ก.ย.-พ.ย.นี้ ฝนตกชุก แต่ทุกฝ่ายยืนยันสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่น่าวิตก - newswit

กรุงเทพฯ--6 ก.ย.--กทม. ผลการหารือเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระหว่างกทม. กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้ เหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯช่วง ก.ย.-พ.ย.นี้ แม้มีฝนตกชุกหนาแน่นแต่ไม่น่าวิตก ทั้งปริมาณน้ำเหนือ ระดับน้ำทะเลหนุน และปริมาณน้ำฝน ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติสามารถควบคุมได้ กทม.มั่นใจเตรียมความพร้อมทุกทางรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้ (5 ก.ย.45) เวลา 14.00 น. กรุงเทพมหานครจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร โดยมี นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการประชุม และมีนายสหัส บัณฑิตกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาพิเศษ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาทหารสูงสุด ร่วมประชุม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า จากการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการยืนยันเป็นแนวทางเดียวกันว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯไม่มีความน่าหนักใจแต่อย่างใด โดยในส่วนของน้ำเหนือ ซึ่งทางกรมชลประทานดูแลอยู่นั้น นายกิจจา ผลภาษี อธิบดีกรมชลประทานยืนยันว่าปริมาณน้ำเหนือจะไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 100 กม. สามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก 400 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร กรณีที่ฝนตกใต้เขื่อนจึงไม่มีปัญหา ส่วนกรณีที่ฝนตกเหนือเขื่อนป่าสักฯนั้น ในขณะที่ฝนตกหนักมีปริมาณน้ำที่ไหลลงทางนครสวรรค์ผ่าน แม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในระดับ 1,300-1,400 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งถือเป็นระดับที่ปกติและไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังวางใจได้ว่าหากมีฝนตกหนักยังมีเขื่อนภูมิพลซึ่งสามารถรองรับน้ำได้อีก 3,600 ลูกบาศก์เมตร และเขื่อนสิริกิติ์ที่จะรองรับน้ำได้อีก 2,200 ลูกบาศก์เมตร ด้านสถานการณ์น้ำฝน ทางกรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่า ในช่วงเดือนกันยายนนี้มีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคกลางตอนบน ทำให้เกิดฝนตกชุกหนาแน่นตั้งแต่เพชรบูรณ์ลงมา รวมถึงในกรุงเทพฯด้วย แต่อย่างไรก็ดีปริมาณน้ำฝนยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ เป็นระดับที่ควบคุมได้ ส่วนสถานการณ์น้ำทะเลหนุนนั้น ได้รับคำยืนยันจากกรมอุทกศาสตร์ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่คำนวณโดยกรมอุทกศาสตร์ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ปีนี้จะสูงขึ้นจากปีก่อนเพียงเล็กน้อย โดยอยู่ในระดับ 1.36 ซม. จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งปีก่อนอยู่ระดับ 1.30 ซม. และเทียบกับปี 2538 ที่ขึ้นสูงถึงระดับ 2.20 ซม. ดังนั้นสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในช่วงหน้าฝนนี้จึงไม่น่าวิตกแต่อย่างใด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวด้วยว่า กทม.ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมทุกปี โดยมีการขุกลอกคูคลอง ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ การตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องมือสูบน้ำ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ของศูนย์ป้องกันและแก้ไขน้ำท่วมของสำนักงานระบายน้ำ และเจ้าหน้าที่ประจำแต่ละเขตให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบระบายน้ำในจุดที่เป็นจุดอ่อนน้ำท่วม โดยการจัดระบบปิดล้อม ทำอุโมงค์ระบายน้ำ เพิ่มขนาดท่อระบายน้ำ เพิ่มเครื่องสูบน้ำ ทำให้จุดอ่อนที่เคยมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหลายพื้นที่ได้รับการคลี่คลายไปหลายจุด เช่น บริเวณถนนรามคำแหง ถนนเจริญนคร เป็นต้น ส่วนบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเคยเป็นจุดอ่อนน้ำท่วม ขณะนี้ได้มีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมตามแนวริมเจ้าพระยา แล้วเสร็จเป็นระยะทางรวม 58 กิโลเมตร เหลืออีกประมาณ 27 กิโลเมตร กำลังเร่งดำเนินการก่อสร้างซึ่งจะแล้วเสร็จภายในปี 2547 อย่างไรก็ดีได้มีการป้องกันกรณีที่อาจเกิดการเอ่อล้นตลิ่งจากน้ำทะเลหนุน โดยการนำกระสอบทรายจำนวน 1 ล้านกระสอบวางเป็นคันกั้นน้ำสูง 2 เมตร บริเวณที่ยังไม่มีเขื่อนไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้มั่นใจที่จะรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมได้มากขึ้น นอกจากนี้ กทม.ยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหลายหน่วยงาน เช่น หน่วยทหารพัฒนาพิเศษฯ การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติอีกด้วย--จบ-- -นห-

ข่าว เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ล่าสุด