สศก.แนะ เกษตรกรเตรียมการล่วงหน้าสำหรับข้าวฤดูใหม่
กรุงเทพฯ--11 ก.ค.--สศก. สศก.รายงานสถานการณ์การผลิต และการตลาด ข้าวนาปี 2545/46 และแนะนำเกษตรกรควรดูแลรักษาผลผลิตตั้งแต่ การให้น้ำ ใส่ปุ๋ยให้พอเหมาะ เก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ผลผลิตต่อไร่สูงและได้ข้าวคุณภาพดี ซึ่งจะทำให้เกษตรกรขายได้ในราคาสูงไม่ถูกตัดความชื้นและสิ่งเจือปน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ได้คาดคะเนข้าวนาปี ปี 2545/46 ซึ่งจะเริ่มมีการเก็บเกี่ยวประปรายตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2545 เป็นต้นไป และจะเก็บเกี่ยวมากที่สุดช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2545 ว่าจะมีผลผลิตประมาณ 20.940 ล้านตันข้าวเปลือก (หรือสีเป็นข้าวสาร จะได้ 13.820 ล้านตันข้าวสาร) เทียบกับปี 2544/45 ที่มีผลผลิต 20.899 ล้านตันข้าวเปลือก ผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.96 เนื่องจากสภาพน้ำฝนดีและปริมาณน้ำในเขื่อนเต็มเกือบทุกภาค สำหรับราคาข้าวเปลือก 5% ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2545 เฉลี่ยเกวียนละ 4,791 บาท เทียบกับเกวียนละ 5,447 บาท ของช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ราคาสูงขึ้นร้อยละ 7.74 ซึ่งดีกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เนื่องจากผลการแทรกแซงโครงการรับจำนำข้าวของรัฐที่ตั้งเป้าหมายและราคารับจำนำไว้สูงกว่าทุกปี อย่างไรก็ตามสำหรับข้าวฤดูใหม่ที่ออกสู่ตลาดปลายปีนี้คาดว่าราคาจะอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และมีปัญหาในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ซึ่งรัฐบาลจะมีนโยบายแทรกแซงตลาด เพื่อยกระดับราคาข้าว โดยคณะกรรมการนโยบายข้าวจะกำหนดนโยบายและมาตรการรับจำนำแบ่งตามชนิดข้าว ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวเปลือกเจ้าชั้นคุณภาพต่างๆ ข้าวเปลือกเหนียว เพื่อยกระดับราคาข้าวในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมากเป็นประจำทุกปีและเป็นการช่วยเหลือให้เกษตรกรไม่ต้องรีบร้อนขายข้าวในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งหน่วยงานหลักที่ดำเนินการรับจำนำ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) องค์การคลังสินค้า (อคส.) และ องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อตก.) สำหรับเกษตรกรควรดูแลรักษาผลผลิตตั้งแต่ การให้น้ำ ใส่ปุ๋ยให้พอเหมาะ เก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ผลผลิตต่อไร่สูงและได้ข้าวคุณภาพดี ซึ่งจะทำให้เกษตรกรขายได้ในราคาสูงไม่ถูกตัดความชื้นและสิ่งเจือปน--จบ-- -ศน-