ฮอนด้าประกาศเป้าหมายภายใน 3 ปี เพิ่มลูกค้าทั่วโลกปีละกว่า 20 ล้านคน ทวีบทบาทไทยและอาเซียน พร้อมเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่ง - newswit

กรุงเทพฯ--10 ก.ค.--เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจของฮอนด้าในงานแถลงข่าวกลางปี (Honda's Mid-year Press Briefing) ที่กรุงเทพฯ ในวันนี้ ถึงการเพิ่มบทบาทการดำเนินธุรกิจของฮอนด้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับการขยายตัวของฐานการผลิตในภูมิภาคอาเซียน โดยจะเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มมากกว่า 20 ล้านคนต่อปีภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2547 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2548 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า จากการแถลงของนายซาโตชิ โตชิดะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และประธานกรรมการบริหารและ ซีอีโอ ของบริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด สำนักงานใหญ่ของฮอนด้าประจำภูมิภาค เอเซียน ถึงกลยุทธ์"ผลิตโดยฮอนด้า คุณภาพเดียวกันทั่วโลก"Made By Global Honda ว่าขณะนี้ บริษัทได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งได้แก่ รถจักรยานยนต์, รถยนต์, เครื่องยนต์อเนกประสงค์ และชิ้นส่วนยานยนต์ จากฐานการผลิตสำคัญในประเทศอินโดนีเซีย,ฟิลิปปินส์,มาเลเซีย,ไทย และเวียดนาม "ภายใต้แผนธุรกิจระยะกลาง ระยะเวลา 3 ปี นี้ฮอนด้า มีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ให้ได้มากถึงกว่า 20 ล้านคนต่อปีภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2547 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2548 โดยยอดจำหน่ายที่คาดว่าจะสูงขึ้นนี้เป็นผลมาจากการ ขยายเครือข่ายและฐานการผลิตของฮอนด้าในอาเซียน นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากโอกาสทางการค้าอันเนื่องมาจากนโยบายเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า (AFTA) และโครงการความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมของอาเซียนแบบใหม่ หรือ ไอโค (AICO) ยิ่งไปกว่านั้นยอดจำหน่ายที่คาดว่าจะสูงขึ้นยังเป็นผลมาจากการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนตามนโยบายเครือข่ายการผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนเพื่อสายพานการผลิตของฮอนด้าทั่วโลก (Honda's Global Supply Networks) "นายซาโตชิ โตชิดะกล่าว ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2545 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2546 ฮอนด้าคาดหมายว่าจะสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ถึง 15.4 ล้านคน โดยมาจากยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ 7.88 ล้านคัน รถยนต์ 2.86 ล้านคัน และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 4.66 ล้านเครื่อง และเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ พ.ศ. 2547 ฮอนด้าได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายที่สูงขึ้น โดยคาดว่ายอดจำหน่ายทั่วโลกของรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 11 ล้านคัน รถยนต์จำนวน 3.4 ล้านคัน และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 6 ล้านเครื่อง เพื่อให้บริการกับลูกค้าทั้งหมด 20.4 ล้านคนต่อปี ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของฮอนด้าและเป็นฐานการผลิตนอกประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย นายซาโตชิ โตชิดะ ได้ประกาศว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดตัวรถยนต์ฮอนด้าซีวิค ไฮบริด ซึ่งเป็นรถยนต์ขนาด 5 ที่นั่งที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุดในโลก นอกจากนั้นในเดือนหน้าจะมีการแนะนำ ASIMO ซึ่งเป็นหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์รุ่นแรกของโลก เพื่อให้ชาวไทยได้สัมผัสยอดเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยวิศวกรฮอนด้า ด้านการดำเนินธุรกิจรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าคาดว่าจะมียอดจำหน่ายรวม 11 ล้านคันภายในสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2547 ซึ่งขณะนี้ฮอนด้ามีกำลังการผลิตรถยนต์จากฐานการผลิตทั่วโลกจำนวน 8.5 ล้านคันต่อปี และจะเพิ่มเป็น 11.5 ล้านคันจะได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่น เวฟ อัลฟ่า (Wave Alpha) ในไทยและฟิลิปปินส์ จากนั้นจึงขยายสู่ประเทศต่างๆ ต่อไป โดยรถจักรยานยนต์รุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวในเวียดนามเมื่อเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2545 นับเป็นรถจักรยานยนต์ที่มีราคาประหยัดกว่ารุ่นก่อนๆ แต่เปี่ยมด้วยคุณภาพการผลิตที่ได้มาตรฐานด้วยการจัดหาชิ้นส่วนจากเครือข่ายการผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทย จีนและเวียดนาม นายซาโตชิ โตชิดะได้เปิดเผยถึงการคาดหมายยอดจำหน่ายในประเทศไทย ว่าในปีนี้บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายของรถจักรยานยนต์ไว้ที่ 950,000 คัน จากยอดรวมทั้งหมด 1.2 ล้านคันในตลาดรถจักรยานยนต์ ซึ่งจากตัวเลขนี้ทำให้ไทยเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก และแม้ว่ายอดจำหน่ายรวมของตลาดรถจักรยานยนต์ไทยจะไม่สามารถผ่านสถิติสูงสุดจำนวน 1.46 ล้านค้นที่เคยทำไว้ในปี พ.ศ. 2538 แต่สำหรับฮอนด้า นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ฮอนด้าทำสถิติในด้านยอดจำหน่ายในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวขึ้นหลังประสบวิกฤติเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 นอกจากนั้น ฮอนด้ายังคาดหมายว่าตลาดรถยนต์ไทยจะสามารถทำสถิติครั้งใหม่ ด้วยตัวเลขยอดจำหน่ายที่สูงกว่าสถิติที่เคยทำไว้ 42,387 คัน ในปี พ.ศ. 2539 โดยนายซาโตชิ โดชิดะได้ประกาศว่า เป็นการจำหน่ายที่สูงกว่าสถิติที่เคยทำไว้ 42,387 คัน ในปี พ.ศ. 2539 โดยนายซาโตชิ โดชิดะได้ประกาศว่า เป้าการจำหน่ายของฮอนด้าในปี พ.ศ. 2545 จะเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี พ.ศ. 2544 ขณะที่ภาพรวมของตลาดรถยนต์ไทยในปีนี้ จะมียอดจำหน่ายที่ 360,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 จากปีที่แล้ว ซึ่งมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 297,000 คัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโดยฮอนด้าสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ในปี พ.ศ. 2538 ปัจจุบันฮอนด้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดถึงกว่าร้อยละ 30 ในปีนี้ นายซาโตชิ โตชิดะ ได้กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (Honda Automobile (Thailand ) Co, Ltd. หรือ HATC) ว่าจะมีการผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่นใหม่เพื่อการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรถยนต์รุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของโครงสร้างตัวถังนั่งแบบ Global Small Platform ของฮอนด้าและเพื่อเป็นการสนับสนุนแผนงานดังกล่าว ฮอนด้าได้ลงทุนเพิ่มจำนวน 25 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,000 ล้านบาท) เพื่อปรับปรุงและเพิ่มศักยภาพในส่วนของระบบเครื่องหล่อขึ้นรูปและเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตบล็อกเครื่องยนต์ และฝาสูบ ปัจจุบันโรงงานของฮอนด้าที่จังหวัดอยุธยาได้เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 กะมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ในส่วนของฐานการผลิตรถยนต์แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียนั้นจะเริ่มเดินเครื่องการผลิตในปลายปีนี้ และกลางปี พ.ศ.2546 (ตามลำดับ) นอกจากนั้น บริษัทยังมีแผนแลกเปลี่ยนรถยนต์จากฐานการผลิตเพื่อส่งไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ โดยโรงงานแห่งเดิมในอินโดนีเซียจะผลิตและส่งออกมินิแวนรุ่นสตรีมาจำหน่ายในประเทศไทย ขณะที่ฐานการผลิตในไทยจะส่งรถยนต์นั่งรุ่นแอคคอร์มาจำหน่ายในอินโดนีเซีย ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้จะเริ่มขึ้นในปลายปีนี้ นอกจากนี้ฮอนด้ายังมีแผนที่จะเปิดโรงงานผลิตชิ้นส่วนของระบบส่งกำลังแห่งใหม่ขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย โดยจะเริ่มดำเนินการผลิตในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2545 และ ปี พ.ศ. 2546 (ตามลำดับ) โรงงานทั้งสองแห่งนี้จะทำหน้าที่ในการผลิตชุดเกียร์อัตโนมัติ เกียร์ธรรมดา และระบบวาล์วของเครื่องยนต์ เพื่อส่งให้กับฐานการผลิตของฮอนด้าทั่วโลก สำหรับเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ฮอนด้าได้มีการปรับปรุงสายการผลิต ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาศัยความได้เปรียบในการแข่งขันของเครือข่ายการผลิตในอาเซียน ทั้งนี้ประเทศไทยนับเป็นประเทศหลักที่จะดำเนินการในครั้งนี้ ขณะนี้ บริษัทไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ซึ่งนับเป็นโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้มีการลงทุนภายใต้งบประมาณจำนวน 600 ล้านบาท เพื่อขยายสายการผลิตเครื่องยนต์อเนกประสงค์ให้มียอดการผลิตถึง 1 ล้านเครื่องต่อปี ซึ่งการขยายการผลิตนี้จะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนหน้า โดยทางฮอนด้าตั้งเป้าในปีหน้าไว้ว่าจะส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์เอนกประสงค์จำนวน 850,000 เครื่องไปจำหน่ายในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก จากกำลังการผลิตเครื่องยนต์อเนกประสงค์ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากและการเริ่มต้นประกอบรถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่นใหม่เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้ยอดการส่งออกของฮอนด้าในประเทศไทยจะเขยิบสูงขึ้นอย่างมากในปีหน้า สำหรับปีนี้คาดว่าฮอนด้าจะสามารถส่งออกรถจักรยานยนต์ รถยนต์ เครื่องยนต์ อเนกประสงค์ และชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยไปยังต่างประเทศเป็นมูลค่ารวม 18,870 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากปี พ.ศ.2544 และในปี พ.ศ. 2546 คาดว่าฮอนด้าจะสามารถส่งออกยานยนต์จากฐานการผลิตในประเทศไทยเพิ่มขึ้นหรือมีมูลค่าส่งออกถึง 36,000 ล้านบาท--จบ-- -ปส-

ข่าว ซาโตชิ โตชิดะ ล่าสุด