บทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง SCOOBY - DOO จาก วอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส - newswit

กรุงเทพฯ--3 มิ.ย.--วอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ชะแว๊บ! สองปีนับตั้งแต่การแตกคอกันในทีม ซึ่งมีผลให้บริษัทสืบสวนอาชญากรรม Mystery Inc. ต้องปิดตัวลง สกูบี้-ดูและผองเพื่อนร่วมทีม เฟรด (เฟรดดี้ ปรินซ์ จูเนียร์), ดาฟนี่ (ซาร่าห์ มิเชล เกลลาร์), แช็คกี้ (แม็ทธิว ลิลลาร์ด) และเวลม่า (ลินดา คาร์เดลลินี่) แต่ละคนถูกเรียกตัวมายัง เกาะผีสิง เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ไม่ธรรมดาที่เกิดขึ้น ในสถานพักตากอากาศสุดฮิตของบรรดานักท่องเที่ยวเจ้าของเกาะ เอมิล มอนดาวาเรียส (โรวัน แอทคินสัน) หวาดวิตกว่ารีสอร์ทยอดนิยมของเขาอาจถูกวิญญานร้ายสิงสู่ จึงพยายามหาทางรวมกลุ่มเหล่านักสืบผู้โด่งดัง เพื่อมาช่วยไขปริศนา ก่อนที่ความลับเหนือธรรมชาติของเขาจะทำให้ลูกค้าวัยรุ่นของเขาหนีหายไปสกูบี้-ดู และพรรคพวกจะต้องมองข้ามความแตกต่างของแต่ละคน และลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาคิดว่ารู้เกี่ยวกับภูติผี และปีศาจปลอม เพื่อไขปริศนา และปกป้องพวกเขา และท้ายที่สุด…โลก ระ-โร๋ว ! วอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ภูมิใจเสนอ ผลงานของแอทลาส เอนเตอร์เทนเมนท์ โปรดักชั่น โดยราจา กอสแนล ฟิล์ม Scooby-Doo นำแสดงโดย เฟรดดี้ ปรินซ์ จูเนียร์, ซาร่าห์ มิเชล เกลลาร์, แมทธิว ลิลลาร์ด, ลินดา คาร์เดลลินี่ และ โรวัน แอทคินสัน จากบทบาทคลาสสิค ที่ได้รับการสร้างสรรค์จากฮานนา-บาร์เบอร่า โปรดักชั่น Scooby- Doo อำนวยการสร้างโดย ชาร์ลส โรเว่น และริชาร์ด ซักเกิล, กำกับการแสดงโดย ราจา กอสแนล, จากบทภาพยนต์โดย เจมส์ กันน์, เนื้อเรื่องโดย เครก ทิทลีย์ และ เจมส์ กันน์ ผู้อำนวยการบริหาร ได้แก่ แอนดรู เมสัน, โรเบิร์ต แองเกิลแมน, เคลลี่ สมิธ-เวท และ วิลเลี่ยม ฮานนา และโจเซฟ บาร์เบอร่า ผู้ลำดับภาพ ได้แก่ เคนท์ เบย์ดา, A.C.E.; ออกแบบฝ่ายศิลป์โดย บิล โบส์; และผู้กำกับภาพ ได้แก่ เดวิด เอ็กบี้, A.C.S Scooby-Doo จัดจำหน่ายทั่วโลกโดยวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส, AOL ไทม์ วอร์เนอร์ เบื้องหลังความลึกลับ : จุดกำเนิดและวิวัฒนาการของสกูบี้-ดู การ์ตูนซีรี่ส์ที่ฉายต่อเนื่องมายาวนานที่สุด และหนึ่งในบรรดาซีรี่ส์เรื่องลึกลับที่มีมานานที่สุดในประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์อเมริกัน Scooby-Doo, Where Are You? ฉายเป็นวันแรกเมื่อ 13 กันยายน 1969 ตั้งแต่นั้นมา สกูบี้-ดู และทีม Mystery Inc. - เฟรด, ดาฟนี่, แช็คกี้ และเวลม่า - ได้ปรากฎอยู่ในทั้ง 310 ตอน ซึ่งได้ออกอากาศแพร่ภาพในเน็ตเวิร์กมากมายมากว่าสามทศวรรษตั้งแต่การเริ่มต้น ทุกวันนี้ ในอเมริกาในอัตราหนึ่งสัปดาห์โดยเฉลี่ย ผู้ชมเกือบสองล้านคนจะเปิดช่องการ์ตูนเน็ทเวิร์ก เพื่อชม Scooby-Doo อะไรหรือที่ทำให้ Scooby-Doo อยู่ในความนิยมอย่างยาวนาน? จากความเห็นของ เดวิด คลีแมน ผู้อำนวยการบริหารของ American Center for Children and Media ในชิคาโกคือ "เป็นการ์ตูนที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่เด็กๆ ชื่นชอบ ความตลกขบขัน, การผจญภัย และความลึกลับ และเป็นเรื่องราวที่ตื่นเต้นเร้าใจโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงมากมาย" ผู้อำนวยการสร้าง ชาร์ลส โรเวน ให้ความเห็นว่า "มันเป็นการเติมความฝันสูงสุดให้คนดู เรื่องราวเกี่ยวกับตัวแสดงวัยรุ่นหรือยี่สิบต้นๆ ซึ่งสามารถไขปริศนาลึกลับโดยไม่ต้องมีผู้ปกครองดูแล ผู้ใหญ่ที่มีให้เห็นก็คือบรรดาพวกที่โดนทีมจับได้ และที่เยี่ยมที่สุด เป็นเรื่องราวของ สกูบี้-ดู เจ้าหมาพูดได้ ใครล่ะจะไม่ฝันอยากเข้าร่วมแก๊งค์กับ Mystery Inc.?" เมื่อสตูดิโอฮานนา-บาร์เบอร่าเริ่มออกแบบสกูบี้-ดู แช็คกี้และพรรคพวกของ Mystery Inc. นั้น เป็นการสร้างตัวแสดงซึ่งจะใช้ในหนังการ์ตูน ซึ่งในตอนแรกจะใช้ชื่อว่า Mystery Five หรือ Who Scared? แต่ทางสถานีไม่ยอมรับชื่อเหล่านั้นเพราะเป็นเรื่องราวน่ากลัวเกินไปที่จะฉายช่วงเช้าวันเสาร์ ทางสตูดิโอจึงต้องปรับเปลี่ยนต้นฉบับและรูปแบบและนั่นเองเป็นจุดกำเนิดของ Scooby-Doo, Where Are You? แม้ว่า Scooby-Doo, Where Are You? จะเป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่รวมเอาแอ็คชั่นผจญภัย เข้าไว้กับตัวแสดงนำที่เป็นสุนัข และมีคนตัวประกอบ ตามที่เล่าขานกันมานั้น ตัวตนของสกูบี้-ดู กลับเป็นสิ่งที่ถูกคิดขึ้นภายหลัง ทีมงานครีเอทีฟของฮานนา-บาร์เบอร่าลงความเห็นว่าพวกเขาต้องการสิ่งที่จะมาแยกแยะความแตกต่างของตัวแสดงนำทั้งสี่ จึงมีคำแนะนำให้ใช้หมาเป็นตัวช่วยและในที่สุดก็ตัดสินใจใช้รูปแบบของหมาพันธุ์ใหญ่ เกรทเดน เมื่อทีมงานพบว่าหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำงานกับพวกเขาในฝ่ายลงสีนั้น เลี้ยงสุนัขพันธุ์เกรทเดนซึ่งได้รับรางวัล จึงได้ขอคำปรึกษาถึงบุคลิกของหมาพันธุ์นี้…และพวกเขาเขียนทุกอย่างที่ตรงข้าม เพื่อสร้างสกูบี้-ดูขึ้นมา โรเวน และผู้อำนวยการสร้าง ริชาร์ด ซักเคิล ซึ่งเป็นแฟนการ์ตูนอย่างเหนียวแน่นมานาน เริ่มแผนงานการสร้างภาพยนต์เรื่อง Scooby-Doo มาตั้งแต่เมื่อ 8 ปีที่แล้ว "ตอนนั้นงานสร้างกับทางเทอร์เนอร์ พิกเจอร์ส เพิ่งจะเริ่มต้น และเทอร์เนอร์เพิ่งซื้อลิขสิทธิ์ของตัวแสดงมาจากฮานนา-บาร์เบอร่า" ซักเคิลกล่าว "เราคิดว่าเราควรใช้ประโยชน์จากการปฏิวัติทางวิช่วลเอ็ฟเฟ็คที่เกิดขึ้นในช่วงปีหลังๆ นี้ เพื่อสร้างสรรค์สกูบี้ให้มีชีวิต" โรเวนกล่าว "ด้วยการใช้ CGI ร่วมกับการแสดงจริงๆ เราจะได้เปรียบเทียบกันระหว่างซีรี่ส์โทรทัศน์ และให้ผู้ชมได้เห็นว่าสกูบี้ และพรรคพวกจะเป็นอย่างไรถ้าพวกเขามีชีวิต "จริง" ในโลกของเราทุกวันนี้" การดัดแปลง Scooby-Doo ให้เป็นภาพยนต์นั้นเป็นเรื่องท้าทายพอๆ กับการเผชิญกับปริศนาของคณะ Mystery Inc. เลยทีเดียว "เป็นความรับผิดชอบมากมายที่ตามมาในการทำหนังแอ็คชั่นของตัวแทนทางวัฒนธรรมอย่าง Scooby-Doo" โรเวนยอมรับ "เราไม่เพียงแต่ต้องการให้แฟนๆ สมหวัง หรือแค่รวมทุกอย่างของเรื่องเอาไว้ - ช่วงแอ็คชั่นที่ตื่นเต้น, ฉากน่ากลัว, ช่วงตลกขบขัน แขกรับเชิญทั้งหลาย และแน่นอน การเผยโฉมผู้ร้าย - แต่เรายังต้องให้เห็นถึงนิสัยใจคอและมิตรภาพของตัวแสดงอีกด้วย" "การนำเอาการ์ตูนที่เป็นที่รักอย่าง Scooby-Doo มาทำเป็นภาพยนต์ความยาวแค่ 90 นาที จากหนังตอน 30 นาที นั้นอาจสร้างความผิดหวังให้กับแฟนจำนวนมาก ตัวผมเองก็เช่นกัน" ซักเคิลกล่าว "ภาพที่เราเห็นในจอโทรทัศน์ Mystery Inc. เป็นทีมที่เกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น และจะแยกกันเฉพาะตอนที่ต้องสืบหาเบาะแสและวางกับดักเหล่าร้าย เราได้เปิดโลกของ Scooby-Doo และเผยให้เห็นจิตใจของตัวแสดงมากขึ้น ด้วยการสร้างความกดดันภายในทีมในช่วงแรกของเรื่อง และจับพวกเขามาอยู่รวมกันอีกครั้งเพื่อไขปริศนาแห่งเกาะผีสิง ณ ที่ซึ่งพวกเขาถูกบังคับให้ทำงานบนความแตกต่าง ซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้เห็นถึงความเป็นคนของพวกเขา - ในความขัดแย้งไม่เพียงแต่ระหว่างกัน แต่ภายในตนเองซึ่งต้องหาทางแก้ไข" สำหรับผู้เขียนบทภาพยนต์ เจมส์ กันน์ รู้สึกว่าการได้ดัดแปลง Scooby-Doo ให้เป็นภาพยนต์นั้นเปรียบเสมือนงานในฝัน "ผมโตมาพร้อมกับการนั่งดู Scooby-Doo ทุกเช้าวันเสาร์ และถ้าผมทำอะไรผิดก็จะถูกจำกัดบริเวณและห้ามดูเรื่องนี้ นั่นแย่ยิ่งกว่าตกนรกอีก" กันน์ล้อเลียน "พวกสัตว์ร้ายและปีศาจทำให้ผมกลัวแทบตาย ผมจึงอยากเป็นคนสร้างพวกนั้นในหนังเรื่องนี้ ให้เหมือนจริงมากที่สุด และให้โอกาสวีรบุรุษของพวกเราได้อยุ่ในสถานการณ์เขย่าโลก ซึ่งจะทำให้พวกเขาต้องช่วยปกป้อง ในการเขียนสกูบี้ ผมแค่นั่งสบายๆ บนเก้าอี้ และคอยดูว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป เขาเป็นนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่" งานช้างในอันที่จะนำทางให้ Scooby-Doo เดินจากกระดาษไปสู่จอภาพยนต์นั้น ผู้อำนวยการสร้างหันไปหา ราจา กอสแนล ผู้กำกับการแสดงจากคอมเมดี้เรื่องฮิต Big Mama's House และ Never Been Kissed ซึ่งเคยเป็นผู้ลำดับภาพลือชื่อให้กับหนังดังหลายเรื่อง รวมทั้ง Home Alone และ Mrs. Doubtfire "ราจาเป็นผู้กำกับที่ยอดเยี่ยมสำหรับ Scooby-Doo เพราะเขารู้วิธีที่จะทำให้พวกคุณหัวเราะ ทั้งในฐานะผู้กำกับ และผู้ตัดต่อ" โรเวนยืนยัน "ตัวละครในเรื่องนี้มีจิตใจที่ดี แต่พวกเขาก็มีข้อบกพร่องด้วย ราจารู้ดีว่าจะดึงส่วนที่ดีที่สุดของแต่ละตัวออกมาและทำให้ผู้ชมเข้าใจและห่วงใยพวกเขา เขายังเป็นผู้ที่นำมาซึ่งสไตล์หลากหลายของวิช่วลให้กับหนังเรื่องนี้" "ครอบครัวของผมเป็นแฟนเหนียวแน่นของ Scooby-Doo" กอสแนลบอก "และผมชอบความคิดที่จะทำภาพยนต์ซึ่งให้เกียรติกับการ์ตูน แต่ในขณะเดียวกันก็ลงรายละเอียดมากกว่าหนังที่เจาะลึกถึงความเป็นตัวละคร และความสัมพันธ์ที่มีต่อสกูบี้ ซึ่งอยู่ในโลกที่บริสุทธิ์ เขาหิว เขากลัว เขามีความสุข และแค่ต้องการอยู่กับพวกพ้องของเขา เขามีคุณสมบัติที่ไม่จำกัดซึ่งเป็นสิ่งที่น่าประทับใจมากเป็นพิเศษ" * * * นักสืบรับจ้าง : การคัดตัว MYSTERY INC. และ ความแปลกประหลาดของที่พักตากอากาศบนเกาะที่น่าสพรึงกลัว ทีมงานได้คัดสรรเหล่าดาราฮอลลีวู้ดซึ่งมากความสามารถทั้ง 4 คน มาเพื่อให้สีสันในทีมไขความลับ ผู้ประกาศตนอย่างเปิดเผยถึงความเป็นแฟนของ Scooby-Doo อย่างเฟรดดี้ ปรินซ์ จูเนียร์ มารับบทเฟรดดี้ ผู้ประกาศตนเป็นหัวหน้าทีม Mystery Inc. และผู้เป็นสารถีในการขับเคลื่อนออฟฟิซล่าผีเคลื่อนที่ Mystery Machine ในตอนแรกเขาลังเลที่จะร่วมงานนี้ "ความที่ผมเป็นแฟนตัวยงของซีรี่ส์ สกูบี้-ดู ผมจึงไม่อยากมีส่วนร่วมในหนัง เว้นแต่ว่ามันจะสนุกเท่ากับการ์ตูน" ปรินซ์สารภาพ เขาเป็นเจ้าของวิดีโอเทปทุกตอนของ Scooby-Doo รวมทั้งลูกโบว์ลิ่ง ซึ่งสลักชื่อโบว์ลิ่งของเขาไว้ด้วยว่า Mystery Machine "แต่เมื่อได้อ่านบทภาพยนต์แล้วมุมมองของผมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง บทหนังยอดเยี่ยมมากและตลกอย่างร้ายกาจ มันทำให้ผมหัวเราะออกมาดังๆ - บ่อยมาก และในที่สุดผมตกลงใจที่จะแสดงหนังเรื่องนี้" ริชาร์ด ซักเคิลกล่าวว่า "เฟรดดี้ตลกมาจริงๆ เขารักเรื่องนี้อย่างแท้จริง และมีข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อเรื่องและเข้าถึงความเป็น Scooby-Doo ที่แท้จริง เขามีความเป็นเฟรด โจนส์และรู้ว่าจะแสดงออกอย่างไรถึงความเย่อหยิ่งของตัวละครออกมา" ปรินซ์ชื่นชมโอกาสที่เขาจะได้แสดงเป็นตัวเฟรด โจนส์ ซึ่งจะได้แสดงถึงแก่นแท้ออกมามากกว่าในการ์ตูน "ในการ์ตูน มีหลายตอนที่แสดงให้เห็นว่า เฟรดไม่ค่อยเอาใจใส่คนอื่นๆ ในทีม ผมตัดสินใจที่จะขยายจุดนี้ให้มากขึ้นเพื่อทำให้เขาตลกและผิดพลาดกว่าเดิม เฟรดไม่ค่อยฉลาดเท่าที่เขาคิด และค่อนข้างยโส แม้ว่าทุกคนใน Mystery Inc. จะมีความสำคัญเท่าเทียมกัน แต่เฟรดมักจะลืมไปว่ายังมีผู้โดยสารอยู่ในรถ เขาชื่นชอบผุ้คน และผู้คนก็ชอบเขา ซึ่งนั่นสร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับคนอื่น โดยเฉพาะ เวลม่า ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดขึ้นในกลุ่ม" ผู้รับบทหญิงสาวผู้ตกที่นั่งลำบากตลอดกาล ดาฟนี่ เบลค คือ ดาราผู้มากความสามารถ ซาร่าห์ มิเชล เกลลาร์"ในซีรี่ส์โทรทัศน์เรื่อง Buffy ซาร่าห์รับบทหญิงสาวที่เก่งกาจในการดำเนินธุรกิจ" โรเวนเล่า "เมื่อเป็นดาฟนี่ เธอกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ในการสวมบทเด็กสาวซึ่งถูกจับเป็นเชลย และต้องการความช่วยเหลือจากพรรคพวกเป็นประจำ" "ดาฟนี่มักถูกมองว่าเป็นเด็กสาวหน้าตาดีธรรมดาๆ คนหนึ่ง เธอไม่ค่อยเชื่อมั่นในตนเองเพราะคนอื่นๆ ชอบตัดสินเธอจากภายนอกมากกว่าจะมองตัวตนข้างใน" เกลลาร์ ผู้ทำให้นักสืบสาวในภาพวาดกลายเป็นหญิงสาวผู้สะเทือนใจง่ายซึ่งพยายามทำตัวให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่ม "การแตกคอกันทำให้ดาฟนี่สามารถค้นพบตัวเอง และการผจญภัยในเวลาต่อมาบนเกาะผีสิงทำให้เธอสามารถพิสูจน์ตัวเอง จนกลายเป็นส่วนสำคัญของคณะ" ในช่วงแห่งการค้นพบตัวเองนั้น ดาฟนี่ได้กลายเป็นนักเรียนวิชาศิลปะต่อสู้ และผู้เชี่ยวชาญการป้องกันตนเอง "เธอเบื่อกับการที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขันและต้องร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจคุมเกมและเข้าต่อสู้" เกลลาร์กล่าว แม้ว่าเกลลาร์จะคุ้นเคยกับการแสดงเป็นบัฟฟี่ ผู้สังหารแวมไพร์ แต่การรับบทดาฟนี่ ผู้รักการต่อสู้นั้นก็ยังเป็นเรื่องพิเศษอีกรูปแบบหนึ่ง "แสดงเป็นดาฟนี่เป็นเรื่องท้าทายสำหรับฉันจริงๆ - แถมแผนกแต่งหน้าต้องคอยปกปิดรอยฟกช้ำให้" เกลลาร์ล้อเลียน "เป็นการแสดงที่เหลือเชื่อ บางครั้งมันง่ายกว่าที่จะแสดงบทคนที่ไม่ค่อยรู้อะไรและคอยแต่จะสะดุดขาคนอื่น มากกว่าคนที่มีความสามารถทางกายอย่างบัฟฟี่" บางทีบทที่ต้องการความสามารถทางกายใน Scooby-Doo นั้นน่าจะเป็นแช็คกี้ เพื่อนรักของสกูบี้และคู่หูในด้านความขี้ขลาด และการกิน "หลายปีมาแล้วที่เพื่อนๆ ชอบล้อเลียนผมว่าเหมาะกับบทแช็คกี้มากที่สุดแล้ว" แม็ทธิว ลิลลาร์ดผู้รับบท "สุขกันเถอะเรา-เอาพิซซ่ามา" เขาเล่า "โชคดีจริงๆ ที่พอมีการรวบรวมทีมให้ Scooby-Doo ผมทำงานอยู่ตรงที่สามารถเล่นบทนี้" กอสแนลเล่าว่า "แมทธิวเป็นนักแสดงที่เก่งมาก เขามีอารมณ์ขันและจังหวะที่เหมาะกับการแสดงตลก เมื่อเราได้พบกับเขาเพื่อคุยเรื่องบท เขาไม่ได้มาเพื่อ "เป็น" แช็คกี้ เขาผสมผสานความเป็นแช็คกี้กับบุคลิกของเขา ซึ่งมันตลกดีจริงๆ ความกลมกลืนนี้ทำให้แช็คกี้ออกมาเป็นธรรมาชาติและไม่ได้เลียนแบบการ์ตูน" แช็คกี้ซึ่งรับบทโดยลิลลาร์ด ไม่เพียงแต่ต้องวิ่งหนีผีด้วยสเกตบอร์ดและหลบหนีจากปีศาจร้ายด้วยจักรยานสี่ที่นั่งเท่านั้น เขาและสกูบี้เป็นตัวสร้างเสียงหัวเราะให้กับหนัง "ปกติแล้วผมไม่ชำนาญเรื่องเล่นตลก แต่มันน่าตื่นเต้นที่จะสร้างแช็คกี้ให้มีชีวิตขึ้นมา" ลิลลาร์ดกล่าว "ผมพยายามรักษาจังหวะเดินด้วยก้าวยาวๆอย่างเขา การทรงตัว และการพูดด้วยเสียงของเขา ซึ่งเป็นงานที่หนักมาก - โดยเฉพาะในฉากส่วนใหญ่ที่ผมเล่นร่วมกับสกูบี้ ซึ่งบ่อยครั้งที่ต้องแสดงกับเครื่องหมายหรือตุ๊กตาสัตว์ แต่ทุกอย่างคุ้มค่า การสร้าง Scooby-Doo คือฝันที่เป็นจริง หนึ่งในหลายวิธีที่ทีมงานเปิดโลกของ Scooby-Doo ให้กว้างขึ้นคือ - ชะแว๊บ! - การสร้างความแตกแยกระหว่างแช็คกี้และสกูบี้ "แช็คกี้และสกูบี้เป็นเพื่อนรัก เป็นพี่น้อง และคู่รัก" ซักเกิ้ลกล่าว ดังนั้นเราจึงสร้างบท แมรี่ เจน ขึ้นมาเป็นความรักของแช็คกี้ เขาตกหลุมรักแมรี่ เจน (รับบทโดยไอซลา ฟิชเชอร์ ) ซึ่งสร้างความกระอักกระอ่วนให้กับสกูบี้ผู้เคยเป็นหนึ่งมาก่อน แน่ละ ที่หนึ่งอันดับสองรองจากอาหาร เป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงเข้ามาทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างพวกเขา และนำตัวแสดงและผู้ชมไปยังเรื่องใหม่ๆ" ผู้ที่ต้องเผชิญกับเรื่องใหม่อีกคนก็คือ เวลม่า ดิงก์ลีย์ ผู้เปรียบเหมือนมันสมองของกลุ่ม รับบทโดยลินดา คาร์เดลลินี่ "เวลม่ารักการไขปริศนาลึกลับ แม้ว่าเธอจะไม่เคยได้รับความดีความชอบนั้นแม้สักครั้ง" คาร์เดลลินี่กล่าว เธอเป็นที่รู้จักดีจากซีรี่ส์โทรทัศน์เรื่อง Freaks and Geeks "เหนืออื่นใด เธอรักพวกพ้อง แม้เธอจะซีเรียสกว่าคนอื่นๆ เธอก็หัวเราะได้อยู่เสมอ โดยเฉพาะกับแช็คกี้และสกูบี้" "เวลม่า เป็นคนเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา แม่นยำ และตั้งใจไขปริศนา" กอสแนลเสริม "ในหนังของเรา จะแสดงให้เห็นว่า แม้ว่าเธอจะเป็นผู้คลี่คลายคดีต่างๆ แต่เฟรดกลับเป็นผู้ที่ได้รับคำยกย่องจากแผนและกับดักที่เธอเป็นผู้คิดขึ้น และนั่นทำให้เธอคิดมาก เมื่อเรื่องราวดำเนินไป เวลม่าจึงพูดสิ่งที่เธออยากพูดตลอดมากับพรรคพวก เธอบอกถึงความในใจของเธอนั่นเอง" สำหรับคาร์เดลลินี่นั้น การทำให้เวลม่าโลดแล่นบนจอเป็นงานที่น่าหวาดหวั่น "การที่ได้รู้ว่ามีคนเป็นพันๆ ตั้งความหวังไว้เหมือนกับฉัน เป็นสิ่งที่ทำให้ประสาทเครียดมากในตอนแรก" คาร์เดลลินี่ยอมรับ "ฉันต้องการให้เวลม่าเป็นคนแบบที่ฉันจำได้ตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเป็นเด็กสาวที่ "ยอด" แม้ไม่เยี่ยม เธอเก่ง ชอบสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองเป็น การสวมชุดเครื่องแบบของเวลม่า เป็นเรื่องที่สนุกมาก - เสื้อคอเต่าสีส้มสัญญลักขณ์ของเธอ และถุงเท้าสีส้มกับแว่นตาหนาเตอะ - และไปได้เลย" "น่าตกใจเวลาที่ผมเดินสวนกับลินดาตอนเข้าฉาก เธอหลอมเอาความเป็นเวลม่าทั้งกิริยาท่าทาง และเสียงพูดเข้าไปจนเป็นบุคลิกของตัวเธอ" ซักเกิลกล่าว "เธอคือเวลม่าที่มีชีวิตและลมหายใจทุกกระเบียดนิ้ว" บทบาทของเอมิล มอนดาวาเรียส ผู้ลึกลับและเพี้ยนๆ ซึ่งอยู่เบื้องหลังเรื่องผีสิงบน เกาะสปูกกี้ ซึ่งเป็นโอเอซิสแห่งเกาะสปริงเบรก ทีมงานมีนักแสดงที่อยู่ในใจเพียงคนเดียว ดาราตลกชื่อก้อง โรวาน แอทคินสัน "โรวานเป็นนักแสดงคนเดียวที่สามารถสวมบทมอนดาวาเรียส" โรเวนกล่าว "เขามีหลายเหลี่ยมหลายมุมที่จะทำให้ตัวละครมีสีสันและความแตกต่าง คุณต้องคอยคาดเดาตลอดเวลา พอคิดว่ารู้จักเขาดีแล้ว มอนดาวาเรียสก็จะเผยอีกโฉมหน้าของเขาออกมา" "ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับบทนี้ เพราะ Scooby-Doo เป็นการ์ตูนที่โด่งดังและสนุกสนานจริงๆ" แอทคินสันให้ความเห็น "มอนดาวาเรียสดูเป็นคนใจดี ช่างเอาใจ แต่เขาสามารถดูห่างเหินได้ทันทีทันใด และคุณไม่มีทางรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เขามีสองบุคลิกอยู่ในตัวซึ่งมีเล่ห์เหลี่ยม และเป็นบทที่สนุกมาก" อย่างไรก็ดี Mystery Inc. ปรักปรำว่ามอนดาวาเรียสเป็นผู้ต้องสงสัย "เมื่อเขาถามว่าทำไมจึงสงสัยเขา เฟรดตอบว่า "เพราะผมเห็นว่าคุณน่าขยะแขยง" ซึ่งผมคิดว่าเป็นเหตุผลที่ดีพอๆกับอย่างอื่น" แอทคินสันล้อเลียน "และผมคิดว่ามอนดาวาเรียสเป็นคนที่ดูน่าขยะแขยงนิดหน่อยนะ คุณต้องดูหนังแล้วจะรู้ว่าเขาเป็นนักโกหกตัวยงทีเดียว!" "ผมเห็นมอนดาวาเรียสเป็นคนเพี้ยนที่น่ารัก แบบเดียวกับ Wizard of Oz" กอสแนลเล่า "โรวานใส่เสน่ห์และความดึงดูดใจร่วมกับความสามารถบนจอให้กับมอนดาวาเรียส เมื่อเริ่มเดินกล้อง เขาจะสร้างสรรค์ได้อย่างเหลือเชื่อและมักหาจังหวะที่เหมาะเจาะ จะทำฉากนี้จะตลกไปกว่านี้ได้ยังไงนะ? ทำให้สมจริงกว่านี้ได้ไหม? เขาสร้างโอกาสมากมายท่าที่สามารถทำได้ให้กับตัวละครและแม้แต่ภาพยนต์" "โรวาน แอทคินสัน เป็นดาราตลกที่เยี่ยมยอดและเป็นคนที่ทำงานด้วยแล้วสนุก!" เฟรดดี้ ปรินซ์ จูเนียร์ สะท้อนความรู้สึกของดาราทุกคน "ผมต้องพยายามอย่างมากที่จะมีสมาธิ เพราะเขาคอยแต่จะทำให้ผมหลุด จนต้องเทคแล้วเทคเล่า" * * * ไขปริศนาเบื้องหลังฉาก ผู้อำนวยการสร้าง ชาร์ลส โรเวน ให้ความเห็นว่าการสร้างภาพความบันเทิงใน Scooby-Doo นั้นเป็นเรื่องที่ยากเข็ญพอๆ กับการเขียนสคริปท์ที่สนุกสนานและการคัดเลือกตัวแสดงซึ่งต้องนำมารวมกันไว้ในหนังเลยทีเดียว "เราต้องการให้หนังออกมาในรูปแบบที่มีชีวิตชีวา ภาพที่เห็นได้อย่างชัดเจน และผมเชื่อว่าเราทำสำเร็จ" โรเวนกล่าว "บิล โบส์ ผู้ออกแบบฉากของเรา และลีซ่า อีแวนส์ ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ได้มีส่วนในการทำให้หนังออกมาดูพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นฉากหรือเสื้อผ้า รวมทั้งเดวิด เอ็กบี้ ช่างกล้อง ได้ทำงานที่ยอดเยี่ยมในการทำให้จอภาพเต็มไปด้วยอาหารตา และราจาได้ผลักดันจินตนาการของทุกคนไปถึงจุดที่ควรจะเป็น" "ผมขนานนามหนังเรื่องนี้ว่าเป็น "งานค็อกเทลของไฟ" เดวิด เอ็กบี้ กล่าวล้อเลียน เขาคือผู้กำกับภาพให้กับงานหนังวิช่วล เอ็ฟเฟ็คอย่าง Pitch Black และ Dragonheart "ราจาต้องการสีสันให้ "โดด" ออกมาจากจอ และบิล โบส์ สร้างผลงานที่เหลือเชื่อในการออกแบบฉากซึ่งเต็มไปด้วยสีจัดจ้า การเดินเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นตอนกลางคืน มันจึงเป็นสิ่งท้าทายในการจับภาพสีเหล่านั้นในขณะที่ใช้แสงในการแสดงถึงความมืดภายนอก อีกทั้งฉากของบิลนั้นใหญ่มากและหลายครั้งที่ต้องการไฟมากมาย แต่ละฉากต้องการแสงที่ต่างกันออกไป ฉากที่ยากที่สุดคือฉากจบที่อยู่ในถ้ำใหญ่ และไม่มีที่ซ่อนไฟตรงไหนเลย ผมจึงต้องออกแบบระบบไฟพิเศษขึ้นมา" ในการออกแบบฉาก บิล โบส์ต้องคำนึงถึงสิ่งที่ช่างกล้องและทีมวิช่วล เอ็ฟเฟ็คต้องการ รวมทั้งยังคงความเป็น Scooby-Doo ดั้งเดิมไว้อีกด้วย "เรารวมเอางานสร้างของการ์ตูนทุกรูปแบบไว้ในงานวิช่วลในตอนออกแบบฉาก" โบส์อธิบาย "สิ่งที่ต้องมีคือปราสาทลึกลับ ชุดเสื้อเกราะ และโครงกระดูก ส่วนใหญ่ต้องมีห้องสมุด และประตูกลแอบอยู่ตรงไหนสักแห่ง เพราะซีรี่ส์เปิดตัวในราวตอนปลายทศวรรษที่ 60 เราจึงต้องเล่นไปแบบนั้น ยกตัวอย่างปราสาทผีสิงที่มีสีด้านนอกเป็นสีม่วง แต่ภายในสีน้ำเงิน เราต้องการให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด แต่ต้องอยู่ในภาพและภูมิประเทศดั้งเดิมของ Scooby-Doo แม้ว่าฉากส่วนใหญ่จะถูกสร้างในสตูดิโอ หกเวทีของวอร์เนอร์ โรดโชว์ ที่โกลด์โคสต์ ออสเตรเลียก็ตาม ทีมงานก็ยังใช้โลเคชั่นนอกสถานที่อีกเป็นจำนวนมาก ฉากแรกซึ่งเต็มไปด้วยพลังของเรื่องถูกถ่ายทำในโรงไฟฟ้าเทนนีสัน ที่บริสเบน (ไม่ได้ใช้ทำการแล้ว) "โรงไฟฟ้านั้นเหมือนกับที่เราเห็นในการ์ตูนไม่มีผิด" โบส์กล่าว "มันเป็นเหมือนโรงงานเก่าในซีรี่ส์ - สถาปัตยกรรมสมัยทศวรรษที่ 50 ซึ่งมีอิฐแก้วและปล่องควัน ซึ่งเหมาะที่สุดที่เราจะสร้างฉากโรงงาน Wow-O Toy" โลเคชั่นหลักอีกแห่งที่ถูกใช้ในการถ่ายทำคือที่ Tangalooma Wild Dolphin Resort ที่เกาะมอร์ตันในควีนส์แลนด์ ซึ่งใช้เป็นเกาะสปูกกี้ สวนสนุกสุดฮิตของบรรดานักศึกษาซึ่งดำเนินกิจการโดย เอมิล มอนดาวาเรียส โบส์ออกแบบเกาะสปูกกี้ด้วย "อิทธิพลจากโพลีนีเซียน ติกิ และวูดู" เขากล่าวว่า "เต็มไปด้วยหน้ากากและหน้าตาแปลกๆมากมาย รูปแบบและสีสันหวือหวา เราสนุกเป็นที่สุดกับการออกแบบนี้" (ทีมงานวิช่วล เอ็ฟเฟ็คของ Scooby-Doo ยังมีส่วนร่วมในการออกแบบเกาะผีสิง รวมทั้งใช้ดิจิตอลในส่วนของปราสาทผีสิง และสวนสนุก) "ความเป็นอาร์ติสท์ของบิลทำให้ผมทึ่ง" แมทธิว ลิลลาร์ดกล่าวอีกว่า "ยกตัวอย่างม้านั่งบนเกาะสปูกกี้ ไม่ได้เป็นแค่ที่นั่ง - มันยังเป็นโลงศพซึ่งมีโครงกระดูกที่ออกมาจากและดูเหมือน ม้านั่ง ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นงานที่ยากในการทำงานกับสกูบี้ล่องหน แต่การได้ทำงานกับสภาพแวดล้อมที่บิลสร้างขึ้นนั้นเป็นเรื่องสนุกมาก" กอสแนลกล่าวว่า "การสร้างหนังเกี่ยวกับเกาะผีสิงนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้การออกแบบฉากเป็นไปโดยง่าย เพราะไม่ต้องเป็นสิ่งเกี่ยวข้องกับ "เรื่องจริง" ผมภูมิใจกับผลงานของลีซ่า อีแวนส์ในการออกแบบเสื้อผ้าให้กับทุกคนบนเกาะ ซึ่งเราต้องการให้ทุกอย่างไม่เหมือนใคร เราไม่ต้องการประเภท โครงกระดูกเต้นได้น่าเบื่อ แดรกคิวล่า มนุษย์หมาป่า หรือแม่มดขี่ไม้กวาด ลีซ่าสร้างสรรค์และละเอียดอย่างเหลือเชื่อ แม้แต่หัวหน้าเผ่า และรปภ. ของโรงแรม จนกระทั่งสีและรอยสักที่เธอใช้กับบรรดาคนร้าย" ในความเห็นของอีแวนส์ ความท้าทายหลักของเธอคือการที่ต้องรักษาความเป็นเสื้อผ้าที่แท้จริงของ Scooby-Doo ไว้ในขณะที่เสริมแต่งด้วยการตัดเย็บสมัยใหม่ "เราใช้เวลามากมายในการที่จะทำให้สีสันดั้งเดิม "โดด" ออกมาจากจอ และทำอย่างไรให้พวกมันโดดเด่นมากขึ้น" อีแวนส์กล่าว "สำหรับตัวแสดงหลัก เราใช้เสื้อผ้าที่มีสีที่ต่างกัน 2 ชุด สำหรับแต่ละตัว - ชุดกลางวันและชุดกลางคืน ซึ่งเป็นเฉดเดียวกันแต่คนละโทน สีมืดกว่าสำหรับใช้กลางวัน และสีอ่อนเพื่อให้เข้ากับแสงไฟ แต่เรายึดแนวเสื้อผ้าดั้งเดิมไว้ เวลม่าใส่เสื้อคอเต่าสีส้มและแว่นหนาเตอะของเธอตลอดเวลา เฟรดกับชุดสปอร์ตฟ้าขาวของเขา แชคกี้กับเสื้อเชิ้ตเขียวและกางเกงน้ำตาลของเขา และดาฟนี่ในชุดแฟชั่นสีม่วงซึ่งเป็นสัญญลักขณ์ของเธอ" * * *ว้าว! เวทมนต์แห่งหนังที่นำสกูบี้มาสู่จอเงิน ในการสร้างสรรค์ภาพยนต์โดยการดัดแปลงจากการ์ตูนสุนัขที่เป็นที่รักของคนทั่วโลก เรื่องสกูบี้-ดู เป็นครั้งแรก ทีมงานต้องนำบุคลิกของตัวแสดงแอนนิเมชั่นซึ่งเป็นสุนัขปราบอาชญากรรม มาสู่รูปแบบในมิติใหม่ด้วยการใช้ระบบกำเนิดภาพจากคอมพิวเตอร์ (CGI) "สกูบี้เป็นตัวละครหลักของเรื่องและส่วนใหญ่ของความเฉื่อยชา แรงผลักดันของเรื่อง เกิดจากหน้าตาและอากัปกิริยาของเขา ผู้ควบคุมวิช่วล เอ็ฟเฟ็ค ปีเตอร์ ครอสแมนอธิบาย "การผสมกันของตัวเลือกจาก CGI ทำให้เราไม่มีข้อจำกัดในการสร้างตัวตนของสกูบี้ และยังทำให้เราใส่ความเป็นการ์ตูนลงไปได้อีกด้วย โดยเฉพาะสีหน้า กราม และยิ้มของเขา - แต่ยังคงความสมจริงไว้ด้วย" ตั้งแต่เริ่มการถ่ายทำ ผู้กำกับราจาเน้นว่าผู้แสดงสามมิติจะต้องก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและสมจริงกับตัวละคร "สกูบี้ต้องเดินและพูดและมีแสดงร่วมกับผู้แสดงอื่น โดยการแสดงท่าทางแบบมนุษย์ แต่พอหมดงานเขาต้องรู้สึกเหมือนหมาธรรมดาทั่วไป และต้องแสดงความมีเสน่ห์ อารมณ์ขัน และกิริยามารยาทซึ่งเราคุ้นเคยในความเป็น สกูบี้-ดู" กอสแนลกล่าว "การสร้างตัวละครด้วย CGI โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สกูบี้-ดู ซึ่งมีปฏิกิริยากับสิ่งรอบข้างและผู้ร่วมแสดงที่เป็นมนุษย์ - รวมทั้งองค์ประกอบอารมณ์ขันเพ้อฝัน - เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมหาศาล" ครอสแมนกล่าว "เพิ่งสองสามปีที่ผ่านมานี้เองที่เทคโนโลยีสามารถทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ในส่วนของสกูบี้ เรายังมีความกดดันจากความคาดหวังของแฟนๆ สกูบี้อีกด้วย"(ยังมีต่อ) -อน-

ข่าว คนหนึ่ง ล่าสุด