ซอฟต์แวร์ พาร์ค ไทยแลนด์ เนคเทคและสวทช.จัดงาน Thai IT Security 2002 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 - newswit
กรุงเทพฯ--30 ส.ค.--ฟรอนเทียร์ ไดเจสต์ ซอฟต์แวร์ พาร์ค ไทยแลนด์ เนคเทคและสวทช สานต่อเจตนารมย์ป้องกันอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ต จัดงาน Thai IT Security 2002 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความพร้อมเดินหน้าสู่อี-โซไซตี้เอกชนขานรับนโยบายเข้าร่วมงานคับคั่ง เผยสัมมนาเน้นเทคโนโลยีบนระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส กรุงเทพมหานคร-30 สิงหาคม 2545 - เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จะจัดงาน "Thai IT Security 2002" ขึ้นเป็นปีที่สอง ต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่ประสบความสำเร็จเกินคาด โดยในปีนี้เน้นแนวทางการปฏิบัติจริงลงลึกเทคโนโลยีการป้องกันเครือข่ายบนระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส เพื่อเพิ่มทักษะให้กับองค์กรและเพื่อเตรียมพร้อมสังคมไทยในการก้าวสู่อี-โซไซตี้ (E-Society) อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเผยความคืบหน้าการทำงานของศูนย์ซีคอส (CECoS: Center of Excellence) และศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ (ThaiCERT) ในปีที่ผ่านมา ดร. รอม หิรัญพฤกษ์ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย กล่าวว่า "จากผลสำเร็จในการจัดงาน "Thai IT Security 2001" ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีแรกของการจัดงานสัมมนา เพื่อกระตุ้นเตือนให้ภาครัฐและเอกชนหันมาให้ความสนใจเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลบนเครือข่ายอย่างจริงจัง โดยประสบการณ์และข้อมูลด้านเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยที่ได้รับจากการสัมมนา สามารถปรับทัศนคติของประชาชนให้หันมาตระหนักถึงความสำคัญเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์และป้องกันอันตรายจากปัญหาอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ต สำหรับในปีนี้ การสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ยังคงยึดถือวัตถุประสงค์ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว คือ เพื่อเพิ่มทักษะให้กับองค์กรและผู้สนใจ โดยมุ่งเน้นหนักทางด้านเทคนิคที่รองรับระบบปฏิบัติการแบบเปิด (Open Source) และเน้นรายละเอียดในภาคปฏิบัติ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำไปกำหนดเป็นข้อปฏิบัติ โดยคำนึงถึงการปรับเปลี่ยนและการบริหารองค์กร รวมทั้งสร้างพื้นฐานความรู้และทักษะของการปฏิบัติงาน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ซึ่งจะทำให้องค์กรได้รับประโยชน์อย่างมาก โดยมุ่งให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ อาทิ การเข้ารหัสและถอดรหัส (Encryption) การบ่งชี้ตัวบุคคล (Certification Authencity) รวมถึงการลงลึกด้านเทคนิคขั้นสูงบนเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์ส" "สำหรับกิจกรรมการสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้และนิทรรศการในปีนี้จะสอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตแบบอี-โซไซตี้ (E-Society) เนื่องจากในอนาคต ทุกช่วงชีวิตของทุกๆ คนจะต้องมีส่วนร่วม ในสังคมอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็น E-Government, E-Education, E-Banking, E-Commerce และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทุกขั้นตอนและทุกกระบวนการต้องคำนึงถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลบนเครือข่ายทั้งสิ้น" การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญกลไกหนึ่งในการเตรียมพร้อมสังคมให้ก้าวสู่อี-โซไซตี้ (E-Society) อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่มีความรู้ ประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ บริษัท คอมพิวเตอร์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด บริษัท เซฟฟรา จำกัด ที่ปรีกษาด้านการบริหารความเสี่ยงไพร์ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เซทเทคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น ต่างให้ความสนใจเข้าร่วมในงานนี้อย่างเต็มที่ ดร. รอม กล่าวต่อไปว่า "สำหรับความสำเร็จของศูนย์ซีคอส CECoS (Center of Excellence for Computer Security) ในช่วงที่ผ่านมานั้น ศูนย์นี้นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ความรู้และสร้างความเข้าใจทางด้านเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยการจัดสัมมนาอย่างต่อเนื่อง (Security Forum) การจัดฝึกอบรมที่มีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ การให้คำปรึกษาและบริการด้านห้องปฎิบัติการเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต และยังมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ ซึ่ง ณ ปัจจุบันศูนย์ซีคอสมีสมาชิกที่ให้การสนับสนุนประมาณ 15 องค์กร ประกอบด้วย องค์กรภาครัฐและเอกชนต่างๆ โดยผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลได้ที่ www.swpark.or.th/cecos" ดร. โกเมน พิบูลย์โรจน์ นักวิจัยงานเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ กล่าวว่า "สำหรับผลการดำเนินงานของ ThaiCERT ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีการขยายผลอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจที่มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายของประเทศ มีหน้าที่ติดตามข่าวสารและเหตุการณ์ความปลอดภัยด้านคอมพิวเตอร์และเผยแพร่ต่อสาธารณชน และศึกษาและพัฒนาเครื่องมือ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายและเผยแพร่ให้กับหน่วยงานอื่น ซึ่งการดำเนินงานของเราคืบหน้าไปมากแล้ว ผู้สนใจสามารถคลิกดูข้อมูลได้ที่ www.thaicert.nectec.or.th ซึ่งปัจจุบัน มีผู้สนใจเข้าไปดู ข้อมูลถึงวันละ 500 คน" ดร. โกเมน กล่าวเพิ่มเติมว่า "บทบาทอย่างหนึ่งของ ThaiCERT สำหรับงานในปีนี้ ThaiCERT ได้จัดให้มีสัมมนาเชิงเทคนิคเบื้องลึกในหัวข้อเรื่อง OS Hardening (Linux) ซึ่งถือเป็น พื้นฐานในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบปฏิบัติการ อันจะนำไปสู่ความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ซึ่งจะเหมาะสมกับผู้ดูแลระบบและเครือข่ายในองค์กรต่างๆ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า การมุ่งให้ความรู้ที่ถูกต้อง และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถแก้ไขปัญหาความปลอดภัยของระบบ แต่ทั้งนี้ จริยธรรมก็นับเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้นน้อยลงด้วย โดยหลายๆ ฝ่ายต้องช่วยกันปลูกฝังจริยธรรมที่ดี และการจัดงาน Thai IT Security 2002 ก็นับว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของทั้งภาครัฐและเอกชน ในการประสานพลังเพื่อป้องกันอาชญากรรมบนเครือข่าย" ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาและชมนิทรรศการการสาธิตเทคโนโลยีระบบการรักษาความ ปลอดภัยข้อมูลบนเครือข่าย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2714-0996 ต่อ 105-109 และลงทะเบียนออนไลน์เข้าร่วมงานได้ที่ www.swpark.or.th/itsec สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม อัจฉรา คูชยภูมิ บริษัท ฟรอนเทียร์ ไดเจสต์ จำกัด โทร. 0-2714-0996 [email protected] จบ-- -สส-