ธนาคารกรุงไทยพร้อมให้บริการธนาคารอิสลาม
กรุงเทพฯ-9 ก.ค.--ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงไทย พร้อมเปิดธนาคารอิสลาม ในเดือนกรกฎาคม ให้บริการทางการเงินโดยไม่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม ใช้หลักการแบ่งปันผลกำไร และปลอดดอกเบี้ย ตั้งเป้าภายในปีนี้เปิด 6 สาขาเต็มรูปแบบ และอีก 14 เคาน์เตอร์ในสาขา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่เปิดให้บริการธนาคารอิสลามเต็มรูปแบบ นายสถิต จูพัฒนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารมีความพร้อมที่จะเปิดให้บริการทางการเงินตามหลักหลักศาสนาอิสลามเต็มรูปแบบแห่งแรก ที่สาขาถนนวิจิตรไชยบูลย์ และเคาน์เตอร์อิสลามที่สาขาตันหยงมัส สาขาตากใบและสาขาสุไหงโกลก จ.นราธิวาส ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2545 หลังจากนั้นจะทยอยเปิดให้ครบ 6 สาขา และอีก 14 เคาน์เตอร์ในสาขา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา และปัตตานี ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ สำหรับ 6 สาขาที่จะเปิดให้บริการเป็นสาขาเต็มรูปแบบจะตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ส่วนอำเภอรอบนอกจะเปิดให้บริการแบบเคาน์เตอร์อิสลาม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการรับฝากและถอนเงินต่างสาขา นายสถิต กล่าวถึง รูปแบบของการให้บริการทางการเงิน ยึดหลักดำเนินการโดยไม่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม และดำเนินงานภายใต้บทบัญญัติของธนาคารพาณิชย์ โดยมีที่ปรึกษาของคณะกรรมการธนาคารอิสลาม ซึ่งประกอบด้วยที่ปรึกษาทางศาสนา และที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจศาสตร์อิสลาม เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องในการทำธุรกรรม โดยใช้หลักการแบ่งปันผลกำไร แทนการคิดดอกเบี้ย มีการแยกระบบบัญชี ทรัพย์สิน หนี้สิน ภาระผูกพัน ออกจากงบการเงินของธนาคารตามปกติอย่างชัดเจน ในเบื้องต้นธนาคารจะให้บริการรับฝากเงินแบบรักษาทรัพย์ (วะดีอะฮ์) ได้แก่ เงินฝากประเภทออมทรัพย์และกระแสรายวัน และแบบแบ่งผลกำไรร่วมกัน (มูฏอรอบะฮ์) ในลักษณะเงินฝากเพื่อการลงทุน ได้แก่ เงินฝากประจำ รวมทั้งให้บริการทางการเงินอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการคิดดอกเบี้ย เช่น การเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงิน การอาวัลตั๋วเงิน การรับรองตั๋วเงิน การออกเลตเตอร์ออฟเครดิต การค้ำประกัน การโอนเงินในประเทศและต่างประเทศ การปริวรรตเงินตรา การขายดราฟท์ การชำระค่าสาธารณูปโภค การให้เช่าตู้นิรภัยและบัตรเดบิต เป็นต้น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกรุงไทย กล่าวต่อไปว่า ภายหลังการเปิดสาขาธนาคารอิสลามและเคาน์เตอร์อิสลามในภาคใต้แล้ว ธนาคารจะพิจารณาเปิดให้บริการเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศอีกประมาณ 34 สาขา เพื่อเพิ่มช่องทางการให้บริการตรงกับความต้องการของลูกค้าชาวมุสลิม และยังเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าทั่วไปที่ยอมรับหลักการ เรื่องปลอดดอกเบี้ยและแบ่งปันผลกำไร ซึ่งไม่จำเป็นที่ลูกค้าจะต้องเป็นชาวมุสลิมก็สามารถมาใช้บริการได้--จบ-- -ปส-