(ต่อ3) บทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง "ROAD TO PERDITION" - newswit
กรุงเทพฯ--26 ส.ค.--วอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส และใช้เวลาหนึ่งปีในการเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการสร้าง ไบรอัน เกรเซอร์ ในงานสร้างเรื่อง "Apollo 13" ในปี 1995 ซานุคได้เป็นผู้บริหารงานผลิตที่ The Zanuck Company นับแต่นั้นมาก็ทำงานบริหารด้านครีเอทีฟ ให้กับหนังหลายเรื่อง อาทิเช่น เรื่อง "Deep lmpact"; หนังระทึกขวัญ "True Crime" กำกับการแสดง และร่วมแสดงโดย คลินท์ อีสท์วู้ด ; หนังดราม่าชีวิตทหาร "Rules of Engagement" แสดงโดยทอมมี่ ลี โจนส์ และแซมมวล แอล แจ็คสัน ; และงานนำมาสร้างใหม่ของทิม เบอร์ตัน ใน "Planet of the Apes" นำแสดงโดยมาร์ค วอลห์เบิร์ก และเฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ เดวิด เซลฟ์ (บทภาพยนต์) งานต่อเนื่องจากบทเรื่อง "Road to Perdition" แห่งยุคเศรษฐกิจตกต่ำ อีกสามเรื่องประกอบด้วย เรื่องแรก "Gates of Fire" ซึ่งกำกับการแสดงโดยไมเคิล แมนน์ ซึ่งเป็นหนังเกี่ยวกับเปอร์เซียโบราณ เซลฟ์กำลังเขียนเรื่อง "The Wing" ดราม่าเกี่ยวกับนักบินสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งทำให้กับผู้กำกับการแสดงโจนาธาน มอสโตว์ นอกจากนี้เขายังดัดแปลงหนังสือการ์ตูนมาร์เวล "Sub-Mariner" ซึ่งจะนำวีรบุรุษแห่งใต้ทะเลมาสู่จอใหญ่ และเซลฟ์ยังจะเป็นผู้อำนวยการบริหารอีกด้วย เซลฟ์ ยังเคยเขียนบทภาพยนต์ให้กับ "Thirteen Days" นำแสดงโดยเควิน คอสท์เนอร์ และบรูซ กรีนวู้ด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียต ในระหว่างกรณีระเบิดมิสไซล์คิวบา ช่วงปี 1962 โปรเจ็กนั้นทำให้เซลฟ์ต้องทำการค้นคว้า และวิจัยอย่างหนักเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐาน รวมทั้งเทปของประธานาธิบดีแห่งไวท์เฮาส์ ก่อนหน้านั้นเขาเป็นผู้เขียนบทภาพยนต์ให้กับภาพยนต์สยองขวัญ "The Haunting" นำแสดงโดย เลียม นีสัน, ลิลี เทย์เลอร์ และแคธรีน ซีต้า-โจนส์ เซลฟ์เกิดในเท็กซัส ซิตี้ เท็กซัส เติบโตในเดนเวอร์ แมสซาชูเซทส์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและโทด้านอังกฤษจาก Stanford University ก่อนลงหลักปักฐานที่ลอส แอนเจลิส และเริ่มเข้าสู่อาชีพเขียนบทภาพยนต์ วอลเตอร์ เอฟ พาร์กส (ผู้อำนวยการบริหาร) นอกเหนือจากการร่วมเป็นผู้บริหาร แห่งดรีมเวิร์คส พิกเจอร์ส และเป็นหนึ่งในบรรดาผู้สร้างภาพยนต์ซึ่งมีผลงานต่อเนื่องแห่งฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน เขาได้อำนวยการสร้างหนังซัมเมอร์ ปี 2002 : "Minority Report" กำกับการแสดงโดยสตีเวน สปีลเบิร์ก และนำแสดงโดยทอม ครูซ ; และร่วมกับหุ้นส่วนผู้เป็นภรรยาของเขา ลอรี่ แมคโดนัลด์ สร้างภาคต่อของเรื่อง "Men in Black 2," ซึ่งเป็นการกลับมาพบกันของ ทอมมี่ ลี โจนส์ และวิล สมิธ ภายใต้การกำกับของ บอนนี่ ซอนเนนฟิลด์ งานภาพยนต์เรื่องอื่นๆ ที่กำลังจะตามมาของเขา ได้แก่ "Catch Me If You Can" กำกับการแสดงโดย สปีลเบิร์ก และนำแสดงโดยลีโอนาโด ดี คาปรีโอ และทอม แฮงค์ส ; เรื่อง "The Tuxedo" นำแสดงโดย เฉินหลง และเจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิวอิต ; และเรื่อง "Ring" กำกับการแสดงโดยโกฟ เวอบินสกี้ และนำแสดงโดยนาโอมิ วัตส์ พาร์กสเคยรั้งตำแหน่งอำนวยการบริหารให้กับหนังของริดลีย์ สก็อต เรื่อง "Gladiator" นำแสดงโดยรัสเซล โครว์ ซึ่งได้รับรางวัลตุ๊กตาทองถึงห้ารางวัล รวมทั้งภาพยนต์ยอดเยี่ยมและรางวัลลูกโลกทองคำภาพยนต์ยอดเยี่ยมและรางวัล BAFTAs และ Broadcast Film Critics และอื่นๆ อีกมาก พาร์กสและลอรี่ แมคโดนัลด์ ยังได้อำนวยการสร้างให้กับหนังเรื่องฮิต "Men in Black" ซึ่งทำให้ทั้งคู่ได้รับขนานนามว่าเป็น ShoWest Producers of the Year ผลงานสร้างชื่อของเขายังประกอบด้วย "The Time Machine," "The Mask of Zorro," "Deep Impact," "Amistad," "The Peacemaker," "Sneakers," ซึ่งเขาได้ร่วมเขียนบท, "Volunteers," "Project X" และ "True Believer." พาร์กส เคยได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองถึงสามครั้ง โดยครั้งแรกจากการกำกับการแสดง/อำนวยการสร้างภาพยนต์สารคดีในปี 1978 เรื่อง "California Reich" อันเป็นเรื่องราวของกิจกรรมของบราซิลรุ่นใหม่ในแคลิฟอร์เนีย ส่วนครั้งที่สองจากการเขียน (ร่วมกับลอว์เรนส์ ลาสเกอร์) ผลงานบทภาพยนต์ต้นฉบับให้กับ "WarGames" และครั้งที่สามเมื่ออำนวยการสร้างให้กับหนังที่เข้าชิงรางวัลภาพยนต์ยอดเยี่ยม เรื่อง "Awakenings" พาร์กสร่วมกับลอรี่ แมคโดนัลด์ เคยบริหารงานให้กับดรีมเวิร์กส พิกเจอร์ส บริษัทสร้างภาพยนต์ของ DreamWorks SKG ในช่วงการทำงานของพวกเขา ได้ดูแลหนังที่ประสบความสำเร็จมากมาย อาทิเช่น "American Beauty" ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์ 5 รางวัล และลูกโลกทองคำสามรางวัล ซึ่งทั้งคู่ได้รับด้านภาพยนต์ยอดเยี่ยม; และหนังดราม่าที่ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง และรางวัลลูกโลกทองคำอย่าง "Saving Private Ryan" ซึ่งทำรายได้สูงสุดในปี 1998 โจแอน แบรดชอว์ (ผู้อำนวยการบริหาร) เคยร่วมงานมาแล้วกับผู้อำนวยการสร้างริชาร์ด ซานุค เมื่อเธอรับหน้าที่อำนวยการบริหารหนังเรื่องฮิตแห่งซัมเมอร์ "Deep Impact" และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้อำนวยการบริหารให้กับหนังของโรเบิร์ต เซเมคิส ในเรื่อง "Cast Away" นำแสดงโดยทอม แฮงค์ส และหนังระทึกขวัญเรื่อง "What Lies Beneath" เป็นการจับคู่กันระหว่างแฮริสัน ฟอร์ด และมิเชล ไฟเฟอร์ ก่อนหน้านี้ แบรดชอว์ได้ร่วมงานกับเซเมคิส โดยรับหน้าที่อำนวยการบริหาร ในเรื่อง "Contact" นำแสดงโดยโจดี้ ฟอสเตอร์ และร่วมอำนวยการสร้างเรื่อง "Death Becomes Her" ซึ่งรวมทีมของเมอริล สตรีพ, โกลดี้ ฮอว์น, และบรูซ วิลลิส และเธอยังเคยเป็นผู้จัดการยูนิตโปรดักชั่น ให้กับงานภาคที่สองและสามของหนังเรื่องฮิตของเซเมคิส เรื่อง "Back to the Future" ไตรภาคเธอยังได้อำนวยการบริหารให้กับคริส โคลัมบัส ในหนังคอมเมดี้ เรื่อง "Nine Months" และยังร่วมอำนวยการสร้างและเป็นผู้จัดการยูนิตโปรดักชั่น ในหนังฮิตอีกเรื่องของเขา "Mrs. Doubtfire" นำแสดงโดยรอบิน วิลเลี่ยมส์ คอนราร์ด แอล ฮอลล์ (ผู้กำกับภาพ) เคยได้รับรางวัลตุ๊กตาทองถึงสองครั้ง และเป็นหนึ่งในบรรดาผู้กำกับภาพที่ได้รับการยกย่องอย่างมากในวงการ ครั้งล่าสุดที่ได้รับตุ๊กตาทอง คือจากผลงานเรื่อง "American Beauty" ซึ่งเป็นการร่วมงานครั้งแรกของเขากับผู้กำกับ แซม เมนเดส ฮอลล์ได้ตุ๊กตาทองตัวแรกเมื่อสามสิบปีที่แล้วจากหนังคาวบอยคลาสสิคของจอร์จ รอย ฮิล เรื่อง "Butch Cassidy and the Sundance Kid" นำแสดงโดย พอล นิวแมน และโรเบิร์ต เรดฟอร์ด ฮอลล์ยังเคยได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ จาก "A Civil Action," "Searching for Bobby Fischer," "Tequila Sunrise," "The Day of the Locust," "In Cold Blood," "The Professionals" และ "Morituri" นอกนากนั้นยังได้รับเกียรติด้วยรางวัลจาก American Society of Cinematographers Awards จากผลงานใน "American Beauty," "Searching for Bobby Fischer" และ "Tequila Sunrise"; และได้รับรางวัล BAFTA Awards จาก "American Beauty" และ "Butch Cassidy and the Sundance Kid" ระหว่างชีวิตการทำงานที่น่านับถือของเขา ฮอลล์เป็นผู้ถ่ายทอดภาพให้ภาพยนต์มากมาย เช่น "Without Limits," "Love Affair," "Class Action," "Jennifer 8," "Black Widow," "Marathon Man," "Smile," "Electra Glide in Blue," "Fat City," "Tell Them Willie Boy Is Here," "Hell in the Pacific," "Cool Hand Luke," "Devorce, American Style," "Harper," "The Wild Seed" และ "Incubus" เดนนิส กราสเนอร์ (ผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์) ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองจากผลงานออกแบบฉาก ให้กับหนังของแบรี่ เลวินสัน ในเรื่อง "Bugsy" นำแสดงโดยวอร์เรน เบ็ตตี้ และแอนเน็ต เบนนิง เขายังได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์สองตัวซ้อนในปีนั้น และได้รับหนึ่งรางวัลจากงานของพี่น้องโคเอน เรื่อง "Barton Fink" ล่าสุดยังได้รับรางวัล BAFTA Award จากหนังของปีเตอร์ เวียร์ เรื่อง "The Truman Show" นำแสดงโดย จิม แครี่ นอกจากนี้ แกสเนอร์ยังได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล BAFTA Award จากผลงานในหนังของพี่น้องโคเอน ในเรื่อง "O Brother, Where Art Thou?" ซึ่งเป็นการดัดแปลงจากของเดิม ของ โฮเมอร์ โอดิสซี การทำงานร่วมกับพี่น้องโคเอน ยังรวมถึง "The Man Who Wasn't There," "The Hudsucker Proxy" and "Miller's Crossing" ผลงานออกแบบมีชื่อเสียงของเขายัง ได้แก่ "Waterworld," "Hero," "The Grifters," "Field of Dreams," "Earth Girls Are Easy," "Like Father, Like Son," "Wisdom" และ "The Hitcher" จิล บิลล็อค (ผู้ลำดับภาพ) ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองในปีนี้ จากงานลำดับภาพให้กับหนังของบาซ ลาร์มาห์น "Moulin Rouge!" งานของเธอในเรื่องนี้ ทำให้ได้รับรางวัล Bilcock and Eddie Award จาก American Cinema Editors ทั้งจาก American และ Australian Film Institute Awards และถูกเสนอชื่อชิงรางวัล BAFTA "Moulin Rouge!" เป็นการร่วมงานครั้งที่สามของเธอกับเพื่อนร่วมชาติชาวออสเตรเลีย บาซ ลาร์มาห์น ก่อนหน้านี้เธอเคยร่วมงานกับผู้กำกับคนนี้ใน "Romeo + Juliet" และ "Strictly Ballroom" ส่งผลให้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล BAFTA ทั้งสองเรื่อง และได้รับ Australian Film Institute Award ในเรื่องหลัง ผลงานมีชื่อเสียงของเธอ ยังมีหนังที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล BAFTA อย่าง "Elizabeth" และรางวัล Australian Film Institute Award จาก "Head On" และถูกเสนอชื่อชิงรางวัล Australian Film Institute จาก "Muriel's Wedding" "A Cry in the Dark" และ "Strikebound" งานหนังชื่อดังที่เธอได้ร่วมทำงานยังมี "The Dish," "How to Make an American Quilt," "I.Q.," "Say a Little Prayer," "Temptation of a Monk" และ "Dogs in Space" เธอยังเคยทำงานด้านโทรทัศน์ เพลง แลพได้รับรางวัล Australian Film Institute's Byron Kennedy Award จากการทุ่มเทให้กับวงการภาพยนต์ของออสเตรเลีย อัลเบิร์ต โวลสกี้ (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย) เจ้าของสองรางวัลตุ๊กตาทองจากงานออกแบบเครื่องแต่งกาย ให้กับภาพยนต์ของบ็อบ ฟอซ เรื่อง "All That Jazz" และหนังของแบรี่ เลวินสัน "Bugsy" เขายังได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ จากผลงานในเรื่อง "Toys," "The Journey of Natty Gann" และ "Sophie's Choice" ในปี 1999 ทาง Costume Designs Guild ได้มอบรางวัล Carrer Achievement Award ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการมอบรางวัลทรงเกียรตินี้ โวลสกี้ทำงานมานานกว่า 30 ปี และได้เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานให้กับหนัง 65 เรื่อง ได้แก่ "Galaxy Quest," "Runaway Bride," "You've Got Mail," "Red corner," "The Jackal," "Up Close & Personal," "Junior," "The Pelican Brief," "Chances Are," "Legal Eagles," "The Falcon and the Snowman," "Star 80," "The Jazz Singer," "Manhattan," "Grease," "The Turning Point," "Lenny" และ "The Heart Is a Lonely Hunter." นอกจากนี้ เขายังร่วมงานมานานกับผู้กำกับอบ่าง พอล มาเซอสกี้ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 11 เรื่อง ได้แก่ "Harry and Tonto," "Next Stop, Greenwich Village," "An Unmarried Woman," "Moscow on the Hudson," "Down and Out in Beverly Hills" และ "Enemies, A Love Story" ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างทำงานเรื่อง "The Chambermaid" นำแสดงโดยเจนนิเฟอร์ โลเปซ โวลสกี้ เกิดในปารีส และย้ายมายังสหรัฐฯ ตั้งแต่ อายุ 10 ขวบ หลังจบการศึกษาจาก City College of New York ได้เริ่มงานที่ New York theatre ผลงานเดี่ยวครั้งแรกบนเวทีบรอดเวย์ คือละครเรื่อง "Generation," นำแสดงโดยเฮนรี่ ฟอนดา ผลงานที่โด่งดังของโวลสกี้ ยังรวมถึง "Sly Fox," ของจอร์จ ซี สก็อต, "The Sunshine Boys" งานแสดงของโจเซฟ พัพ "Hamlet" ที่ Central Park, และงานของเทนเนสซี วิลเลียมส์ "27 Wagons Full of Cotton" กับเมอริล สตรีพ โธมัส นิวแมน (ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบ) ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทอง และลูกโลกทองคำ จากงานดนตรีประกอบในหนังเรื่อง "American Beauty" และนับเป็นการได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 4 ของเขา นับแต่สามครั้งแรกจาก "The Shawahank Redemption," "Little Women" และ "Unstrung Heroes" นอกจากนี้ นิวแมนยังได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล จากเรื่อง "The Shawshank Redemption" และ "Unstrung Heroes" และครั้งล่ายังมีผลงานดนตรีประกอบในเรื่อง "The Green Mile," "Erin Brockovich," "Pay It Forward," "In the Bedroom," "The Salton Sea" และที่กำลังจะออกฉาย "White Oleander" ผลงานมีชื่อเสียงยังรวมถึงงานเรื่องต่างๆ เช่น "Meet Joe Black," "The Horse Whisperer," "Red Corner," "Oscar and Lucinda," "Mad City," "The People vs. Larry Flynt," "Phenomenon," "Up Close & Personal," "How to Make an American Quilt," "The War," "Scent of a Women," "The Player," "Fried Green Tomatoes," "Deceived," "The Rapture," "The Lost Boys," "Desperately Seeking Susan" และ "Reckless" ทางโทรทัศน์ นิวแมนยังได้ประพันธ์เพลงไตเติ้ลให้กับซีรี่ส์ "Boston Public," และ "Six Feet Under," ซึ่งผลิตโดยอลัน บอล ผู้เขียนบทภาพยนต์ของเรื่อง "American Beauty" นิวแมนยังได้ประพันธ์ดนตรีประกอบให้กับโปรเจ็ก อาทิเช่น "Citizen Cohn," "Those Secrets," "Heat Wave" และ "The Seduction of Gina"--จบ-- -ศน-