"รมต.พงศ์เทพ" ลงนามเชื่อมท่อก๊าซอาเซียน - newswit
กรุงเทพฯ--18 ก.ค.--สพช. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) เปิดเผยว่า จากการเดินทางไปประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 20 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานได้หารือกันถึงปัญหาด้านพลังงานที่กำลังเผชิญร่วมกันของประเทศอาเซียน จึงมีการย้ำถึงเอกภาพของประเทศสมาชิกด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น และได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการเชื่อมโยงท่อก๊าซธรรมชาติอาเซียน ร่วมกับรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานของประเทศอาเซียนอื่นๆ โดยบันทึกความเข้าใจฯ นี้มีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นกรอบการทำงานอย่างกว้างๆ ในการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้เกิดการศึกษาในด้านการใช้ การจัดจำหน่าย การตลาด และการซื้อขายก๊าซธรรมชาติระหว่างประเทศสมาชิก รวมทั้งส่งเสริมการประสานการดำเนินงานในโครงการดังกล่าวให้บรรลุผลสำเร็จ นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่าโครงการเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียนจะเชื่อมโยงแหล่งที่เป็นศูนย์กลางความต้องการและการใช้ก๊าซธรรมชาติเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเชื่อมต่อกับแหล่งก๊าซธรรมชาตินาทูนา (Natuna) และแหล่งอื่นๆ ในอ่าวไทย ทะเลจีนใต้ และสุมาตรา เพื่อจัดส่งก๊าซธรรมชาติไปยังศูนย์กลางความต้องการก๊าซธรรมชาติที่สำคัญๆ ทั้งหมดในอาเซียน โดยกำหนดจุดเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซธรรมชาติรวมทั้งสิ้น 7 จุด คาดว่าจะใช้งบการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ "ตามบันทึกความเข้าใจโครงการเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียนนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนจะทำการศึกษาเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลและองค์กรการดำเนินงานสำหรับการจัดหา การขนส่ง และการจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนในระดับพหุภาคี ในการนี้จะมีการจัดตั้งคณะมนตรีที่ปรึกษาด้านก๊าซของอาเซียน (ASEAN Gas Consultative Council) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและแก้ไขประเด็นปัญหาระหว่างประเทศดังกล่าวข้างต้น โดยมุ่งหวังที่จะลดอุปสรรคต่อการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว" นาย พงศ์เทพ กล่าว นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศไทยอย่างยิ่ง ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ทำให้ประเทศไทยสามารถมีทางเลือกในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากหลายแหล่งผ่านแนวท่อก๊าซที่มีการเชื่อมโยงกัน เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเชื่อมโยงแนวท่อก๊าซกับประเทศเพื่อนบ้านย่อมจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับเพื่อนบ้านและนำไปสู่การขยายตัวทางการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้รัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ได้ให้การรับรองความคิดริเริ่มด้านนโยบายเกี่ยวกับโครงการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าอาเซียน โดยจะร่วมกันกำหนดกรอบนโยบาย จัดทำข้อตกลงด้านนโยบาย และการดำเนินการในการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้า โดยการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทจะมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2546 สำหรับคณะผู้แทนไทยที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ได้แก่ นายเมตตา บันเทิงสุข รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) นางสิริพร ไศละสูต อธิบดีกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน นายปรัชญา ภิญญาวัธน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ ม.ล.ชนะพันธุ์ กฤดากร รองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)--จบ-- -ศน-