุ่งเรืองอนันต์ หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ได้เลือกโรงงานตัวอย่างในอุตสาหกรรมเครื่องประดับเงิน 1 แห่ง ทำการศึกษาวิธีการดำเนินงานด้านต่างๆ รวมทั้งกระบวนการผลิตอย่างละเอียด จากนั้นจะทำการระบุกิจกรรมและระดับชั้นของกิจกรรมต่างๆ ภายในฝ่ายการผลิตและฝ่ายสนับสนุนการผลิต พร้อมกำหนดตัวผลักดันต้นทุนที่เหมาะสมแต่ละกิจกรรม คำนวณอัตราตัวผลักดันต้นทุน คำนวณต้นทุนกิจกรรม และต้นทุนผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ได้จัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการคำนวณต้นทุนฐานกิจกรรมด้วย ทั้งนี้จากการวิจัยพบว่าสามารถทำให้ได้ระบบต้นทุนฐานกิจกรรมที่สามารถคิดคำนวณต้นทุนฐานกิจกรรมในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ โดยต้นทุนส่วนใหญ่จะเป็นค่าวัตถุดิบทางตรง ได้แก่ เนื้อเงินและพลอย ส่วนค่าแรงงานทางตรงและค่าโสหุ้ยการผลิตมีสัดส่วนไม่แตกต่างกันมากนัก ซึ่งในการควบคุมต้นทุนนั้นพบว่าสามารถควบคุมต้นทุนค่าแรงงานทางตรงและค่าโสหุ้ยการผลิตได้ง่ายกว่าค่าวัตถุดิบทางตรง ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ลดเวลาสูญเปล่า และลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน โดยระบบต้นทุนฐานกิจกรรมที่ได้นี้สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการบริหารงานและวางแผนการผลิตของผู้บริหารระดับสูงได้ สำหรับระบบต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานสำหรับผู้บริหาร ทำให้ทราบได้ชัดเจนว่า สินค้าชนิดใดสามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัท และสามารถบอกได้ว่ากิจกรรมใดเป็นกิจกรรมที่ไม่มีคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อการใช้เป็นแนวทางสำหรับการลดต้นทุนต่อไป ดังนั้นหากในอุตสาหกรรมเครื่องประดับของไทยมีการจัดทำระบบต้นทุนฐานกิจกรรม เชื่อว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จะสามารถนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการบริหารต้นทุนการผลิตได้ต่อไป ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยมีศักยภาพในการแข่งขันได้ในตลาดโลก “ระบบบัญชีต้นทุนแบบเดิม สามารถแสดงได้เฉพาะข้อมูลด้านการเงิน ทำให้องค์กรไม่สามารถดึงข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับจำนวนเงิน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมและตัววัดการทำงานไปใช้ประโยชน์ได้ อาจทำให้การตัดสินใจต่างๆ ผิดพลาด และกระทบต่อการดำเนินธุรกิจได้ และพบข้อบกพร่องของระบบบัญชีต้นทุนแบบเดิมเมื่อเปรียบเทียบกับระบบต้นทุนฐานกิจกรรม เช่น สามารถคำนวณต้นทุนของลูกค้าแต่ละรายได้ถูกต้องกว่าระบบต้นทุนแบบเดิม เนื่องจากการวิเคราะห์ต้นทุนมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมที่ทำมากกว่า และทำให้ทราบว่ากิจกรรมต่างๆ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีแค่ไหน เพราะมีตัววัดการทำงานของทุกกิจกรรม เช่น คุณภาพ เวลา และค่าใช้จ่าย” นายวิชัย กล่าว อย่างไรก็ตามผลจากการศึกษาวิจัยในเรื่องดังกล่าวจะช่วยอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยได้ในหลายๆประเด็นคือ 1.สามารถหาต้นทุนของผลิตภัณฑ์ 2.ประมาณการต้นทุนงานคงค้างในโรงงาน 3.วิเคราะห์กำไร-ขาดทุนได้จากโครงสร้างต้นทุน 4.ปรับปรุงกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และ 5.ประมาณการได้ว่าควรลดค่าใช้จ่ายในส่วนใด ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สกว. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สกว. 02 - 2980455 - 75 ext.159,160 (สามารถดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://pr.trf.or.th)--จบ-- -นห-

ข่าว วิชัย รุ่งเรืองอนันต์ ล่าสุด