นักลงทุนจีนจ้องลงทุนไทยชูเสถียรภาพเศรษฐกิจ-การเมือง-สังคม ดึงดูดเงินทุน

กรุงเทพฯ--23 ก.ค.--บีโอไอ บีโอไอเผยผลชักจูงการลงทุนที่ประเทศจีน มีนักลงทุนเข้าร่วมสัมมนาเกือบ 600 คน พร้อมเข้ามาสำรวจลู่ทางการลงทุนในไทยทันทีอย่างน้อย 6 ราย จีนชูไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุดในอาเซียน เพราะมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและไทยมีความพร้อมที่จะเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียนให้กับจีน นายสมพงษ์ วนาภา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในการแถลงข่าวผลการเดินทางไปจูงการลงทุน ณ นครปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้และเมืองเชินเจิ้น ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวัน 15-19 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า นักลงทุนจีนแสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย โดยมีนักลงทุนที่เข้าร่วมงานสัมมนาการค้าและการลงทุน ซึ่งจัดขึ้นที่นครปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้รวมจำนวนเกือบ 600 คน นอกจากนี้ยังมีการพบปะนักลงทุน่จีนที่มีความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยอย่างจริงจังเป็นพิเศษอีก 39 ราย ซึ่งคาดว่ามีนักลงทุนจำนวน 8 รายเป็นอย่างน้อยที่จะเข้ามาสำรวจสู่ทางลงทุนในไทย ในสาขาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตเคมีภัณฑ์ ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ "นักลงทุนจีนจำนวนมากมีความเห็นตรงกันว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุดในอาเซียน เพราะมีเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งมีหน่วยงานที่ช่วยเหลือนักลงทุนได้เป็นอย่างดีในเรื่องข้อมูล การบริการ และการแก้ไขปัญหาแก่นักลงทุน ตลอดจนการมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่โปร่งในเอื้อต่อการลงทุน"เลขาธิการบีโอไอกล่าว สำหรับแนวทางความร่วมมือด้านการลงทุนของไทยและจีนนั้น จะมุ่งเน้นการส่งเสริมการลงทุนแบบสองทางคือจีนลงทุนในไทย และไทยลงทุนในจีน ซึ่งจีนอาจใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อตลาดจีนเองหรือส่งออกไปตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือมีการแบ่งการผลิต เช่นผลิตชิ้นส่วนในไทยเพื่อนำไปประกอบในจีน โดยกิจการที่ไทยจะสนับสนุนให้นักลงทุนจีนมาลงทุนในไทย เช่นการผลิตผลิตภัณฑ์ยางและชิ้นส่วนยาง และการผลิตเครี่องจักรกลและชิ้นส่วน เป็นต้น ส่วนกิจการที่จีนจะสนับสนุนนักลงทุนไทยลงทุนในจีนได้แก่ การผลิตอาหาร วัสดุก่อสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานและระบบชลประทาน ทางด้านการส่งเสริมนักลงทุนไทยไปลงทุนในจีนนั้น บีโอไอได้ร่วมมือกับสมาคมสโมสรนักลงทุน ในการนำคณะผู้แทนนักธุรกิจไทยประมาณ 20 คน จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็ก อาหาร ยาง สิ่งทอ ไปเยือน---เซี่ยงไฮ้ กวางโจวและเชินเจิ้น โดยมี นายไพโรจน์ โสมภูติ รองเลขาธิการบีโอไอ เป็นผู้นำ นายไพโรจน์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การนำคณะผู้แทนการลงทุนไทยไปสำรวจลู่ทางการลงทุนในจีนก็เพื่อให้นำลงทุนไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับหน่วยงานด้านการลงทุนของจีนและนักลงทุนจีน เกี่ยวกับโอกาสปัญหาและอุปสรรคของการลงทุนในจีน ตลอดจนการศึกษาระเบียบและกฏเกณฑ์การค้าและการลงทุน และการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในจีนก่อนที่จะเข้ามาลงทุนซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์แก่นักธุรกิจไทยอย่างมาก นายไพโรจน์ กล่าวด้วยว่า จากการหารือกับหน่วยงานด้านการลงทุนของจีน อาทิ สภาส่งเสริมการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน คณะกรรมาธิการค้าต่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งเมืองกวางโจว พบว่า อุตสาหกรรมที่เพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์กำลังได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังพบว่าในอนาคต นักลงทุนจีนและไทยมีโอกาสที่จะร่วมมือกันลงทุนในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ที่แปรรูปจากเปลือกหรือเศษของผลไม้ และการก่อสร้างท่าเรือ--จบ-- -สว/นห-

ข่าว สมพงษ์ วนาภา เลขาธิการ ล่าสุด