'แทค อวอร์ด' ยืนยันปีนี้มีเฉพาะผลงานระดับหัวกะทิผ่านเข้ารอบพร้อมเผยความคืบหน้าการเตรียมงานประกาศผลภายใต้แนวคิด "วิถีไทย" - newswit
กรุงเทพฯ--27 ส.ค.--โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์ เวิลด์วายด์
คณะกรรมการดำเนินงานประกวดโฆษณายอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย (แทค อวอร์ด) ครั้งที่ 26 ประจำปี 2544-2545 เผยมีผลงานโฆษณารวมทั้งสิ้น 328 ผลงานจาก 32 เอเจนซี่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายในวันประกาศ ผลรางวัล "แทค อวอร์ด" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 22 ตุลาคม ศกนี้ ณ ห้องแกรนด์ ฮอลล์ ศูนย์การแสดงสินค้าและนิทรรศการนานาชาติกรุงเทพฯ (ไบเทค) โดยในปีนี้บริษัทโฆษณาที่มีผลงานเข้ารอบสุดท้ายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ บริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 51 ผลงาน บริษัท เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน จำกัด จำนวน 41 ผลงาน และ บริษัท ทีบีดับบลิวเอ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 34 ผลงาน พร้อมเผยความคืบหน้าการจัดงานประกาศผลซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "วิถีไทย"
ผศ. ดร. ประดิษฐ์ วิธิศุภกร ประธานกรรมการดำเนินงานการประกวดโฆษณายอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 26 เปิดเผยว่า จำนวนผลงานโฆษณาที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในปีนี้ สามารถแบ่งตามประเภทได้
ดังนี้ คือ ภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ประเภทเดี่ยว (TVC - Single) 100 เรื่อง, ประเภทแคมเปญ (TVC - Campaign) 7 ชุด, สิ่งพิมพ์โฆษณาประเภทเดี่ยว (Print Ad - Single) 78 ชิ้น, ประเภทแคมเปญ (Print Ad - Campaign) 14 ชุด, โปสเตอร์ (Poster) 28 ชิ้น, สื่อกลางแจ้ง (Outdoor Ad) 14 ชิ้น, โฆษณาทางตรง (Direct Ad) 14 ชิ้น, โฆษณาทางวิทยุ (Radio Spot) 42 เรื่อง, เพลงคำร้องเพื่อการโฆษณา (Jingle) 22 ผลงาน และดนตรีประกอบโฆษณาทางโทรทัศน์ (Instrumental Score - TV) 9 ผลงาน
"ปีนี้ คณะกรรมการตัดสินใช้มาตรฐานสูงและเข้มงวดเป็นพิเศษในการคัดผลงานเข้าสู่รอบสุดท้าย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าผลงานที่ผ่านเข้ารอบในแต่ละประเภทล้วนแล้วแต่เป็นระดับหัวกะทิจริงๆ ผลงานโดยรวมมีคุณภาพสูง และข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือในส่วนของภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ มีภาพยนตร์สำหรับเสริมภาพลักษณ์องค์กรผ่านเข้ารอบมากขึ้น โดยมีความโดดเด่นทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์และการผลิต ในขณะที่ภาพยนตร์โฆษณาแนวตลกขบขันมีจำนวนลดลง สำหรับในหมวดของสิ่งพิมพ์โฆษณาก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงเทรนด์การใช้ภาษาภาพที่กำลังมาแรง" ผศ. ดร. ประดิษฐ์ วิธิศุภกร กล่าว
ผลรางวัล "แทค อวอร์ด" ในปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 88 รางวัล แบ่งออกเป็นภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ 54 รางวัล, โฆษณาสิ่งพิมพ์ 17 รางวัล, โฆษณาโปสเตอร์และสื่อกลางแจ้ง 6 รางวัล, โฆษณาทางตรง 3 รางวัล, โฆษณาทางวิทยุ 5 รางวัล, เพลงคำร้องเพื่อการโฆษณา 2 รางวัล และ ดนตรีประกอบโฆษณาทางโทรทัศน์ 1 รางวัลและเช่นเดียวกับทุกปี ยังคงมีรางวัลพิเศษ ได้แก่ รางวัลภาพยนตร์โฆษณาดีเด่นเพื่อเยาวชน ซึ่งจะได้รับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตรจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ (สยช.), รางวัลฉวีวรรณ ซึ่งมอบให้แก่ผู้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงการโฆษณาและเป็นผู้สร้างสรรค์คุณประโยชน์ ความเจริญก้าวหน้าด้านการโฆษณาของไทย โดยไม่มุ่งผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น, รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน
ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี 2533 เพื่อมอบให้กับภาพยนตร์โฆษณาที่เป็นที่ชื่นชอบจากการให้คะแนนของสื่อมวลชน และรางวัลสำหรับนักโฆษณารุ่นใหม่ "จูเนียร์ แทค อวอร์ด" อีก 3 รางวัล ซึ่งปีนี้กำหนดให้นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศส่งแนวคิดสร้างสรรค์ผลงานแคมเปญโฆษณารณรงค์ให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของความเป็นไทยในหัวข้อ "นิยมไทย" เข้าประกวด
พิเศษสุด ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่จะจัดให้มีการตัดสินรอบพิเศษสำหรับภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ ที่เรียกว่า "รอบมหาชน" ขึ้น ณ โรงภาพยนตร์แกรนด์ อีจีวี สยามดิสคัฟเวอรี่ ในวันอังคารที่ 17 กันยายน 2545 เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนทุกแขนง พร้อมนักวิชาการ นักการตลาด คนในแวดวงบันเทิง นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไปผู้สนใจงานด้านโฆษณา ประมาณ 500 คน เข้าร่วมลงคะแนนเลือกผลงานที่ชื่นชอบที่สุด พร้อมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานโฆษณาต่อไป ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมงานดังกล่าวได้ ฟรี ที่เว็บไซต์