รัฐบาลไทยประกาศนโยบายปฏิรูปใหญ่ด้านการท่องเที่ยวต่อที่ชุมนุมนักธุรกิจญี่ปุ่น

กรุงเทพฯ--29 ส.ค.--Visage รัฐบาลไทยประกาศนโยบายปฏิรูปใหญ่ด้านการท่องเที่ยวต่อที่ชุมนุมนักธุรกิจญี่ปุ่น จะสร้างประเทศไทยเป็นเมืองหลวงทางการท่องเที่ยวของเอเซีย (TOURISM CAPITAL OF ASIA) ภายในปี พ.ศ. 2547 "จุฑามาศ" เผยในปี 2546 จะปรับปรุงเกาะรัตนโกสินทร์ให้เป็นสิ่งแรกที่คนทั่วโลกจะต้องนึกถึงเมื่อพูดถึงประเทศไทย มั่นใจดึงนักท่องเที่ยวมาไทยไม่ต่ำกว่า 11.13 ล้านคน กระตุ้นชาวไทยเที่ยวในประเทศ 63 ล้านครั้ง คาดทำรายได้รวมถึง 683,600 ล้านบาท โอซากา - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อที่ประชุมนักธุรกิจญี่ปุ่นกว่า 300 คน ว่า รัฐบาลไทยกำหนดนโยบายพัฒนาการท่องเที่ยวโดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นเมืองหลวงทางการท่องเที่ยวของเอเชียให้ได้ภายในปี 2547 โดยองค์ประกอบสำคัญที่จะได้รับการพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน ประกอบด้วย การคมนาคม แหล่งท่องเที่ยว และการตลาด นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในปีดังกล่าว สนามบินสุวรรณภูมิจะมีความพร้อมให้บริการในฐานะสนามบินศูนย์กลางในภูมิภาค นอกจากนี้ รัฐบาลจะพัฒนาและส่งเสริมสนามบินเชียงใหม่ และสนามบินภูเก็ต ให้เป็นศูนย์กลางการบินเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียอย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านของการพัฒนาสินค้าและการตลาดการท่องเที่ยวนั้น จะเห็นว่า ททท. ได้เน้นการส่งเสริมรายการนำเที่ยวในกลุ่มเป้าหมายที่สูงขึ้น เช่น รายการนำเที่ยวมรดกโลก รายการนำเที่ยวอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง และรายการนำเที่ยวแบบเฉพาะ เช่น กลุ่มกอล์ฟ กลุ่มสปา กลุ่มคู่สมรส เป็นต้นโดยรายการเหล่านี้จะช่วยทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยมีสถานะที่สูงขึ้นในเชิงคุณภาพทางการท่องเที่ยว นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า เป้าหมายการเป็นเมืองหลวงทางการท่องเที่ยวของเอเชียนั้นไม่ใช่เป้าหมายที่ผูกกับจำนวนนักท่องเที่ยว แต่เป็นเป้าหมายที่ต้องการให้นักท่องเที่ยวตระหนักว่าไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายของสินค้าคุณภาพสูงให้เลือกใช้บริการ ภายใต้นโยบายดังกล่าวนี้ แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จะมีการจัดกลุ่มชัดเจน เช่น กลุ่มโบราณสถาน กลุ่มนันทนาการ (RECRATION) กลุ่มทะเล/เกาะ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทดแทนการพิจารณาเป็นรายภาคตามที่ตั้ง ซึ่งทำให้ขาดความเป็นเอกภาพในการพัฒนาในสอดคล้องกับแนวทางการตลาด "นอกจากนี้จะมีการพัฒนาสินค้าขึ้นใหม่ เพื่อส่งเสริมความชัดเจนแก่การท่องเที่ยวของไทย เช่น การปรับปรุงเกาะ รัตนโกสินทร์ ให้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการแบรนดิ้งประเทศไทย เหมือนเช่นเวลาเขานึกถึงฝรั่งเศสก็มักจะเป็นปารีสซองเซลิเซ่ เป็นต้น แต่ไทยเรามีความหลากหลายที่คนอาจนึกถึง อาหาร ช้าง วัดพระแก้ว ดังนั้น โครงการเกาะรัตนโกสินทร์จะถูกพัฒนาให้โดดเด่นเป็นสิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะนึกถึงประเทศไทย" โครงการดังกล่าว ประกอบด้วย การจัดพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ให้มีความเรียบร้อยและมีกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเกิดขึ้น เช่น การเปิดพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อทำให้ภาพพระบรมมหาราชวังสวยงามเหมือนในอดีต หรือโครงการปรับปรุงถนนราชดำเนินให้มีชีวิตเป็นถนนสายสำคัญทางการท่องเที่ยวหรือการปรับปรุงชุมชนแพร่งสรรพศาสตร์ เป็นต้น "โครงการเกาะรัตนโกสินทร์จะไปได้เร็ว เพราะจะเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการประชุมผู้นำ APEC ในเดือนตุลาคมปีหน้า ซึ่งจะประชุมกันที่พระนั่งอนันตสมาคม มีงานเลี้ยงที่ศูนย์ประชุมใหม่ที่กองทัพเรือ และมีการแสดงขบวนเรือพระที่นั่งให้ชมจากฝั่งกองทัพเรือ ซึ่งในตอนนั้นชาวไทยและประชาชนทั้งโลกจะได้เห็นเกาะรัตนโกสินทร์ที่เปลี่ยนไป สวยงามขึ้น" นางจุฑามาศ กล่าวว่า ททท.ได้เริ่มดำเนินงานต่าง ๆ ตามนโยบายสร้างประเทศไทยเป็นเมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวของเอเชียมาระยะหนึ่งแล้ว และในปี 2546 นี้ กำหนดให้เป็นปีแห่งการปรับรูปอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (YEAR OF TOURISM REFROM 2003) โดยจะเสนอขายการท่องเที่ยวภายใต้คำขวัญ AMAZING THAILAND : EXPERIENCE VARIETY โดย ททท.จะกำหนดเป้าหมายทางการตลาดที่ชัดเจน เน้นคุณภาพมากขึ้น และทำการตลาดเชิงรุกดังที่ประสบความสำเร็จในประเทศจีนและญี่ปุ่น นอกเหนือจากการเสนอขายแหล่งท่องเที่ยวและรายการนำเที่ยวพิเศษแล้ว โครงการเที่ยวทั่วไทยไปได้ทุกเดือน ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ได้แก่ การคัดเลือกกิจกรรมของแต่ละเดือนเพื่อเสนอขายในตลาดต่างประเทศอีกด้วย "โครงการเที่ยวทั่วไทยในปี 2546 ไม่ใช่จะเน้นนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเดียวอีกแล้ว แต่จะมีสิ่งดี ๆ ให้ชาวต่างประเทศเห็นว่า การมาเมืองไทยไม่ว่าเดือนไหนก็จะได้รับความพึงพอใจ" สำหรับกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เช่น การแสดงแสงสีเสียง จังหวัดสุโขทัย วัดอรุณฯ ปราสาทหินพิมาย หรือพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีนั้น ททท.จะประสานงานให้มีการจัดแสดงในขนาดเล็กลง แต่มีการแสดงตลอดปีเช่นเดียวกับการแสดงแสงสีเสียงในประเทศสำคัญอื่น ๆ ปี 2546 ททท.มีเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 11.13 ล้านคน และกระตุ้นชาวไทยเที่ยวในประเทศ 63 ล้านครั้ง โดยจะทำให้เกิดรายได้ 360,600 ล้านบาทจากชาวต่างประเทศ และ 323,000 ล้านบาท จากชาวไทยที่เที่ยวในประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ : จิระประภา ศุภโกวิท โทร.0-26166749-50 , 0-2615-4940 โทรสาร.0-2615-4941--จบ-- -สส-

ข่าว สมศักดิ์ เทพสุทิน ล่าสุด