(ต่อ2) บทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง SCOOBY - DOO จาก วอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส

กรุงเทพฯ--3 มิ.ย.--วอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ได้รับ RIAA ดับเบิ้ล-แพลตตินัม ผลของความพยายามในปีที่สอง, Floored ความสำเร็จที่ตามมาด้วย ผลงานฮิตในปี 1999 smash hit, ทริเปิล แพลตตินัม 14:59 ในปี 2001 ชูการ์ เรย์ออกอัลบั้มใหม่ ซึ่งมีผลงานอย่าง "When It's Over" และ "Answer The Phone" Scooby-Doo เป็นภาพยนต์เรื่องที่สองของ ชูการ์ เรย์ หลังจากคอมเมดี้เรื่องแรก Father's Day. * * * ทีมงาน "ตอนเป็นเด็กผมดูการ์ตูนมาเยอะ" ผู้ลำดับภาพที่กลายมาเป็นผู้กำกับการแสดง ราจา กอสแนล (ผู้กำกับการแสดง) อธิบายถึงความชื่นชอบฝังใจของเขาซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เกิดภาพยนต์คอมเมดี้หลากหลายในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งล้วนแต่ได้รับความสำเร็จ อาทิเช่น ซีรี่ส์ Home Alone จนถึง Mrs. Doubtfire และกระทั่ง Big Momma's House ความสามารถของกอสแนลในการสร้างผลงานตลกขบขันจนเป็นที่ชื่นชมนั้น มีแววมาตั้งแต่ผลงานกำกับเรื่องแรกในปี 1997 ใน Home alone 3 หลังจากทำงานด้านตัดต่อมาเป็นเวลาถึง 15 ปี และความสำเร็จในครั้งนั้นตามมาติดๆ ด้วย Never Been Kissed, เรื่องราวโรแมนติคคอมเมดี้ นำแสดงโดยดรู แบรี่ มัวร์ และเดวิด อาร์เควท ละเรื่อง Big Momma's House, หนังตลกโฉ่งฉ่าง นำแสดงโดยมาร์ติน ลอว์เรนส์ ซึ่งกลายเป็นหนังยอดฮิตแห่งปี 2000 อีกเรื่องหนึ่ง ทำรายได้มากกว่า $115 ล้านในประเทศ กอสแนลเกิดและเติบโตในลอสแอนเจลิส และเคยฝึกงานที่ Lions Gate Films ในช่วงปลายศตวรรษที่ 70 ร่วมกับโรเบิร์ต อัลท์แมน และเคยรับตำแหน่งผู้ช่วยด้านลำดับภาพให้กับอัลท์แมนในหนังหลายเรื่องเช่น Quintet, A Perfect Couple และ H.E.A.L.T.H. เขาก้าวสู่การลำดับภาพให้กับคอมเมดี้เพลงเรื่อง Popeye หลังจากนั้นกอสแนลได้ช่วยผู้ลำดับภาพเจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง วิลเลี่ยม เรย์โนลด์ส ในภาพยนต์อีกหลายเรื่อง ก่อนได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองในหนังสั้นประเภทแอ็คชั่นเรื่อง The Silence ในฐานะผู้ลำดับภาพ กอสแนลเคยร่วมงานกับผู้กำกับชื่อดังหลายคน อาทิเช่น แบรี่ เลวินสัน, จอห์น ฮิวจ์ส, และแกรี่ มาร์แชล ในเรื่อง Good Morning Vietnam, Miracle on 34th Street และ Pretty Woman ตามลำดับ และยังไม่รวมการร่วมงานมานานกับคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ตั้งแต่ปี 1988 ในเรื่อง Heartbreak Hotel - ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งโลกของการตัดต่อ ทั้งคู่ยังร่วมกันสร้างผลงานในความทรงจำ และบรรดาคอมเมดี้ที่ประสบความสำเร็จแห่งทศวรรษ 1990 ได้แก่เรื่อง Home Alone, Only the Lonely, Home Alone 2: Lost in New York, Mrs. Doubtfire และ Nine Months ชาร์ลส โรเวน (ผู้อำนวยการสร้าง) มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากว่า 20 ปี ในฐานะผู้อำนวยการสร้างภาพยนต์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Atlas Entertianment และบริษัทในเครือ Atlas/Third Rail Management และ Third Rail Records, ซึ่งกลายมาเป็นส่วนหนึ่ง Mosaic Media Group, ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตภาพยนต์มัลติมีเดีย, ภาพยนต์ และงานโทรทัศน์ นอกเหนือจากผลงานสร้างเรื่อง Bulletproof Monk, โรเวนยังอยู่ระหว่างการดูแลงานหลังถ่ายทำให้กับภาพยนต์เรื่อง Scooby-Doo นำแสดงโดยเฟรดดี้ ปรินซ์ จูเนียร์, ซาร่าห์ มิเชล เกลลาร์, และลินดา คาร์เดลลินี่ โรเวนรับหน้าที่บริหารงานที่ Atlas Entertainment และกิจการอื่นๆ ภายใต้ชื่อ Atlas entities หลังจากการหุ้นกับผู้จัดการเพลง โรเบิร์ต คาวาลโล มานานถึง 8 ปี ผู้ซึ่งภายหลังได้ลาออกจากบริษัทในปี 1998 และรับตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท Buena Vista Music Group และ Hollywood Records ความสำเร็จของบริษัทนั้นมีส่วนอย่างมากจากภรรยาผู้ล่วงลับของโรเวน ดอว์น สตีล ซึ่งเข้ามาช่วยงานหลังจากเคยดำรงตำแหน่งประธานบริหารของ Columbia Pictures หนึ่งในบรรดาผู้สร้างอันดับต้นๆ ของวงการภาพยนต์ เป็นหัวหอกของหลายโปรเจ็ค นับแต่ก่อตั้ง Atlas Entertainment ในปี1990 ทั้งทำหน้าที่ควบคุมการผลิต และเป็นผู้อำนวยการสร้างให้กับหนังหลายเรื่องอย่างเช่น Final Analysis, Honey, I Blew Up the Kids, Cool Runnings, Man's Best Friend, Sister Act II: Back in the Habit, Angus, Twelve Monkeys, Fallen, City of Angels and Three Kings เริ่มต้นการทำงานด้วยการเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดหา อันนำไปสู่การทำงานร่วมกับศิลปินจนกระทั่งถึงงานสร้าง ขณะเดียวกันกับที่ทำงานด้านภาพยนต์ โรเวนยังร่วมงานบริหารด้านเพลง ขณะนี้กำลังดูแลงานซาวนด์แทร็คให้กับ Scooby-Doo โดยใช้วงดนตรีที่มีชื่อที่สุดของแผนก Outkast ในงานเพลงชิ้นแรกเพื่อเปิดตัวภาพยนต์ และเขายังได้รับการกล่าวขานว่า เป็นตัวเชื่อมระหว่างสองแผนกนี้อีกด้วย ในปี 1998 งานซาวน์ดแทร็คของภาพยนต์เรื่อง City of Angels ได้รับรางวัล แกรมมี่ 3 รางวัลซ้อน เป็นซาวนด์แทร็คยอดจำหน่ายสูงสุดของ และ ซิงเก้ล #1 ของ ลูกค้า Alanis Morissette แห่ง Atlas/Third Rail และ The Goo Goo Dolls ริชาร์ด ซักเกิล (ผู้อำนวยการสร้าง) เข้ารับการศึกษาจาก University of Chicago และ New York University หลังจากสำเร็จการศึกษาในปี 1991 ริชาร์ดซึ่งเป็นชาวฟิลเดลเฟียโดยกำเนิด ย้ายถิ่นฐานมายังลอสแอนเจลิส และเริ่มงานที่ Roven/Cavallo Entertainment ซึ่งในปี 1993 ได้กลายมาเป็น Atlas Entertainment ฝ่ายโปรดักชั่นภาพยนต์ ของ Mosaic Media Group ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตภาพยนต์มัลติมีเดีย, ภาพยนต์ และงานโทรทัศน์ ระหว่างการร่วมงานที่ Atlas Entertainment ซักเกิลได้มีส่วนในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงงานมากมายในนามบริษัท ซึ่งรวมถึงงานของเทอรรี่ กิลเลียม เรื่อง Twelve Monkeys นำแสดงโดย บรูซ วิลลิส และ แบรด พิทท์ ; เรื่อง Fallen นำแสดงโดยดาราตุ๊กตาทอง แดนเซล วอชิงตัน และกำกับการแสดงโดยเกรกอรี่ ฮอบลิท ในเรื่องนี้ซักเกิลรั้งตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสร้างในซานะผู้บริหารของบริษัทในเครือ Atlas Entertainment ซักเกิลยังเป็นผู้จัดการให้ แดนนี่ ไลเนอร์ ซึ่งเป็นผู้กำกับการแสดงของเรื่อง Dude, Where's My Car? เจมส์ กันน์ (บทภาพยนต์และเรื่อง) เกิดและเติบโตที่ เซ็นต์หลุยซ์ มิสซูรี่ ในครอบครัวชาวไอริชแคทธอลิค เมื่ออายุ 12 ได้เริ่มงานถ่ายทำภาพยนต์กล้อง 8 มม. ผลงานเรื่องแรกร่วมกับน้องชาย ชอน กันน์ (ขณะนี้กำลังแสดงให้กับหนังของ WB เรื่อง The Gilmore Girls) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกกับความลับของซอมบี้ ขณะศึกษาที่ Columbia University ในนิวยอร์ค สาขา MFA ด้านการเขียนครีเอทีฟ กันน์ได้สมัครทำงานพิเศษ รับหน้าที่เก็บเอกสารเข้าแฟ้มให้สตูดิโอของหนังเกรด B - Troma Entertainment และในที่สุดได้เขียนบทภาพยนต์ให้กับ Tromeo & Juliet แทน เขาได้รับค่าจ้าง $150 และเขาเป็นผู้สร้างหนังนั้นด้วย ในปี 1997 Tromeo กลายเป็นหนังยอดฮิต ได้รับการฉายในโรงภาพยนต์ทั่วโลก รวมทั้งฉายรอบเที่ยงคืนตลอดปีในลอสแอนเจลิส เขาอยู่ที่ Troma เป็นเวลาสองปีในตำแหน่ง President of Production และยังมีรายการโชว์โทรทัศน์ของตนเอง ชุด Troma's Edge TV ในเนเธอร์แลนด์และอัมสเตอร์ กันน์ลาออกจาก Troma เพื่อเขียนบทและแสดงในภาพยนต์ The Specials, กับร็อบ โลว์, เจมี่ เคนเนดี้ และ ชอน น้องชาย เมื่อออกฉายในปี 2000 หนังซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหลาย ซึ่งอยู่ระหว่างพักร้อน ได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างล้นหลามระหว่างฉายที่ LA และนิวยอร์ค กันน์ยังเขียนนิยายชื่อดังเรื่อง The Toy Collector ตีพิมพ์โดย Bloomsbury Press ในปี 2000 และยังเขียนหนังสือร่วมกับลลอยด์ คอฟแมน ชื่อ All I Need To Know About Filmmaking I Learned From The Toxic Avenger บทภาพยนต์เรื่อง Scooby-Doo นี้เป็นบทเรื่องแรกที่เขายอมให้แม่ของเขาอ่าน กันน์ยังประพันธ์คำร้องและดนตรีให้กับเพลง The Creature Chant ซึ่งถูกใช้ในหนังตลอดทั้งเรื่องนอกจากนี้ กันน์ยังเขียนบทให้กับเรื่อง Spy vs. Spy ของผู้กำกับเจย์ โรช และวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส และบทโทรทัศน์ให้กับ WB และ Fox และกำลังเขียนบทภาพยนต์เรื่อง The Newlyweds, เรื่องราวโรแมนติคคอมเมดี้ ของวอร์เนอร์ บราเดอร์ส และบทสำหรับหนังสยองขวัญคลาสสิครีเมคจากปี 1979 Dawn Of The Dead or ให้กับยูนิเวอแซล ล่าสุด กันน์เขียนผลงานชีวประวัติตนเองโดยมองจากสายตาบุคคลที่สาม เครก ทิทลีย์ (เนื้อเรื่อง) ผลงานดีเด่นนอกเหนือจากเรื่อง Scooby-Doo แล้วยังมีหนังคอมเมดี้ของวอร์เนอร์ บราเดอร์ส เรื่อง See Spot Run และผลงานที่ไม่ใช่เรื่อง "ของหมา" คืองานกำกับเรื่องราวกังฟู แอ็คชั่น/คอมเมดี้ The Tenth Master ให้กับโคลัมเบีย พิกเจอร์ส และกำลังเขียนบทเรื่องราวแอ็คชั่น/ผจญภัยให้กับ MGM อิงเรื่องจากชีวิตจริงของมัวรี่ กราวิทซ์ นายหน้าค้าหุ้นซึ่งเปลี่ยนชีวิตไปเป็นอินเดียน่า โจนส์ ผู้ค้นพบหลุมศพเจงกิสข่าน โรเบิร์ต แองเกิลแมน (ผู้อำนวยการบริหาร) เคยเป็นผู้อำนวยการบริหารให้กับ Little Nicky; Mystery Men; Blade; One Night Stand; Kazaam; Mortal Kombat และ Man's Best Friend และอำนวยการสร้างให้กับจิม แครี่ ในหนังฮิตเรื่อง The Mask ผลงานดีเด่นทางโทรทัศน์ ได้แก่ The Bambi Bambanek Story, Women With A Past, Frankenstein, The College Years และ Seeds of Tragedy เริ่มอาชีพจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับในเรื่อง Steel Magnolias; Eight Million Ways to Die และ Pennies From Heaven แอนดรู เมสัน (ผู้อำนวยการบริหาร) เคยมีผลงานอำนวยการบริหารให้กับ ภาพยนต์ยอดฮิตของวอร์เนอร์บราเดอร์ส/วิลเลจ โรดโชว์ ในปี 1999 เรื่อง The Matrix และอยู่ในระหว่างถ่ายทำเรื่องเดียวกันในภาคต่อ นำแสดงโดยดาราคนเดิม คีนู รีฟส์ เมสันอำนวยการสร้าง (ให้กับนิวไลน์ ซีเนม่า) ในปี 1998 นังงระทึกขวัญไซ-ไฟ เรื่อง Dark City และกำลังถ่ายยทำหนังโรแมนติค คอมเมดี้ของออสเตรเลีย เรื่อง Danny Deckchair นำแสดงโดยริส ไอแฟน และมิรันด้า อ็อตโต้ จัดจำหน่ายในอเมริการเหนือ โดย Crusader Entertainment เริ่มชีวิตการทำงานตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 70 เมสันเคยลำดับภาพให้กับโฆษณา และสารคดีต่างๆ อันนำความนำเร็จมาสู่บริษัทโปรดักชั่นชั้นนำ ดูแลฟิล์มแล็บและก่อตั้งบริษัทวิช่วล เอ็ฟเฟ็คแห่งแรกในออสเตรเลีย ในปี 1990 เขาผนึกกำลังกับอเล็กซ์ โพรย่าส์ ในการผลิตมิวสิควิดีโอ และหนังโฆษณา และในปี 1993 เป็นผู้ควบคุมวิช่วล เอ็ฟเฟ็คและกำกับการแสดงในกองถ่ายทำที่สองให้กับโพรย่าส์ ในเรื่อง The Crow บริษัท City Productions ของเขาตั้งอยู่ในซิดนีย์ ผลิตทั้งผลงานหนังในออสเตรเลียและต่างประเทศ ล่าสุดเมสันเป็นผู้อำนวยการบริหารให้กับหนังแวมไพร์สยองขวัญ เรื่อง Queen of the Damned และกำลังจะออกฉาย เรื่อง Down and Under นำแสดงโดย เจอร์รี่ โอ คอนแนล และเอสเตลลา วอร์เรน (ซึ่งเมสันอำนวยการบริหาร โดยการร่วมสร้างของวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์สและคาสเซิลร็อค เอนเตอร์เทนเมนท์) และงานของ Crusader Entertainment ภาพยนต์ดราม่าของออสเตรเลีย เรื่อง Swimming Upstream นำแสดงโดย เจฟฟรีย์ รัช และจูดี้ เดวิส ผู้อำนวยการบริหาร เคลลี่ สมิธ-เวท มีประสพการณ์มากว่า 14 ปีทางด้านการผลิต จากการร่วมงานที่ Atlas Entertainment ในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยควบคุมการผลิต และธุรกิจการถ่ายทำ ในตำแหน่งผู้บริหารของ Mosaic เมื่อเร็วๆ นี้ สมิธ-เวทเป็นผู้ดูแลการผลิตให้กับหนังแอ็คชั่นระทึกขวัญเรื่อง Rollerball กำกับการแสดงโดยจอห์น แมคเทียแนน เขียนบทโดยวิลเลี่ยม แฮริสัน และนำแสดงโดยคริส ไคลน์, รีเบกก้า โรมิน-สตามอส ,แอลแอล คูล เจ และยีน รีโน ขณะนี้กำลังอำนวยการบริหารเรื่อง Bulletproof Monk, นำแสดงโดย โจว เหวิน ฟะ และชอนน์ วิลเลียม สก็อต สมิธ-เวท ยังดคยอำนวยการบริหารให้กับหนังดังเรื่อง Three Kings ซึ่งเขียนบทและกำกับโดยเดวิด โอ รัสเซล และยังมีผลงานดีเด่นจากการร่วมอำนวยการสร้างเรื่อง City of Angels, งาานรีเมคของ แบรด ซิลเบอร์ลิงค์ เรื่อง Wings of Desire and Fallen หนังระทึกขวัญเหนือธรรมชาติ นำแสดงโดยแดนเซล วอชิงตัน เธอยังเคยเป็นผู้ช่วยอำนวยการสร้างในเรื่อง Twelve Monkeys, Angus และ Final Analysis จากการเป็นหุ้นส่วนร่วมกันมากว่า 60 ปี และเป็นที่รู้จักในนานาประเทศถึงเจ้าพ่อแห่ง วงการการ์ตูนในนาม วิลเลี่ยม ฮานนา และ โจเซฟ บาร์เบอร่า (อำนวยการบริหาร) ได้สร้างสรรค์การ์ตูนทางโทรทัศน์ยอดนิยมหลากหลายที่หาคู่แข่งได้ยาก ทั้งสองทำงานร่วมกันอย่างยาวนานและประสบความสำเร็จในประวัติศาสตร์วงการบันเทิง โดยได้สร้างผลงานที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รวมทั้ง Tom and Jerry (MGM), Huckleberry Hound, The Flintstones, The Jetsons, Scooby Doo, Yogi Bear และ Jonny Quest และอื่นๆ อีกมากมาย ที่น่าสนใจก็คือทั้งคู่ไม่ได้เริ่มต้นจากการวาดการ์ตูนอาชีพ - ฮานนาเคยเป็นวิศวกร และบาร์เบอร่าเคยเป็นนายธนาคาร - แต่เมื่อได้มาร่วมงานกัน ผลทีได้ออกมาราวกับใช้เวทย์มนต์ งานการ์ตูนของฮานน่าเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจฟุบ เมื่อเขาเข้าทำงานที่ Harman-Ising ฝ่ายการ์ตูนของฮอลลีวู้ด ซึ่งสร้างงานดั้งเดิมของ Looney Tunes และ Merrie Melodies ในปี 1937 เขาถูกว่าจ้างโดย MGM เป็นผู้กำกับและบรรณาธิการบท หลายอาทิตย์ต่อมาโจ บาร์เบอร่าก็มาร่วมงานในตำแหน่งนักเขียนการ์ตูนและเขียนเรื่อง ความแม่นยำในการใส่มุขตลกและพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์ของฮานนา ลงตัวได้เป็นอย่างดี กับความสามารถในการวาดและถ่ายทอดเรื่องราวของบาร์เบอร่า ผลงานร่วมกันชิ้นแรกของฮานนาและบาร์เบอร่า ที่มีให้กับ MGM คือ Puss Gets The Boot ซึ่งเป็นการแนะนำให้ผู้ชมได้รู้จักกับ ทอมกับเจอรี่ ทีมงานได้รับคำชื่นชมอย่างท่วมท้นจากการ์ตูนแห่งช่วงทศวรรษ 1940 เมื่อเรื่องราวแมว - ทอม กับหนู - เจอรี่ เต้นรำคู่กับจีน เคลลี่ ในภาพยนต์เรื่อง Anchors Aweigh และ Invitation to Dance รวมทั้ง Dangerous When Wet อีกหลายปีต่อมาทีมของฮานนา และบาร์เบอร่า จากเรื่อง Tom and Jerry ได้รับถึง 7 รางวัลตุ๊กตาทองด้วยผลงานที่ MGM ผลจากการเติบโตของโทรทัศน์ในกลางศตวรรษที่ 50 ทำให้ MGM ต้องปิดสตูดิโอการ์ตูนลง และเมื่อไม่งานทำฮานนาและบาร์เบอร่าจึงตัดสินใจทำการ์ตูนจอเล็ก แทนที่จะมองว่าโทรทัศน์เป็นคู่ต่อสู้ ทั้งสองเห็นว่านี่คือช่องทางสู่โอกาสใหม่ของการ์ตูน ในปี 1957 ยี่สิบปีหลังจากกำเนิดของทอมกับเจอรี่ ฮานนา-บาร์เบอร่า โปรดักชั่น ได้ก่อตัวขึ้น และเป็นสตูดิโอแอนนิชั่นแห่งแรกที่ผลิตรายการซีรี่ส์เพื่อโทรทัศน์ ขั้นตอนที่ทั้งคู่ใช้ในการสร้างผลงานแอนนิเมชั่น ที่รวดเร็ว ประหยัดต้นทุน และมีคุณภาพนั้น ยังเป็นสิ่งที่ใช้อยู่ในวงการแอนนิเมชั่นทุกวันนี้ ผลงานแรกของสตูดิโอ ได้แก่ Ruff and Reddy ตามมาด้วย The Huckleberry Hound Show ในปี 1958 เจ้าสุนัขสีฟ้าน่ารักได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และทำให้พวกเขาได้รับรางวัลเอ็มมี่ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่การ์ตูนได้รับรางวัลทรงเกียรติระดับเอ็มมี่ ซี่รี่ส์ถัดมายังมี Quick Draw McGraw, ฉายครั้งแรกเมื่อปี 1959 และเรื่องราวของม้าตัวใหญ่ เดินสองขา ควิก ดรอ แมกกรอ เจ้าเก่า รวมทั้งการเปิดตัวหมีชื่อดังแห่งเจลโล่สโตรน พาร์ค Yogi และ Boo Boo และหนูเจ้าเล่ห์ Pixie และ Dixie ผลงานสร้างประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์ของทั้งสองที่ตามมา ก็คือเรื่องของสุนัขเกรทเดนขี้กลัว ชื่อ Scooby Doo น่ารักน่ากอด เสียงแหลม กับเสียงหัวเราะพิเศษและ เรื่อง Scooby Doo, Where Are You? เปิดตัวในปี 1969 ในรายการโชว์ทุกเช้าวันเสาร์ จนถึงทุกวันนี้นับเป็นหนึ่งในการ์ตูนซีรี่ส์โทรทัศน์ ซึ่งฉายมายาวนานที่สุด ในปี 1981 ฮานา-บาร์เบอร่าได้สร้างผลงานฮิตเรื่องใหม่ The Smurfs และได้รับรางวัล Daytime Emmy Awards ในปี 1982 และ 1983 Outstanding Children's Entertainment Series และรางวัล Humanitas Prize (มอบให้แก่รายการที่เป็นเกียรติสูงสุดแก่บุคคล) ในปี 1987 ในระยะเวลาหลายปีมานี้ ทางสตูดิโอได้สร้างผลงานซึ่งได้รับรางวัลมากมาย อาทิ เช่น : The Greatest Adventure: Stories from the Bible, The Flintstone Kids, Dreamer of Oz, The Last Halloween, The Addams Family และ The Halloween Tree เคนท์ เบย่า (ลำดับภาพ) ผลงานมีชื่อจากภาพยนต์หลายเรื่อง เช่น Big Momma's House งานกำกับของราจา เพื่อ Fox; Flintstones In Viva Rock Vegas ของ Universal; Out Of Towners ของ Paramount; Jingle All The Way ของ Fox; Forget Paris กำกับโดยบิลลี่ คริสตัล ของ Castle Rock; The Flintstones ของ Amblin/Universal; Mr. Saturday Night กำกับโดยบิลลี่ คริสตัล ของ Castle Rock; True Identity เพื่อ Touchstone; Gremlins 2 ของ Warner Bros. Pictures; Fear; Alien Nation ของ Fox; Innerspace กำกับโดยโจ ดังเต้; Out Of Bounds ของ Columbia; Fright Night ของ Columbia; This Is Spinal Tap กำกับโดยร็อบ ไรเนอร์; Get Crazy ของ MGM; Saturday The 14th ของ New World และ The Unheard Music ผลงานกำกับมิวสิค วิดีโอ ให้กับ Jingle Bells / วงออเคสตร้า ไบรอัน เซทเซอร์ ; Meet The Flintstones / B52's; Emotion, Left The Dark / บาร์บาร่า สไตรแซนด์ ; Infatuation, Some Guys Have All The Luck / ร็อด สจ๊วต ; You're Not The Only Flame / เอลวิส คอสเทลโล และ Beast Of Burden / เบตต์ มิตเลอร์และมิก แจ็กเกอร์ บิล โบส์ (ผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์) ผู้มากความสามารถและเต็มไปด้วยสีสัน กำลังสร้างผลงานให้กับผู้กำกับฟอเรสท์ วิทเทกเกอร์ ในเรื่อง Fat Albert , รีเมคของหนังคลาสสิคทางโทรทัศน์ ยังเคยออกแบบให้เรื่อง Monkeybone นำแสดงโดยเบรนดัน เฟรเซอร์งานอื่นๆในภาพยนต์ ยังรวมถึงการเป็นผู้ช่วยกำกับศิลป์ให้กับหนังหลายเรื่อง รวมทั้งการร่วมงานถึงสองครั้งกับผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน ใน Sleepy Hollow และ The Nightmare Before Christmas; Alien: Resurrection และ James and the Giant Peach เดวิด เอ็กบี้ (ผู้กำกับภาพ) มีผลงานโด่งดังหลายเรื่องรวมทั้ง Pitch Black นำแสดงโดยวิน ดีเซล และกำกับการแสดงโดยเดวิด ทูฮี ของ Universal; Blue Streak, นำแสดงโดยมาร์ติน ลอว์เรนส์ ; Virus,ของ Universal; Daylight, นำแสดงโดย ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน, กำกับการแสดงโดย ร็อบ โคเฮน ; Dragonheart, กำกับการแสดงโดย ร็อบ โคเฮน, นำโดยชอน คอนเนอรี่ ; Mad Max แสดงโดยเมล กิ๊บสัน ; Lightening Jack, ให้ผู้กำกับไซมอน วินเซอร์ ; Fortress, ของ Miramax/Dimension; Dragon: The Bruce Lee Story, ของ Universal; Harley Davidson And The Marlboro Man, กำกับโดยไซมอน วินเซอร์ ให้กับ MGM/Pathe; Warlock; The Blood Of Heroes ของ New Line; Quigley Down Under, ของ MGM/UA และ The Naked Country ให้ผู้กำกับทิม เบอร์สตอล ผลงานทางโทรทัศน์ได้แก่ Survive The Savage Seas; Space: Above And Beyond, ให้กับ Fox TV; Kansas ของ ABC TV และ Thunderwith ให้กับ Hallmark Hall Of Fame, กำกับโดยไซมอน วินเซอร์เอ็กบี้ยังเคยรับหน้าที่กำกับการแสดงกองถ่ายที่สองให้ภาพยนต์เรื่อง Ground Zero, โดยผู้กำกับไมเคิล แพทเทอร์สัน ; The Man From Snowy River II, ของ Buena Vista; Robbery Under Arms, ของ The South Australian Film Commission เคิร์ท วิลเลี่ยมส์ (ฝ่ายผลิตวิช่วล เอ็ฟเฟ็ค) คลุกคลีอยู่กับวงการสร้างภาพยนต์มากว่า 15 ปี หลังจบการศึกษาด้วยปริญญาบัตร ด้านการสื่อสารและการตลาด จาก University of Missouri เข้ามายังชิคาโกและได้รับการแนะนำเข้าสู่วงการภาพยนต์และโฆษณาในปี 1989 ย้ายมายังลอสแอนเจลิส และเริ่มงานอำนวยการสรส้างและผู้ช่วยผู้กำกับ ให้ภาพยนต์ โฆษณาโทรทัศน์ และโปรเจ็คพิเศษเฉพาะกิจ จากประสพการณ์จากหนังแอ็คชั่น และได้รับการแนะนำให้รู้จักกับผู้บุกเบิกวิช่วล เอ็ฟเฟ็ค อย่าง จอห์น ไดก์สตรา แห่ง Apogee Productions ในปี 1995 นำเคิร์ทไปสู่การทำให้เมืองกอธแฮมปรากฎเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ เมื่อเขารับตำแหน่งควบคุมการผลิตให้กับทั้ง 2 เรื่อง ใน Batman Forever และ Batman & Robin และเขายังสร้างแบบจำลองให้กับเรื่อง Broken Arrow โดยผู้กำกับจอห์น วู หนังเหล่านี้เป็นทางเดินไปสู่การยกระดับแห่งดิจิตอลและเอ็ฟเฟ็คจำลองในหนังของคริส คาร์เตอร์ เรื่อง X-Files The Movie และหนังระทึกขวัญเหนือธรรมชาติ End of Days, นำแสดงโดยอาร์โนลด์ ชวาสเนกเกอร์ ในหนังของรอน โฮเวิร์ด How The Grinch Stole Christmas, วิลเลี่ยมทำงานร่วมกับ เจ้าแห่งวิช่วล เอ็ฟเฟ็ค Digital Domain และอีก 2 รายอื่นๆ เพื่อสร้างวิช่วล เอ็ฟเฟ็คกว่า 600 ช็อตให้กับหนังเรื่องดังกล่าว ปีเตอร์ ครอสแมน (ผู้ควบคุมวิช่วล เอ็ฟเฟ็ค) มือเก่าผู้เป็นทั้งผู้ควบคุมวิช่วล เอ็ฟเฟ็ค และผู้กำกับกองถ่ายที่สองให้กับภาพยนต์หลายเรื่อง อาทิเช่น Flubber, MonkeyBone, The Horse Whisperer, รวมทั้ง Independence Day และ Broken Arrow เริ่มการทำงานจากภาพยนต์แอนนิเมชั่น และแอนนิเมชั่น เอ็ฟเฟ็ค ที่ Industrial Light and Magic ในหนังเรื่องดังอย่าง Back to the Future และ ภาพยนต์ซีรี่ส์ Star Trek ฝีมือเฉียบขาดในด้านแอนนิเมชั่น เอ็ฟเฟ็ค จนทำให้ได้รับรางวัล CLIO อย่างต่อเนื่องในการโปรโมท IDs ของ MTV ในช่วงปลาย '80 เขามีผลงานมิวสิควิดีโอและโฆษณามากมาย รวมทั้งสปอตทางโทรทัศน์ "UFO" - หนึ่งในหลายตอนของชุด RCA, เรื่องราวของสุนัขที่ถูกนำตัวไปยังยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว * * *--จบ-- -อน-

ข่าว อาทิเช่น ล่าสุด