สศก. รายงานราคาหัวมันสำปะหลังในปี 2545/46 อยู่ในเกณฑ์ดี

กรุงเทพฯ--12 ก.ย.--สศก. สศก. รายงานว่าพื้นที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่หัวมันสำปะหลังในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น ทำให้คาดการได้ว่าราคาหัวมันสำปะหลังปี 2545/46 จะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีแนวโน้มที่ราคาจะลดลงจากปีที่ผ่านมา จึงได้แนะนำวิธีการให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานว่า จากการสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ปี 2545/46 (ตุลาคม 2545 - กันยายน 2546) ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ได้แก่มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย สมาคมการค้ามันสำปะหลังทั้ง 4 สมาคม และธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ โดยมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย เมื่อวันที่ 25-28 สิงหาคม 2545 ในแหล่งผลิตต่างๆ ที่สำคัญ ผลการสำรวจสรุปได้ว่า ในปี2545/46 ( ตุลาคม 2545 - กันยายน 2546) คาดว่าพื้นที่เก็บเกี่ยว 6.744 ล้านไร่ ผลผลิต 18.426 ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่ 2,732 กิโลกรัม เทียบกับพื้นที่เก็บเกี่ยว 6.176 ล้านไร่ ผลผลิต 16.868 ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่ 2,731 กิโลกรัม ในปีที่ผ่านมา ปรากฏว่า พื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตและผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.20 , 9.24 และ 0.04 ตามลำดับ ทั้งนี้ เนื่องจากราคามันสำปะหลังที่เกษตรกรขายได้อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับพืชไร่อื่นๆ จึงจูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูก สำหรับผลผลิตต่อไร่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าพันธุ์ดีได้กระจายไปสู่เกษตรกรอย่างแพร่หลาย แต่จากการที่เกิดภาวะฝนแล้งทำให้เกษตรกรต้องปลูกใหม่ ทำให้ในช่วงนั้นเกิดการขาดแคลนท่อนพันธุ์ดี ประกอบกับสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยเกิดฝนแล้งในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญของประเทศ จึงทำให้ผลผลิตต่อไร่ไม่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามผลผลิตรวมของประเทศเพิ่มขึ้นเพราะการขยายพื้นที่ปลูก สำหรับการตลาด สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยและสมาคมอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย คาดว่า ในปี 2545/46 ความต้องการมันสำปะหลังเพื่อใช้ภายในประเทศและส่งออกประมาณ 17.495 - 21.830 ล้านตันหัวมันสด โดยแยกเป็นความต้องการใช้ภายในประเทศในรูปมันเส้นเพื่อใช้ในอาหารสัตว์ และในรูปแป้งเพื่อบริโภคโดยตรงและใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องประมาณ 4.705 - 5.600 ล้านตันหัวมันสด และส่งออกในรูปมันเส้น มันอัดเม็ดและแป้งมันสำปะหลังประมาณ 12.790-16.230 ล้านตันหัวมันสด โดยตลาดมันอัดเม็ดที่สำคัญ คือ ตลาดสหภาพยุโรป สำหรับตลาดจีนยังคงเป็นตลาดนำเข้ามันเส้นที่สำคัญนอกจากนี้ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและไต้หวันมีแนวโน้มการนำเข้ามันเส้นเพิ่มขึ้น ส่วนตลาดแป้งมันสำปะหลังจะขยายตัวเพิ่มขึ้น จากสถานการณ์การผลิตและการตลาดดังกล่าวข้างต้น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดว่า ในปี 2545/46 ราคาหัวมันสำปะหลังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีแนวโน้มลดลงจากปีที่ผ่านมาเนื่องจากผลผลิตมันสำปะหลังยังคงพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลักถึงร้อยละ 70-75 ซึ่งตลาดที่สำคัญคือ สหภาพยุโรปจะนำเข้าในราคาค่อนข้างต่ำ เนื่องจากผลผลิตธัญพืชในสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.32 ประกอบกับปริมาณการเลี้ยงสัตว์ลดลงรวมทั้งการลดความช่วยเหลือการส่งออก ทำให้ราคาธัญพืชลดลง ส่งผลให้ราคามันอัดเม็ดจะต้องลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ตลาดมันเส้นและแป้งมันสำปะหลังจะขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยโรงงานแป้งมันสำปะหลังจะตั้งใหม่เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 8 โรง ซึ่งจะทำให้มีการแข่งขันกันรับซื้อหัวมันกับลานมัน เป็นผลให้ราคาหัวมันสำปะหลังค่อนข้างดี สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรขอแนะนำวิธีการที่จะทำให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้นว่า เกษตรกรควรจะชะลอการเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลัง โดยในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก คือ ช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ ผลผลิตจะทะลักเข้าสู่ตลาดในปริมาณมาก ดังนั้น เกษตรกรควรทยอยขุดหัวมันออกขายเป็นระยะๆ ให้มีปริมาณพอเหมาะกับความต้องการของโรงงานแปรรูปในท้องที่ของตนเองในแต่ละวัน--จบ-- -ศน-

ข่าว สถาบันพัฒนามันสำปะหลัง ล่าสุด