อาการเบื้องต้นที่ผู้สูบบุหรี่มองข้ามนักวิจัยพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่มองข้ามอาการเตือนเบื้องต้นของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

กรุงเทพฯ--6 มิ.ย.--เวเบอร์ แชนด์วิค ประเทศไทย งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในประเทศอาเซียน 6 ประเทศพบว่า กว่าสองในสามของผู้สูบบุหรี่ในไทยเพิกเฉยสัญญาณเตือนของโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ อาการไอเป็นประจำในตอนเช้า มีเสมหะมาก และหายใจหอบเป็นอาการโดยทั่วไปที่เกิดขึ้นกับผู้สูบบุหรี่ แต่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กล่าวว่า อาการเหล่านี้ไม่ควรถูกมองข้ามว่าเป็นเพียงการไอธรรมดาๆ ของผู้สูบบุหรี่เท่านั้น อาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณการเริ่มต้นของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease - COPD) ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจโรคหนึ่งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในหมู่ผู้ที่อยู่ในวัยกลางคนและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร งานวิจัยที่จัดทำขึ้นโดยบริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ พบว่าผู้สูบบุหรี่ที่มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังกล่าวนั้นมีแนวโน้มที่จะมองข้ามสัญญาณเตือนภัยเบื้องต้นเหล่านี้ งานวิจัย ดังกล่าวเป็นการสำรวจข้อมูลในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม สำหรับประเทศไทยนั้น แม้ว่าร้อยละ 69 ของผู้ถูกสำรวจพบว่าตนมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง แต่ส่วนใหญ่ของผู้ที่มีอาการเหล่านั้นต่างก็รู้สึกว่าอาการดังกล่าวไม่มีความรุนแรงจนถึงกับต้องไปพบแพทย์ มีเพียงร้อยละ 26 ของผู้ที่มีอาการดังกล่าวที่ไปพบแพทย์ ในขณะที่ส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ให้ความสนใจกับอาการดังกล่าว (ร้อยละ 23) ดื่มน้ำมากๆ (ร้อยละ 25) รักษาอาการด้วยตนเองหรือใช้สมุนไพรพื้นบ้าน (ร้อยละ 42) โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นความผิดปกติเรื้อรังเกี่ยวกับทางเดินหายใจ อาการของโรค คือ หอบ ไอ หายใจมีเสียงครืดคราด และมีเสมหะมาก โรคนี้ทำลายการทำงานของปอด ทำให้อากาศที่ไหลเข้าออกมีปริมาณจำกัด และอาจนำไปสู่โรคต่างๆ เกี่ยวกับทางเดินหายใจและการทำงานของหัวใจ หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัย อาการของโรคจะรุนแรงยิ่งขึ้นตามกาลเวลา ผู้ที่ป่วยเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมักจะไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เองตามปกติ และมักจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ในสมัยก่อน เราเรียกโรคนี้ว่าเป็น "โรคปอดของผู้สูบบุหรี่" เพราะอาการต่างๆ เป็นอาการโดยทั่วไปที่เกิดขึ้นกับผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่ ผู้สูบบุหรี่ไทยที่ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่มองว่าตนเองเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ - โดยร้อยละ 86 ของผู้ให้สัมภาษณ์บอกว่าได้ดูแลสุขภาพตนเองโดยออกกำลังกายเป็นประจำและระมัดระวังเรื่องอาหาร อย่างไรก็ดี ในบรรดาผู้ที่บอกว่าตนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพนั้น มีเพียง ร้อยละ16 เท่านั้นที่ทำการตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำ ในวันงดสูบบุหรี่โลกที่จะมีขึ้นในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ประเทศไทย ร่วมกับโรงพยาบาลโรคปอดกรุงเทพ และสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย จะจัดให้มีบริการตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอดฟรี ณ โรงพยาบาลโรคปอดกรุงเทพ ในวันที่ 30 ถึง 31 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 15.00 น. โดยผู้สนใจสามารถขอรับเอกสารเกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ภายในงานด้วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุชัย เจริญรัตนกุล หน่วยโรคปอด ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า "ร้อยละ 90 ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นเป็นผู้สูบบุหรี่ หรือเคยสูบบุหรี่มาก่อน และขณะนี้พบว่าร้อยละ 7.1 ของผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปป่วยเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง" "โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมักสูบบุหรี่วันละหนึ่งซองติดต่อกันเป็นเวลากว่า 20 ปี แต่อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่สูบบุหรี่น้อยจะไม่เป็นโรคนี้ เพราะแต่ละคนมีระดับความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อการเกิดโรคไม่เท่ากัน หากคุณมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อการเกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังสูง คุณก็อาจเป็นโรคนี้ได้หลังจากสูบบุหรี่เพียงไม่มาก" คุณหมอกล่าวเสริม ข้อมูลสำคัญที่ได้จากการศึกษาทัศนคติของผู้สูบบุหรี่ในประเทศอาเซียน การศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าผู้สูบบุหรี่ซึ่งประสบกับอาการหอบ การไอเป็นประจำในตอนเช้า มีเสมหะมาก หรือมีอาการทั้งสามเกิดร่วมกันนั้น มีแนวโน้มที่จะมองข้ามอาการต่างๆ เหล่านี้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของตน และไม่ไปพบแพทย์ เรายังพบอีกว่า ผู้ที่สูบบุหรี่หนักที่ให้สัมภาษณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่มองว่าตนเองเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเพราะมีการระมัดระวังเรื่องอาหารและออกกำลังกาย แต่ในบรรดาผู้ที่มองว่าตนเป็นผู้ให้ความสำคัญกับสุขภาพกลับมีน้อยรายที่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเป็นประจำ (ดูตาราง) ข้อมูลอ้างอิง งานวิจัยที่นำเสนอในการประชุม American Thoracic Society ครั้งที่ 97 เมื่อปีที่แล้ว ได้เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมากกว่า 10 ล้านรายในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ จากตัวเลขต่างๆ ขององค์กรอนามัยโลก (The World Health Organization) เกี่ยวกับแนวโน้มต่างๆ ของการสูบบุหรี่ จำนวนผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกำลังเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคนี้ เนื่องจากประชากรของประเทศต่างๆ ในเอเชียเริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุยังน้อยกันมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้หญิงก็เลือกที่จะสูบบุหรี่กันมากขึ้นอีกด้วย อาการไอบ่อยๆ ในตอนเช้า หายใจหอบ และมีเสมหะมากเป็นสัญญาณแสดงระยะเริ่มต้นของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง สำหรับโรคนี้ในระยะต่อๆ มาผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงมากเนื่องจากสมรรถนะการทำงานของปอดลดลงจนกระทั่งถึงขั้นที่การหายใจธรรมดาๆ ก็ต้องใช้ความพยายามมาก งานง่ายๆ เช่น การเดิน การถือของเบาๆ หรือแม้แต่การเช็ดตัวหลังจากอาบน้ำ กลับกลายเป็นงานยากที่ทำให้เกิดการหอบอย่างรุนแรง การหอบเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา แต่การหอบจะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ป่วยอยู่ในระยะรุนแรงปานกลาง และรุนแรงมากแล้ว จึงนำไปสู่สาเหตุที่ไม่ค่อยมีการตรวจพบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในระยะเริ่มต้นเนื่องจากผู้ป่วยมักไม่ให้ความสำคัญกับอาการอื่นๆ ของโรค การตรวจพบโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังตั้งแต่แรกจะช่วยให้แพทย์สามารถจัดการและตรวจสอบความก้าวหน้าของโรคได้ตั้งแต่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ซึ่งก็หมายถึงคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าสำหรับผู้ป่วย การทดสอบด้วยเครื่องวัดสมรรถนะการทำงานของปอด (Spirometry Tests) เป็นวิธีการที่มีประสิทธิผลที่สุด และง่ายที่สุดที่แพทย์จะใช้เพื่อยืนยันการป่วยเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คนไข้เพียงพ่นลมหายใจเข้าไปในสไปโรมิเตอร์ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะวัดสมรรถนะการทำงานของปอด วิธีการในการรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คือ ใช้ยาขยายหลอดลมแบบเป็นประจำ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และที่สำคัญที่สุด คือ การเลิกสูบบุหรี่ บุคคลทั่วไปสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ที่ www.copdeducation.org ส่วนบุคลากรทางการแพทย์สามารถหาข้อมูลทางการแพทย์ได้ที่ www.copdprofessional.org นอกจากนี้ยังสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ และการริเริ่มวันงดสูบบุหรี่โลกได้ที่ http://tobacco.who.int เบอร์ริงเกอร์ อินเกลไฮม์ กลุ่มบริษัทเบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองอินเกลไฮม์ ประเทศเยอรมนี เป็นหนึ่งในยี่สิบบริษัทเภสัชกรรมชั้นนำของโลก ในปี 2544 บริษัทฯ มีรายได้สูงกว่า 6,700 ล้านเหรียญยูโร กลุ่มบริษัทเบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ประกอบด้วยบริษัทในเครือประมาณ 140 บริษัท ดำเนินการอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 42 ประเทศ โดยมีธุรกิจหลักอยู่ที่เภสัชกรรมสำหรับมนุษย์และสุขภาพของสัตว์ ธุรกิจเภสัชกรรมสำหรับมนุษย์ซึ่งมีสัดส่วน ร้อยละ95 ของยอดขายทั้งหมดนั้น ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ยาตามคำสั่งของแพทย์ สินค้าดูแลสุขภาพสำหรับผู้บริโภค เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชกรรม (biopharmaceuticals) สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม บริษัทฯ มีสำนักงานสำหรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต และการจัดจำหน่ายอยู่ทั่วโลก ในปี 2544 กลุ่มบริษัทเบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ มีค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาสูงกว่า 1,000 ล้านเหรียญยูโร ซึ่งเท่ากับเกือบหนึ่งในห้าของยอดขายผลิตภัณฑ์ยาตามคำสั่งของแพทย์ของบริษัทฯ ท่านสามารถทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทเบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ได้ที่ www.beohringer-ingelheim.com ไฟเซอร์ บริษัท ไฟเซอร์ ดำเนินกิจการในการค้นคว้า การพัฒนา การผลิต และการตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาตามคำสั่งของแพทย์สำหรับมนุษย์และสัตว์ และสินค้าเพื่อการบริโภคที่เป็นที่รู้จักดีในโลกอีกหลายประเภท หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ: ปีเตอร์ แมคอินทอช เวเบอร์ แชนด์วิค ประเทศไทย ที่ปรึกษางานประชาสัมพันธ์บริษัทเบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ และไฟเซอร์ โทร: +662/257-0300 แฟกซ์: +662/257-0312 อีเมล์: [email protected] สรินดา อารี เวเบอร์ แชนด์วิค ประเทศไทย ที่ปรึกษางานประชาสัมพันธ์บริษัทเบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ และไฟเซอร์ โทร: +662/257-0300 แฟกซ์: +662/257-0312 อีเมล์: [email protected] จบ-- -อน-

ข่าว โรงพยาบาลโรคปอด ล่าสุด