บทความ: มองมนุษย์ ICT - newswit
กรุงเทพฯ--30 ส.ค.--124 คอมมิวนิเคชั่นส์ โดย นิมิตร หมดราคี ประธาน บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส์ ในจำนวนบุคลากรในองค์กร เจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหนึ่งในหัวใจของธุรกิจซึ่งได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าจะอยู่ร่วมสร้างความก้าวหน้าให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตำแหน่งเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบ ผู้บริหารระบบดาต้าเบส ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่บริหารระบบเครือข่าย เจ้าหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์รับส่งข้อมูล และผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ขนาดว่าถ้ามีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเหตุจากการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นการลงทุนที่ใช้เงิน และเวลาอย่างสูง เพื่อให้ได้บุคลากรระดับหัวกะทิมาร่วมทำงาน ดังนั้น กระบวนการการคัดเลือกบุคลากร จะเป็นไปอย่างเข้มแข็งและกว่าจะผ่านการฝึกอบรมออกมาปฎิบัติงานได้ กินเวลาเกิน 1 ปีขึ้นไปยกตัวอย่างกรณีของ IBM ในสมัยก่อน การจะคัดเลือกพนักงานให้มาเป็นพนักงานขายคอมพิวเตอร์ หรือวิศวกรระบบ แต่ละคนถูกเลือกแล้วเลือกอีก จนกว่าจะได้คนที่ถูกใจ เสป็คของคนในสมัยนั้น ต้องเรียนหนังสือค่อนข้างเก่ง ประเภทจบตรีวิศวะ หรือบัญชี แล้วไปต่อ MBA จากต่างประเทศ ถือว่าเป็นพิมพ์นิยม ส่วนอย่างอื่น ถือเป็นส่วนประกอบปลีกย่อย พอเข้ามาเป็นหนักงานฝึกหัด โปรแกรมการฝึกเขาตั้งไว้ 18 เดือนเต็ม โดยไม่สนว่าใคร จะมีความรู้สูงระดับใด พอเข้ามาเป็นนักเรียนของ IBM ในยุคโน้น ต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้เหมือนกัน เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ค่าฝึกอบรมต่อหัว ต่อคนเป็นเงินประมาณ 1.5 ล้านบาท มีเพียง IBM เท่านั้นที่มีปัญญาจ่าย แต่พอถึงยุคนี้การฝึกอบรมแบบเข้มข้นเช่นนี้ เขาเลิกไปนานแล้ว นัยว่าธุรกิจเกิดการแข่งขันมากจะไปเสียเวลาฝึกนานๆ คงไม่คุ้ม ก็เลยใช้วิธีเรียนลัด ทำให้ในวันนี้ คนรุ่นใหม่ ความตกผลึกทางความรู้ ห่างจากรุ่นก่อนๆ เป็นอันมาก ในช่วงแรก นักเรียนจะต้องเข้าหลักสูตรติวเข้ม เพื่อระบบธุรกิจเป็นด่านแรก โดยบริษัทจะนำหลักสูตร MBA มาตัดยอด ให้เหลือเพียงสองอาทิตย์ ทุกคนจะต้องรู้ระบบธุรกิจ อ่านงบดุล และวิเคราะห์ด้านการเงินเป็น เข้าใจระบบการขาย และระบบธุรกิจทั้งหมด หลังจากนั้นเข้าเรียนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตั้งแต่ ความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม การสร้างฐานข้อมูลระบบเครือข่าย ความรู้เบื้องต้นด้านการขาย การนำเสนอ การขายโครงการ การบริหารโครงการ การบริหารความสัมพันธ์ของลูกค้า เลือกส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์แต่ละชิ้น เพื่อประกอบเป็นชุดคอมพิวเตอร์ให้กับลูกค้า เป็นต้น การฝึกอบรมมีทั้งในต่างประเทศและในประเทศ สอบตกก็ไม่ได้ ตกเป็นโดนไล่ออก ใครผ่านโรงเรียนการขายของไอบีเอ็มในยุคนั้นได้ ถือได้ว่าแน่มาก ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ของไทยรุ่นอาวุโส เช่น มนู อรดีดลเชษฎ์ ประทิน บูรณบรรพต อนันต์ ลี้ตระกูล ชาญชัย จารุวัสตร์ วนารักษ์ เอกชัย พัลลภ นาคพิทักษ์ มาลีรัตน์ ชินสุภัคกุล นิวัตร บุญทรง ม.ล. ชัยวัฒน์ ชยางกูร สมประสงค์ บุญยะชัย และอีกเป็นจำนวนมาก ล้วนผ่านการเป็นนักเรียนในสถาบันนี้มาทั้งนั้น แม้แต่คนของลูกค้า ในสมัยก่อน IBM ก็ฝึกเข้ม แบบกะว่าจะต้องให้ตายคาห้องเรียน แต่ไม่เห็นมีใครโกรธคนสอน เพราะทุกคนรู้ว่านี่คือสุดยอดวิทยายุทธ์ ที่จะติดตัวไปตลอด ไม่เชื่อลองไปถามธีระ อภัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ๋ ธนาคารกรุงเทพ หรือ วิชิต ญาญอมร อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ๋ธนาคารไทยพาณิชย์ วิลาวรรณ วนดุรงค์วรรณ หญิงเหล็กด้าน ICT ของธนาคารเอเซีย หรือ ธวิช จารุวจนะ บอสใหญ่ของ เมโทรซิสเต็มส์ ดูก็ได้ว่าชีวิตในการเรียนด้านสารสนเทศ ในสมัยที่ประเทศไทยมีคอมพิวเตอร์ใช้กันไม่กี่เครื่องนั้น มันเข้มข้นขนาดไหน? เอาว่าไม่มีใครลืมได้ลง และยังประทับใจจนถึงทุกวันนี้ก็แล้วกัน ความรู้พื้นฐานที่อัดแน่น แล้วเสริมด้วยความรู้หลังจบจากโรงเรียน ทำให้สามารถต่อยอด เป็นความเชี่ยวชาญ ที่อยู่กับตัวอยู่ตลอดไป ตอนนี้โลกเปลี่ยน เทคโนโลยีก็เปลี่ยนไป มนุษย์งานในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ระบบการทำงานมีความง่าย สำหรับผู้ใช้ และผู้ทำงานมากขึ้น แต่ปัญหาขององค์กรที่เกิดขึ้นก็คือว่า จะทำอย่างไรจะรักษาบุคลากรเหล่านี้ ให้อยู่กับองค์กรนานที่สุด จากการสำรวจของนิตยสาร Computer World เขาได้สำรวจความคิดของผู้คนที่ทำงาน ในหน่วยงานด้านสารสนเทศและการสื่อสาร ว่าสาเหตุใดเป็นปัจจัยเหตุให้เขาสนใจ หรือตั้งใจจะทำงาน กับหน่วยงานมากที่สุด สรุปได้มาทั้งหมด 7 ข้อครับ แต่เนื่องจากเนื้อที่หมด ขอต่อในวันศุกร์หน้าครับ จากคอลัมน์ Cyber BIZ นสพ.ผู้จัดการรายวัน--จบ-- -ศน-