ภาคโทรคมนาคมและภาคการเงินเผยหันมาบริโภคบริการด้านไอที ในรูปแบบสาธารณูปโภค หรือ IT Utility Services เพิ่มขึ้นถึง 64%
กรุงเทพฯ--3 ก.ย.--ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จากผลการสำรวจของสถาบัน Gartner Consulting พบว่า องค์กรภาคการเงินและภาคโทรคมนาคมของภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกรายใหญ่กว่าร้อยละ 64 ใช้บริการด้านไอทีในรูปแบบสาธารณูปโภค หรือ IT Utility Services เหตุผลหลักที่องค์กรหันมายอมรับและใช้บริการด้านไอทีในรูปแบบสาธารณูปโภค หรือ IT Utility Services ในปริมาณสูงเนื่องจาก สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (23%) และเชื่อมั่นในคุณภาพของการให้บริการ (18%) เหตุผลสนับสนุนที่สำคัญอื่นๆ เช่น ความสามารถปรับขยายขนาดในการให้บริการ (5%) และความต้องการด้านไอทีของลูกค้าในอนาคต (8%) “เมื่อองค์กรเริ่มยอมรับและมองเห็นว่าบริการด้านไอทีเป็นอีกบริการหนึ่งที่เหมือนกับบริการสาธารณูปโภคทั่วไปนั้น การยอมรับที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ให้บริการสามารถพัฒนาบริการที่ซับซ้อนขึ้นเพื่อธุรกิจของลูกค้าตนได้ดีขึ้นอีกด้วย” นายสุราษฎร์ เลิศภูมิปัญญา รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจบริการ Strategic Outsourcing บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าว “บริการดังกล่าวได้แก่ การจัดซื้อทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-procurement), การใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (business intelligence), ระบบรักษาความปลอดภัย (Security) และการบริหารประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Performance Management) รวมทั้งบริการด้านไอทีอื่นๆ อีกมากมายที่ธุรกิจต้องการ" นายสุราษฏร์ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “บริการอีบิซิเนสออนดีมานด์ในรูปแบบสาธารณูปโภค หรือ IT Utility Services ของไอบีเอ็ม จะช่วยให้บริษัทต่างๆลดค่าใช้จ่ายได้ ด้วยการใช้บริการที่มีมาตรฐาน ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนตามลักษณะเฉพาะขององค์กร (Customization) หรือ อาศัยการเชื่อมระบบ (Intergration) เพียงเล็กน้อยเท่านั้น” “เราจึงสามารถให้บริการแก่ลูกค้าที่หลากหลายในรูปแบบที่สามารถปรับขยายขนาดได้ และให้ลูกค้าจ่ายเท่าที่จำเป็น จากการสำรวจพบว่า บริการต่างๆ ที่อยู่ในรูปแบบสาธารณูปโภค หรือ IT Utility Services อยู่แล้วนั้น ได้แก่ การบำรุงรักษาด้านไอที (57%) การรองรับด้านไอที (48%) และการให้คำปรึกษาด้านไอที (35%) ปัจจุบันองค์กรมีการใช้บริการด้านไอทีเป็นจำนวนมากและมีการลงทุนในด้านนี้ด้วยเงินลงทุนที่แตกต่างกัน ตั้งแต่องค์กรใช้จ่ายน้อยกว่า 50,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ไปจนถึงองค์กรที่ใช้จ่ายมากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี จากการสำรวจ ยังพบว่าไอบีเอ็มเป็นผู้นำในด้านการให้บริการไอทีในรูปแบบสาธารณูปโภค หรือ IT Utility Services โดยไอบีเอ็มได้สร้างความเข้าใจเรื่องบริการกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยชื่อเสียง ประสบการณ์ และ การเป็นผู้ให้บริการครบวงจร คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ตอบแบบสำรวจตัดสินใจว่าจะเลือกผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบริการอีบิซิเนสออนดีมานด์รายใด สถาบันวิจัย Gartner Consulting ได้สัมภาษณ์ผู้ตอบแบบสำรวจประมาณ 280 คนจากประเทศออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ซึ่งผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่าร้อยละ 75 เป็นผู้บริหารการปฏิบัติงานด้านไอทีขององค์กร ข้อมูลเกี่ยวกับไอบีเอ็ม ไอบีเอ็มเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความเป็นผู้นำในการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจต่างๆ กว่า 80 ปี ไอบีเอ็มได้สร้าง พัฒนา และผลิตเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้ามากที่สุดในอุตสาหกรรม อันได้แก่ระบบคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่าย อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ IBM Global Services คือผู้ให้บริการด้านธุรกิจและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีรายได้ในปี 2001 มากกว่า 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นส่วนที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุดของไอบีเอ็ม เรามีผู้เชี่ยวชาญกว่า 148,000 คนที่พร้อมให้บริการผู้ใช้ใน 160 ประเทศทั่วโลก มีศูนย์ข้อมูล 133 แห่งและศูนย์เซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก (Universal Server Farms) 5 แห่ง โดย 2 แห่งอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และนับตั้งแต่ปี 1993 ไอบีเอ็มได้ทำสัญญาร่วมมือระยะยาวเพื่อจัดส่งแผนกลยุทธ์กว่า 500 ฉบับทั่วโลก--จบ-- -ศน-