ILCT: บีทีกับการผูกขาดเทคโนโลยีไฮเปอร์ลิงค์(Hyperlink) - newswit
กรุงเทพฯ--31 พ.ค.--ที่ปรึกษากฎหมายสากล โดย ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ กลุ่มกฎหมายไอที บริษัท ที่ปรึกษากฎหมายสากล จำกัด เมื่อเดือน มีนาคม 2545 ที่ผ่านมามีข่าวที่ผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมอซหรือธุรกิจดอทคอมทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก คือ ข่าวที่บริษัทบีทีหรือ บริษัท บริติชเทเลคอม (ยักษ์ใหญ่แห่งวงการโทรคมนาคมของอังกฤษ) ยื่นฟ้องบริษัท โพรดิจี คอมมินิเคชั่น คอร์ปอเรชั่น (Prodigy Communication Corporation)ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ต่อศาลนิวยอร์คในประเทศสหรัฐอเมริกาฐานละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีไฮเปอร์ลิงค์และเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้สิทธิ (Royalty fee)จากการกระทำละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีไฮเปอร์ลิงค์ของบีที ข่าวนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ที่น่าสนใจในวงการอินเตอร์เน็ตเนื่องจากหากบีทีชนะคดีนี้ บีทีจะดำเนินการฟ้องร้องเว็บไซท์ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตและบริษัทหรือองค์กรทุกองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีไฮเปอร์ลิงค์ในประเทศสหรัฐอเมริกาในความผิดฐานเดียวกัน ( สิทธิบัตรดังกล่าวนี้จดทะเบียนไว้เมื่อ 26 ปีที่แล้วและหมดอายุการคุ้มครองในประเทศต่างๆเว้นแต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่อายุการคุ้มครองในสิทธิบัตรดังกล่าวยังมีอยู่ถึง พ.ศ. 2549 ( ค.ศ. 2006) )ซึ่งหากบีทีชนะคดีอีกและบริษัทต่างๆในอเมริกาต้องจ่ายค่าใช้สิทธิบัตรดังกล่าวแก่บีทีคิดเป็นเงินหลายพันล้านบาท รายละเอียดของคดีนี้มีอยู่ว่า เมื่อ ประมาณปี พ.ศ 2514 (ในขณะนั้นยังไม่มีเทคโนโลยี เวิลด์ ไวล์ เว็บ ( World wide Web) ที่ใช้บนอินเตอร์เน็ตเหมือนปัจจุบัน) บีทีได้ยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรเทคโนโลยีประเภทหนึ่งที่พัฒนามาจากระบบข้อมูลออนไลน์ที่ชื่อว่า เพรสเทล (Prestel) เทคโนโลยีนี้ใช้แก้ไขปัญหาการล็อกอินเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์กลางที่เก็บข้อมูลหลักโดยผู้ใช้บริการหลายคนผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนในเวลาเดียวกันโดยผ่านเครื่อข่ายของระบบโทรศัพท์ ต่อมาเทคโนโลยีดังกล่าวได้รับทะเบียนสิทธิบัตรจากสำนักงานสิทธิบัตรของอเมริกาในปี. 2532 ( ค.ศ. 1989)( ทะเบียนสิทธิบัตรเลขที่ 4,873,662) หรือเมื่อประมาณ 26 ปีที่แล้ว บีทีอ้างว่า เทคโนโลยีดังกล่าวครอบคลุมถึงเทคโนโลยีไฮเปอร์ลิงค์ที่ใช้กับระบบอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันเนื่องจาก การทำไฮเปอร์ลิงค์ในปัจจุบันก็เป็นการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างเครือข่ายของเครื่องคอมพิวเตอร์โดยผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายคนเพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นที่เว็บไซท์แต่ละเว็บไซท์ดาวน์โหลดอยู่เช่นกันและเทคโนโลยีไฮเปอร์ลิงค์ที่ใช้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันล้วนแล้วแต่ละเมิดสิทธิบัตรของบีที นอกจากนี้ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตหรือไอเอสพีแต่ละรายที่มีการทำไฮเปอร์ลิงในเว็บไซท์ของตนถือว่าเป็นการใช้สิทธิบัตรของบีที ดังนั้นต้องจ่ายค่าใช้สิทธิในสิทธิบัตรแก่บีที บริษัทโพรดิจีจำเลยในคดีนี้นั้นเป็นผู้ให้บริการไอเอสพีที่เก่าแก่ในอเมริกาและเป็นเจ้าของบริษัทสื่อสารที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอเมริกา บริษัทโพรดิจีต่อสู้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวของบีทีเป็นเทคโนโลยีโบราณก่อนมีระบบเวิลด์ไวลเว็บและภาษาที่ใช้เป็นภาษาคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่ไม่สามารถปรับใช้กับเทคโนโลยีไอเปอร์ลิงค์ในสมัยปัจจุบันได้ นอกจากนี้โพรดิจีต่อสู้ว่าสิทธิบัตรดังกล่าวของบีทีไม่สมบูรณ์เนื่องจากขาดความใหม่(novelty)และเป็นงานดังกล่าวที่มีการใช้มาก่อนที่บีทีจะยื่นสิทธิบัตร (prior art)ซึ่งความใหม่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการยื่นจดสิทธิบัตรทั่วโลก เพราะก่อนหน้าที่บีทีจะยื่นจดสิทธิบัตรดังกล่าวประมาณปี พ.ศ. 2503 แนวคิดการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์มีการใช้มาก่อนหน้านั้นแล้วโดยมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด ( Stanford University) และโพรดิจีนำส่งวีดีโอเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวของมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดต่อศาล ศาลแห่งมลรัฐนิวยอร์กในการไต่สวนเบื้องต้น ผู้พิพากษาในคดี มีความเห็นเบื้องต้นว่า ข้อถือสิทธิ ( claim)ในสิทธิบัตรของบีทีไม่ชัดเจนเพียงพอและภาษาที่ใช้เป็นภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างโบราณและครุนเครือ คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอเมริกาซึ่งถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรจะมาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ เหตุที่ผมหยิบยกเอาคดีนี้มาพุดถึงเนื่องจากเป็นคดีที่วงการอินเตอร์เน็ตทั่วโลกให้ความสนใจครับเพราะหากบีทีชนะคดี ธุรกิจดอทคอมในอเมริกาจะเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเพราะจะต้องจ่ายค่าใช้สิทธิในสิทธิบัตรดังกล่าวแก่บีที ซึ่งมีผลกระทบทั่วโลกทำให้ค่าบริการในการใช้อินเตอร์เน็ตต้องสูงขึ้นโดยปริยาย และคงโกลาหลกันใหญ่ครับ--จบ-- -อน-