สธ.แจ้งให้ระวังวัณโรคพันธุ์ใหม่ - newswit

กรุงเทพฯ--10 ก.ย.--สธ. แม้เทคโนโลยีสมัยใหม่ จะทำให้คนเรามีอายุยืนยาวขึ้น แต่เรื่องโรคภัยก็มีการพัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน บางโรคแม้จะหายไปนาน แต่ก็หวนกลับคืนมาใหม่ได้ แถมยังมีพิษร้ายแรงกว่าเดิมอีก ดังเช่น “วัณโรค” ซึ่งเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง เป็นโรคติดเชื้อที่ ติดต่อโดยการสูดอากาศที่มีเชื้อวัณโรคเข้าไป เมื่อ 20 ปีก่อน วัณโรคเคยเป็น 1 ใน 10 สาเหตุการตายที่สำคัญ แต่ปัจจุบันสามารถป้องกันและรักษาได้ โดยเฉพาะถ้าใช้การรักษาระบบดอทส์(DOTS) คือมีพี่เลี้ยงหรือมีผู้คอยกำกับดูแลให้กินยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน โอกาสที่จะหายขาดนั้นมีมากถึง 90% ขึ้นไป วัณโรค อาจเป็นได้ในทุก ๆ อวัยวะของร่างกาย เช่น ลำไส้, ตับ, ม้าม, ต่อมน้ำเหลือง, ผิวหนัง, เยื่อหุ้มสมอง หรือแม้แต่กระดูก แต่ที่พบมากที่สุดคือ วัณโรคปอด คนสูงอายุ คนที่ร่างกายอ่อนแอจากการเป็นโรคอื่น ๆ มาก่อน เช่น หวัด หัด ไอกรน หรือผู้ติดยาเสพติด เป็นโรคเอดส์ คนที่ตรากตรำทำงานหนัก พักผ่อนไม่พอ ขาดอาหาร ดื่มเหล้าจัด หรือในคนที่มีประวัติใกล้ชิดกับคนที่เป็นวัณโรค เช่น นอนห้องเดียวกัน หรืออยู่บ้านเดียวกัน คือกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็น “วัณโรค” ด้วยความเป็นห่วงสุขภาพของคนไทย นายแพทย์วินัย วิริยกิจจา ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเตือนประชาชนว่า …ขณะนี้อัตราการป่วยเป็น วัณโรคของคนไทยอยู่ที่ระดับ 50 คนต่อประชากรแสนคน โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ทางสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ย่านที่มีผู้อยู่อาศัย หนาแน่น มีปัญหายาเสพติด โรคเอดส์ เช่น ย่านคลองเตย ห้วยขวาง ดินแดง อัตราการป่วยเป็นวัณโรคสูงถึง 84 คนต่อประชากรแสนคน และว่ากันว่าปัญหา “โรคเอดส์” เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้วัณโรคกลับมาระบาดอีก เพราะคนเป็นเอดส์จะติดเชื้อวัณโรคได้ง่ายแล้วก็แพร่เชื้อ นอกจากนี้ ยังมีแรงงานต่างด้าวที่เป็นต้นเหตุสำคัญของการแพร่เชื้อวัณโรค ซึ่งนอกจากจะแพร่เชื้อแล้ว ยังเพิ่มความร้ายแรงของเชื้อด้วย เพราะในกลุ่ม แรงงานต่างด้าวการรักษาโดยวิธีดอทส์ ให้ยาต่อเนื่องจะใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะมีการเปลี่ยนงาน ย้ายที่พักที่อาศัยอยู่ตลอดเวลา เมื่อได้รับยาไม่ต่อเนื่องจึงทำให้เชื้อวัณโรค “ดื้อยา” ทั้งนี้ สถานการณ์ของกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ป่วยเป็นวัณโรคและขาดการรักษาต่อเนื่องจนทำให้เชื้อวัณโรคดื้อยานั้น เฉพาะจากจำนวนที่เคยเข้ารับการรักษาและขึ้นทะเบียนไว้ มีประมาณ 2,100 คน จะมีที่ขาดการให้ยา คือหายตัวไปประมาณ 12% ซึ่งอาจจะมาจากการถูกเลิกจ้าง ย้ายถิ่นฐาน ซึ่งการติดตามควบคุมทำได้ลำบาก ถ้ากลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ป่วยนี้ไม่ได้มีการตรวจพบ หรือกลับเข้ามารับการให้ยาใหม่ ความรุนแรงในการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคก็จะมีมากขึ้น ซึ่งการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคที่ดื้อยานี้ แม้จะยังคงเป็นเชื้อวัณโรคพันธุ์เดิม ไม่ได้มีการ “กลายพันธุ์” เป็นพันธุ์ใหม่ แต่เมื่อผู้ป่วยขาดการให้ยารักษาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายรับยาเข้าไปไม่สม่ำเสมอ ธรรมชาติของเชื้อวัณโรคก็จะมีพัฒนาการในตัวเอง จะมีการปรับตัวจน แข็งแรงขึ้น และจะต่อต้านฤทธิ์ยาได้ดีมากขึ้น ทำให้การรักษาวัณโรคในกลุ่มที่ดื้อยาจะต้องเพิ่มปริมาณและใช้เวลานานขึ้น จากเดิมให้ยาเพียง 6 เดือนก็อาจต้องเพิ่มขึ้นเป็น 18 เดือน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาแพงขึ้น โดยผู้ป่วยวัณโรคธรรมดาค่ารักษาต่อหัวจะอยู่ประมาณ 2,500-3,000 บาท แต่ในรายที่เกิดการดื้อยาจะเพิ่มขึ้นสูงถึงคนละไม่ต่ำกว่า 50,000 บาทขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ในตอนท้ายคุณหมอฯ ได้ฝากเตือน หากใครมีญาติพี่น้องที่ป่วยเป็นวัณโรค ขอให้ดูแลดี ๆ อย่าไปตั้งข้อรังเกียจ เพราะโรคนี้รักษาให้หายขาดได้ และขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับทางการ ช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดของ “วัณโรค” ภัยเก่า ๆ ที่กลับมาใหม่ แต่เป็นภัยที่ “ร้าย” ยิ่งขึ้นกว่าเดิม ก็ขอให้ประชาชนช่วยกันระมัดระวังไว้--จบ-- -สส-

ข่าว วินัย วิริยกิจจา ล่าสุด