บทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง Eight Legged Freaks คุณคิดว่าจะเจอเข้ากับอะไรถ้าเดินผ่านกองขยะมีพิษซึ่งเต็มไปด้วยแมงมุมแปลกถิ่น?… - newswit
กรุงเทพฯ--10 ก.ค.--วอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ถูกเขมือบไง ! อย่างที่แฟนพันธุ์แท้ของหนังประเภททำให้เย็นสันหลังรู้กันดีอยู่แล้ว ว่าเมื่อสบโอกาส และความเป็นใจจากส่วนผสมทางเคมี เจ้าสัตว์แปดขาก็จะมีขนาดที่เกินคำว่าใหญ่ และระบายความแค้นจนกลายเป็นหายนะของมนุษย์ ในเรื่อง Eight Legged Freaks ประชากรท้องถิ่นเหมืองแร่ ได้พบการรั่วไหลของสารเคมีบางชนิด ซึ่งทำให้แมงมุมเล็กๆหลายร้อยตัว กลายสภาพเป็นแมงมุมขนาดมหึมาจอมพลัง และพวกมันกำลังหิว! เมื่อสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น คริส แมกคอมิค (เดวิด อาร์เควต) วิศวกรเหมืองแร่ และนายอำเภอหญิง แซม พาร์กเกอร์ (คารี วูเรอร์) ต้องเป็นผู้นำกลุ่มชาวเมืองจากหลากหลายสาขาอาชีพ รวมทั้งลูกชายของเธอ ไมค์ (สก็อต เทอร์รา), และลูกสาววัยรุ่น แอชลีย์ (สการ์เล็ต โจอานสัน), พิธีกรรายการวิทยุผู้น่ารำคาญ ฮาร์ลาน กริฟฟิธ (ดัค อี. ดัค) และผู้ช่วยพีท วิลลิส (ริค โอเวอร์ตัน) เข้าสู่สงครามกับสัตว์แปดขากระหายเลือด ด้วยวิชวล เอ็ฟเฟ็ค จากความคิดสร้างสรรค์และฝีมือของทีม CFX (Independence Day, The Patriot), ทำให้ Eight Legged Freaks เป็นงานคลาสสิค ชั้นแนวหน้า เช่นเดียวกับเรื่อง Them และ The Black Scorpion ขอให้อร่อย ! วอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ร่วมกับวิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส และ NPV เอนเตอร์เทนเมนท์ ภูมิใจเสนอ ผลงานจากอีเล็คทริค เอนเตอร์เทนเมนท์ โปรดักชั่น นำแสดงโดยเดวิด อาร์เควต : ใน Eight Legged Freaks ร่วมด้วย คารี วูเรอร์, สก็อต เทอร์รา, ดัค อี. ดัค, และสการ์เล็ต โจฮานสัน , กำกับการแสดงโดย เอลโลรี เอลคาเยม และอำนวยการสร้างโดย ดีน เดฟลิน และ บรูซ เบอร์แมน, ร่วมอำนวยการสร้างโดย เคลลี่ แวน ฮอร์น, อำนวยการบริหารโดย โรนัลด์ เอมเมอริช, ปีเตอร์ วินเธอร์ และ วิลเลี่ยม เฟย์ ประพันธ์บทภาพยนต์ โดย เจส อเล็กซานเดอร์ & เอลโลรี เอลคาเยม, เนื้อเรื่องโดย เอลโลรี เอลคาเยม & แรนดี้ คอร์นฟิลด์, กำกับภาพโดย จอห์น บาร์ตลีย์, ASC, CSC, ; ผู้ออกแบบฉาก โดย ชาร์ลส บรีน, ; และ เดวิด เจ ซีเกิล, ACE, เป็นผู้ลำดับภาพ, ดนตรีประกอบ โดย จอห์น ออตแมน ภาพยนต์เรื่อง Eight Legged Freaks จัดจำหน่ายทั่วโลกโดย วอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ในเครือ AOL ไทม์ วอร์เนอร์, และวิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส ในบางประเทศ เบื้องหลังการถ่ายทำ สามผู้สร้างกับหนึ่งแผนการดุเดือด โรแลนด์ เอ็มเมอริค และดีน เดฟลิน ได้พบกันเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ประเทศเยอรมัน ขณะนั้น เอ็มเมอริคกำลังสร้างภาพยนต์เรื่อง Moon 44 ซึ่งเดฟลินเป็นดาราผู้แสดง เอ็มเมอริครู้สึกประทับใจกับความสามารถของผู้แสดง ในการพูดบทที่ไม่ได้เตรียมมาก่อน จึงให้มาช่วยงานด้านเขียนบทภาพยนต์เรื่องต่อไปของเขา ซึ่งเป็นแอ็คชั่นหนังวิทยาศาสตร์เรื่อง Universal Soldier และนับแต่นั้นมาก็กลายมาเป็นหุ้นส่วนระยะยาว ทั้งสองมีผลงานต่อมาร่วมกันในเรื่อง Stargate, Independence Day, Godzilla และ The Patriot, ภายใต้ชื่อเซนโทรโพลิส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จากการกำกับการแสดงของเอ็มเมอริค และอำนวยการสร้างโดยเดฟลิน และทั้งคู่ยังร่วมกันเขียนบทภาพยนต์ทุกเรื่องเว้นแต่ เรื่อง The Patriot คู่หู-ทีมสร้างมักจะปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับหนังที่ตนชื่นชอบกับอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ เขาทั้งคู่มักใจตรงกันสำหรับหนังประเภทระทึกขวัญเกรดบี ต้นทุนต่ำ แห่งช่วงทศวรรษ 1950 และต้นทศวรรษ 1960 อาทิเช่น Them or Tarantula ภาพยนต์ที่คงความนิยมไว้เป็นแรมปีซึ่งกลายเป็นหนังคลาสสิคและทำให้เป็นผลงานทางศิลปะ อย่างที่เดฟลินกล่าวไว้ว่า "เราเคยสงสัยว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำหนังศิลปะเหล่านั้นกลับมาทำใหม่ ด้วยวิชวล เอ็ฟเฟ็คที่ซับซ้อน และเพิ่มคุณค่าในการสร้างเข้าไป เพื่อนำเรื่องราวมาสู่ความทันสมัย แต่ไม่ทิ้งเสน่ห์และอารมณ์ขันที่โดดเด่นของหนังเหล่านั้น" สิ่งสำคัญในการปรับปรุงเรื่องราวให้ทันสมัยขึ้นนั้น โดยไม่คำนึงถึงเอ็ฟเฟ็คใหม่ๆ หรือการขัดเกลา ก็คือ "ไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป หรือลืมความดั้งเดิมไปเสีย" เอ็มเมอริคกล่าว สิ่งที่พวกเขายังไม่รู้ในตอนนั้นคือ ผู้สร้างชาวนิวซีแลนด์ เอลโลรี เอลคาเยม ได้เขียนบท และอำนวยการสร้างเรื่อง Larger Than Life หนังขาวดำด้วยความยาว 13 นาที แนวนวนิยายวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแมงมุมตัวเล็กๆ ซึ่งได้รับสารเคมีบางอย่างโดยบังเอิญ และขยายใหญ่ขึ้นจนตัวโตเท่ารูปปั้นขนาดอนุสาวรีย์ จนเขย่าขวัญเจ้าของบ้านฝ่ายหญิง ภาพยนต์ได้รับการตอบรับจากผู้ชมจากการฉายในงานแสดงทั่วโลก และในที่สุดทำรายได้ถึง $50,000 ให้กับ New Zealand Film Commission ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่น่าทึ่งทีเดียว หลังจากการฉายของ Larger Than Life ในปี l998 ที่ Telluride Film Festival ผู้อำนวยการบริหาร ปีเตอร์ วิทเธอร์ ได้แนะนำให้กับเอ็มเมอริค และเดฟลิน "งานภาพยนต์สั้นของเอลโลรีนั้น เหมาะเจาะกับสิ่งที่เราได้หารือกันอยู่" เดฟลินกล่าว "เป็นเรื่องชวนหัวที่มีสไตล์และปราณีต เรารู้ทันทีว่าเป็นโอกาสที่เรารอคอย ในอันที่จะคืนชีวิตให้กับหนังในแนวที่เราทั้งคู่ชื่นชอบ" ทั้งสามคนพบกันเพื่อปรึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างภาพยนต์เรื่องยาวจากหนังสั้นดั้งเดิมของแมงมุม คราวนี้ไม่ใช่เพียงตัวเดียว แต่นับพันๆ ตัว เอ็มเมอริค และเดฟลินต้องการให้เอลคาเยม เป็นผู้กำกับการแสดง เนื่องจากอย่างที่เดฟลินกล่า "เราต้องการให้เขาเป็นผู้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของเขาซึ่งได้สร้างความน่าประทับใจในหนังสั้นเรื่องแรก คราวนี้ในแบบที่ยิ่งใหญ่กว่า และเต็มไปด้วยวัตถุดิบกับทีมงานซึ่งคอยช่วยเหลือเขา ประสพการณ์ร่วมกันของเราในฐานะผู้สร้างภาพยนต์ บวกกับเอ็ฟเฟ็คชั้นยอด พูดอีกนัยหนึ่งเหมือนการนำเครื่องยนต์รถปอร์เช่มาใส่รถโฟล์คเต่า แล้วรอดูสิ่งที่จะตามมา" บรูซ เบอร์แมน, ประธานคณะกรรมการ และ CEO แห่ง วิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส ซึ่งเคยมีผลงานที่มีชื่อเสียง อาทิ The Matrix, Training Day and Ocean's 11 พบว่าเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และตัวเขาเองยังเป็นผู้ที่ชื่นชอบงานแนวศิลปะมานาน และรู้ดีว่าเรื่อง Eight Legged Freaks อยู่ในมือของผู้ที่มากความสามารถ เขาจึงนำเรื่องนี้ไปคุยกับลอเรนโซ ดิ โบนาเวนทูรา ประธานบริษัท เวิล์ดไวด์ โปรดักชั่น แห่งวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส เพื่อร่วมลงทุนสร้าง "ทั้งวิลเลจ โรดโชว์ และวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ต้องการร่วมงานกับทีมผู้สร้างมานานแล้ว" เบอร์แมนกล่าว "เพราะชื่อเสียงที่ไม่ธรรมดาของพวกเขา และในโครงการนี้ เรารู้ว่าความชำนาญด้านเอ็ฟเฟ็คของพวกเขา จะมีส่วนช่วยในการทำงานนี้เป็นอย่างมาก" เอลคาเยมเริ่มการทำงานโดยทันที กับแรนดี้ คอร์นฟิลด์ เพื่อทำการตระเตรียมโครงเรื่อง และภายหลังได้ร่วมกับผู้เขียนบท เจซ อเล็กซานเดอร์ ในการเขียนบทภาพยนต์ให้กับ Eight Legged Freaks จากการวางแนวทางของเอลคาเยมให้ "เป็นเรื่องน่ากลัว สนุก และสร้างความระทึกใจ ไปพร้อมกัน" เบอร์แมนชี้แจงว่า "ลูกเล่นคือการไม่หลอกลวงมากเกินไป แต่ต้องทำให้หนังเป็นไปตามรูปแบบของมัน แม้ว่าจะเป็นแบบเดียวกับหนังอิงนิยายวิทยาศาสตร์ประเภทเดียวกับที่เราส่วนใหญ่ดูกันมาตั้งแต่เล็กจนโต แต่มันจะเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีโอกาสชมภาพยนต์แบบนั้นได้สัมผัสกับศิลปะแนวนี้เป็นครั้งแรก" เอลคาเยมและอเล็กซานเดอร์ ได้พัฒนาเทคนิคผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งผู้เขียนบทในช่วงทศวรรษปี 1950 เท่านั้นจึงจะมีจินตนาการต่อนวนิยายวิทยาศาสตร์ พวกเขาใช้วิธีเขียนอีเมล์ถึงกันและกันและส่งร่างบทที่ได้รับการแก้ไขผ่านทางอินเตอร์เน็ท "เป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุดระหว่างเรา" เอลคาเยมอธิบาย "เราเปลี่ยนสีตัวอักษรเพื่อให้แต่ละฝ่ายสามารถเป็นได้ชัดเจนถึงสิ่งที่อีกคนได้แก้ไข และเราสามารถข้ามย่อหน้าได้โดยไม่ต้องลบทิ้ง เผื่อว่าต้องกลับมาท้าวความถึงในภายหลัง มันช่วยลดความจำเป็นที่ต้องอยู่ในที่เดียวกัน หรือสามารถทำงานชิ้นเดียวกันไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย " ทุกคนมักจะรู้สึกเหมือนกันเมื่อพูดถึงความขยะแขยงกับเหล่าแมงมุม แม้ต่างคนจะมีทฤษฎีที่แตกต่างออกไปในการที่เจ้าสัตว์ไร้พิษสงสร้างความหวาดกลัวได้ในระดับหนึ่ง ไม่ต้องถึงขนาดมีสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยซ้ำไป "ผมว่าเริ่มจากขาของมัน" เอลคาเยมกล่าวอย่างมีเลศนัย "การที่มันเคลื่อนไหวด้วยขายุ่มย่ามเหล่านั้น ซึ่งเป็นไปอย่างฉับพลันและคาดเดาไม่ได้ พวกมันอยู่ตรงไหนเมื่อไหร่ก้ได้ รวมทั้งบนเพดานเหนือหัวเรา ในเสื้อผ้า ในรองเท้า ซึ่งเราไม่มีทางรู้ตัวจนกว่าจะเกิดเหลือบไปเห็นเข้าแล้วก็แทบช็อค ทำให้ระแวงว่าจะมีตัวอื่นๆ อยู่แถวนั้นอีกไหมที่ยังไม่เห็น และ ตรงไหน กันแน่ที่พวกมันอยู่?" เดฟลินให้ความเห็นว่าความเป็นไปได้ของความกลัวสัตว์แปดขาประเภทโฟเบียของคนเรานั้น สืบย้อนหลังไปถึงบรรพบุรุษรุ่นแรกของเราทีเดียว และสิ่งที่เป็นการยืนยันความคิดของเขาก็คือ หนึ่งในทีมงานซึ่งได้ร่วมงานในภาพยนต์เกี่ยวกับลิงชิมแปนซีเล่าว่า ทุกครั้งที่พวกลิงเห็นแมงมุม พวกมันจะรู้สึกกระสับกระส่าย และสำหรับตัวเขาเองนั้นก็ยอมรับอย่างหน้าชื่นว่า "ผมทนไม่ได้ ! ทำให้ผมประสาทเสียและรู้สึกไม่สบายใจเอาจริงๆ" แต่สำหรับโรแลนด์ เอ็มเมอริค เขาเป็นผู้ซึ่งสมควรพูดถึงโปรเจ็คแมงมุมและเรื่องชวนขยะแขยงมากที่สุด จากการเผชิญหน้าระยะประชิดของเขาระหว่างการท่องเที่ยวเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นการบังเอิญหลายเดือนก่อนเริ่มงานสร้างภาพยนต์ "ผมอยู่ระหว่างการเที่ยวชมซากเมืองมายันที่เม็กซิโก" เขาเล่า "และพักอยู่ที่โรงแรมเล็กๆติดกับแนวป่า เช้าวันหนึ่ง ขณะใส่กางเกง เท้าผมก็สัมผัสเข้ากับตัวขนๆ ซึ่งหลุดออกมาจากขากางเกง ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรจนกระทั่งมันยืนขึ้นและเริ่มคลาน ถึงรู้ว่ามันคือแมงมุมทารันทูล่า!" อารมณ์ขันที่อยู่ในหนัง Eight Legged Freaks นั้นสร้างความผ่อนคลายให้กับความหวาดกลัว ซึ่งเกิดจากการเห็นภาพแมงมุมทารันทูล่าขนาด 10 ฟุต เดินย่ำอยู่บนจอหนัง และปล่อยใยขนาดยักษ์ออกมาคลุมอาคารสูงเสียดฟ้า "หัวเราะเป็นการปลดปล่อยที่ดี" เอลคาเยมกล่าว "เพราะการที่ต้องหวาดกลัวทุกนาทีนั้นเป็นเรื่องที่เหน็ดเหนื่อย" แต่เขายังยอมรับว่า "คนส่วนมากจะต้องปิดตาอย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่งเวลาดูหนัง และถ้าเขาทำอย่างนั้นละก็ เราจะถือว่าเป็นคำชม" การรวบรวมดาราสองขา ผู้อำนวยการสร้าง เดฟลินชี้แจงถึงความยิ่งใหญ่ของวิชวล เอ็ฟเฟ็คในหนังเรื่องนี้ว่า "หมดความหมายโดยสิ้นเชิงหากไม่คำนึงถึงผู้คนที่เกี่ยวข้อง เราใช้เวลามากมายอย่างระมัดระวังในการสร้างตัวละครในเรื่องของเรา เพื่อให้ความสำคัญของแต่ละคน และให้เผชิญกับเหตุการณ์ซึ่งถูกโดดเดี่ยวและอันตรายอย่างสมจริง ท้ายที่สุด ทีมงานเริ่มการคัดตัวหลังจากเรื่องเสร็จสมบูรณ์ และฉากได้ถูกจัดไว้ที่เมืองเล็กๆ ห่างไกล มีอุโมงค์ใต้ดินซึ่งเชื่อมต่อกันของเหมืองร้าง อันเป็นสถานที่ซึ่งแมงมุมยักษ์จะใช้ขยายพันธุ์และหลบซ่อนตัว ทีมงานไม่เคยละเลยความจริงที่ว่า อารมณ์ขันเป็นส่วนสำคัญของหนังประเภทนี้ เอ็มเมอริคกล่าวว่า นี่คือส่วนที่มีอิทธิพลต่อการคัดตัวผู้แสดงของทีมงาน "เมื่อเราจ้างดาราที่มีลูกเล่นด้านขบขัน เมื่อมาถึงอารมณ์นั้น แม้ว่าจะเป็นบทเรียบๆ -- ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเช่นนั้น - ดาราก็จะใส่อารมณ์ขันเข้าไปอย่างไม่ตั้งใจ จากปฎิกิริยาโต้ตอบของพวกเขา" หลังจากได้อ่านสคริปท์ของเรื่อง Eight Legged Freaks และได้ชมหนังสั้นฉบับเอลโลรี เอลคาเยม แล้ว เดวิด อาร์เควต ก็ได้รับการวางตัวเป็น คริส แมกคอมิค ตัวเอกของเรื่องซึ่งเป็นอดีตชาวเมืองแห่งนี้ ซึ่งหวนคืนถิ่นจากสาเหตุการตายของบิดา เจ้าของเหมือง คริสเป็นคนเงียบขรึม รอบคอบ จำพวกพูดไม่ออกเมื่ออยู่ต่อหน้าถ่านไฟเก่า ซาแมนธา ซึ่งกลายเป็นนายอำเภอหญิงของเมือง แต่คริสกลับไวพอที่จะไหวตัวได้ทันเมื่อเกิดเหตุการณ์นรกแตก "เดวิดเป็นธรรมชาติมาก" เอลคาเยมกล่าวถึงนักแสดงผู้คล่องแคล่ว "คุณจะไม่รู้สึกว่าเขากำลังแสดงบทบาทอยู่ แต่เขาจะกลายเป็นตัวละครนั้นไปจริงๆ" ความง่ายดายนี้ใช้การได้ดีกับคาแรคเตอร์ของคริส ซึ่งเปิดตัวในหนังตอนต้นอย่างไม่ค่อยเป็นสุขนัก อย่างที่อาร์เควตอธิบายตัวตนว่า "คริสเพิ่งกลับมาสู่บ้านเกิดหลังจากเวลาผ่านไปราวสิบปี เขาต้องทำใจกับการตายของพ่อ และลำบากในการตัดสินใจขายเหมืองเก่าทิ้ง เขายังได้พบกับผู้หญิงที่เขาเคยรักและสูญเสียไป เขาเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและเต็มไปด้วยความรู้สึกภายใน" อย่างไรก็ตาม เมื่อเมืองถูกรุกรานจากแมงมุมใหญ่ยักษ์ คริสก็กลายเป็นคนใหม่ที่มั่นใจมากขึ้น และอาร์เควตก็เปลี่ยนเกียร์ตามที่ควรจะเป็น เดฟลิน ซึ่งเปรียบอาร์เควตเสมือนฮาโรลด์ ลอยด์ดาราตลกหนังเงียบ กล่าวว่า "เดวิดมีความสามารถด้านตลกอย่างน่าทึ่ง รวมทั้งในด้านการแสดงที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม เขามีชื่อเสียงมาจากการรับบทตลกที่โดดเด่น แต่ในเวลาต่อมาก็ได้พิสูจน์ความสามารถทางการแสดงดรามาอีก ทั้งหมดรวมกันออกมาเป็นคริส แมกคอมิค ซึ่งเป็นพระเอกแบบทั่วไป แต่ในหนังที่ไม่ธรรมดา" คารี วูเรอร์ ซึ่งรับบทซาร่าห์ หรือ "แซม" พาร์กเกอร์ แม่ผู้เลี้ยงลูกโดยลำพัง และเป็นนายอำเภอหญิงของเมือง ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่แสดงในบทบาทที่ไม่ใช่บทคุ้นเคยของเธอ หนังที่ก่อแรงบันดาลใจให้กับเรื่อง Eight Legged Freaks นั้นก็ไม่ได้เสนอบทที่เด่นของตัวเอกฝ่ายหญิง ซึ่งภาพในเรื่อง Them, Tarantula, The Black Scorpion และอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันส่วนใหญ่จะเป็นการกรีดร้อง วิ่งหนี และหมดสติ "ตอนที่เราอยู่ระหว่างการวางแผนงาน" เดฟลินเล่าว่า "ความตั้งใจของเราคือไม่ต้องการเลียนแบบหนังเหล่านั้น แต่เป็นการให้เกียรติโดยการทำให้ทันสมัยกว่าเดิม และส่วนหนึ่งก็คือการมีตัวเอกหญิงที่เข้มแข็ง สามารถ และน่าเชื่อถือว่าสมจริงในการแสดงแอ็คชั่นทุกตอน" "สิ่งที่ยอดเยี่ยมในตัวคารี" เอลคาเยมเสริม "คือไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือกับแอ็คชั่นทั้งหลาย แต่ยังน่าเชื่อถือในความเป็นแม่ เป็นนายอำเภอผู้รับผิดชอบอย่างแรงกล้าต่อชุมชน และผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยตกในห้วงแห่งความรักและอาจจะเป็นได้อีกครั้งหนึ่ง" การที่ต้องแบกปืนไรเฟิล และไล่เตะก้นแมงมุมยักษ์นั้นไม่ได้เป็นภาระที่หนักสำหรับวูเรอร์แต่อย่างใด - อย่างน้อยก็ในส่วนของไรเฟิล เธอยกความดีให้กับอาชีพตำรวจของบิดาซึ่งทำให้เธอคุ้นเคยกับการถือปืน และจากที่เคยรับบทแอ็คชั่นมาในเรื่อง Anaconda. "ฉันชอบงานแสดงหนังแอ็คชั่น" เธอกล่าว ยอมรับว่าเป็นเรื่องท้าทาย "ที่จะได้ยิงปืนและสวมเครื่องแบบ เป็นของโปรดฉันเลยละ" แต่แซม พาร์กเกอร์นั้นไม่ใช่ธรรมดา แม้แต่วูเรอร์ ซึ่งรับบทนั้น "มันไม่ใช่แค่บทบาทแม่ถือปืนเท่านั้น" เธอขยายความ "แซมเป็นแม่เดี่ยว และเป็นนายอำเภอ ซึ่งเธอรับผิดชอบทั้งสองหน้าที่อย่างเคร่งครัด นี่คือหญิงที่คุ้นเคยกับการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน ปัญหาก็คือเธอจดจ่ออยู่กับหน้าที่ทั้งหมดเสียจนไม่มีชีวิตของตนเองมาเป็นเวลานานมาก และการได้พบกับคริสอีกครั้ง ทำให้เธอสงสัยถึงสิ่งที่เธอเคยเลือก"สก็อต เทอร์ร่า ผู้ซึ่งเดฟลินขนานนามว่า "การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่" รับบทลูกชายตัวน้อยของนายอำเภอพาร์กเกอร์ ซึ่งเป็นผู้นำความมีชีวิตชีวามาสู่หนังประเภทนี้ เขาฉลาดเกินวัย และมักมีคำตอบในสิ่งที่ผู้ใหญ่มองข้าม เอลคาเยมอธิบายว่า "ส่วนใหญ่เด็กจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีใครยอมเชื่อเขาจนกว่ามันสายเกินไปทุกที" "สก็อตรับมือกับบทพูดของศัพท์เทคนิควิทยาศาสตร์ยากๆ ที่เป็นชื่อของแมงมุมอย่างสบายๆ รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ที่เขาเป็นผู้แจกแจงในยามที่เหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ" เดฟลิน กล่าว "ความจริงเป็นบทของผู้ใหญ่ที่เขาใช้ความสามารถแสดงออกอย่างมีอารมณ์ขันและความเฉลียวฉลาด เขาเหลือเชื่อจริงๆ" ดาราตลกและนักแสดง ดัค อี. ดัค เป็นที่รู้จักดีจากนักแข่งเลื่อนชาวจาไมก้าในเรื่อง Cool Runnings และจากบทบาทในซีรี่ส์ยอดนิยมเรื่อง Cosby เข้ามารับบทฮาโรลด์ กริฟฟิธ พิธีกรวิทยุเพ้อเจ้อ ผู้กระจายข่าวทางคลื่นท้องถิ่นเกี่ยวกับแผนการไม่ดีของรัฐบาล และการบุกโลกของมนุษย์ต่างดาวอย่างไม่รู้จักจบสิ้น จากรถเทรลเลอร์ผุพังของเขาแถบชานเมือง ในความรู้สึกของชาวเมือง ฮาลานเป็นผู้ให้ความบันเทิงโดยแท้ ดังนั้นเมื่อเขาเริ่มประกาศข่าวอย่างบ้าคลั่ง ถึงการมาของแมงมุมยักษ์ จึงไม่มีใครสนใจเขาเท่าไรนัก ดัค รู้สึกชื่นชอบเนื้อเรื่อง เพราะ "สนุกดี" เขากล่าว "มีบางช่วงที่เครียดมาก แต่ความขบขันก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน" ดัคมีพื้นฐานมาจากการเดี่ยวไมโครโฟน จึงรู้สึกดีที่พบว่าทีมงานให้เขาเป็นผู้ถ่ายทอดตัวละครนี้ "ในฐานะผู้แสดง จะให้ดีที่สุดคุณต้องมีช่องว่างในการสร้างสรรค์ ภายในกรอบของสคริปท์ และเอลโลรีเป็นผู้กำกับซึ่งให้ความเคารพต่อกระบวนการนั้น" สการ์เล็ต โจฮานสัน เป็น แอชลีย์ พาร์กเกอร์ ลูกสาววัยทีนของแซม หนึ่งในฉากของเธอเป็นฉากสำคัญของหนังทีเดียว เมื่อทุกคนรู้ว่าพวกเขากำลังเผชิญกับอะไรอยู่ เธอถูกต้อนให้จนมุมในห้องนอนโดยแมงมุมยักษ์ และถูกตรึงกับผนังด้วยใยเหนียวหนึบ แม้ว่าเธอจะไม่รังเกียจแมงมุมในชีวิตประจำวันก็ตาม แต่โจฮานสันกล่าวอย่างร่าเริงถึงประสพการณ์ในจอว่า "การติดอยู่กับกาวนั้น เป็นเรื่องน่าขยะแขยงที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาในชีวิตการแสดง ทั้งเย็น เหนียวเหนอะ และแฉะไปหมด" เทอร์ร่า ผู้รับบทน้องชายของเธอในเรื่องเห็นด้วยอย่างยิ่ง เขากล่าวว่า "มันแย่มากๆ เหนียวติดไปซะทุกอย่าง ในรองเท้าผมยังมีอยู่เลย"เดฟลินยกความดีให้กับโจฮานสัน ในการเพิ่มเติมสิ่งสำคัญและความน่ารักเข้าไปในบทบาทตัวละครของเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะ "เมื่อเธอตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย คุณจะพลอยหัวใจกระตุกไปกับเธอด้วย สการ์เล็ตมีความสามารถทางการแสดงอย่างลึกล้ำ แต่ก็ยังยินดีที่จะเข้าฉากป่วนประสาทกับแมงมุม หาดาราแบบนี้ได้ไม่ง่ายนัก" โจฮานสัน เคยร่วมงานกับโรเบิร์ต เรดฟอร์ดมาก่อนในเรื่อง The Horse Whisperer, รู้สึกประทับใจมากกับการทำงานของแบบทีมเวิร์คของสามผู้สร้าง เอลคาเยม, เอ็มเมอริค และเดฟลิน ซึ่งเธอให้ความเห็นว่า "พวกเขาอยู่ร่วมกันในฉากและเสนอความคิดของแต่ละคนสำหรับซีนต่อๆ ไป บางคราวก็ต่างไปกันคนละทิศ แต่สิ่งที่น่าทึ่งก็คือไม่เคยขวางทางซึ่งกันและกันเลย" พ่อมดเอ็ฟเฟ็คต้องทำงานล่วงเวลา เพื่อสร้างความน่าขนลุก สเปเชียล เอ็ฟเฟ็ค ในหนังรุ่นเก่าซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของทีมสร้างนั้น มีความคล้ายคลึงที่น้อยมากเมื่อเทียบกับวิชวล เอ็ฟเฟ็คซึ่งใช้คอมพิวเตอร์สร้างในยุคปัจจุบัน สำหรับเดฟลิน และเอ็มเมอริค ผู้ช่วยในการขยายขอบเขตของเทคโนโลยีในการร่วมงานกันในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งยิ่งทำให้โปรเจ็คนี้สมบูรณ์มากขึ้น และการที่มีแมงมุมเป็นตัวเอกของเรื่อง ใน Eight Legged Freaks ทีมงานจึงเร่งมือในการเริ่มสร้างสรรค์พวกมันอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก คาเรน อี กูเลกาส ในตำแหน่งผู้ควบคุมวิชวล เอ็ฟเฟ็ค และเคยร่วมงานภาพยนต์ เรื่อง Godzilla ซึ่งผ่านผลงานมีชื่อเสียงอย่าง True Lies, Apollo 13, Terminator 2 และโดยบังเอิญ จากเรื่อง Spider-Man และยังเคยได้รับรางวัล BAFTA Award จากผลงานในเรื่อง The Fifth Element รวมทั้งรางวัล Saturn Award จาก Godzilla ทีมงานได้ร่วมงานอีกครั้งกับ โทมัส ดาดราส ผู้ควบคุมวิชวล เอ็ฟเฟ็ค (Starship Troopers, Deep Blue Sea) และผู้อำนวยการด้านวิชวล เอ็ฟเฟ็ค ดรู แมคคีน (Armageddon, End of Days) ซึ่งเพิ่งทำงานร่วมทีมวิชวลประทับใจกับ The Patriot ทั้งหมดร่วมกันควบคุมทีมงานซึ่งประกอบด้วยศิลปินและเจ้าหน้าที่แอนนิเมชั่นผู้เชี่ยวชาญราว 70 คน ในการสร้างชีวิตให้สัตว์แปดขาที่น่ากลัว โดยดาดราส และแมคคีน ดูแลด้านพรี-โปรดักชั่น และ กูเลกาสดูแลหลังจากการถ่ายทำอีกหกเดือนหลัง เอ็มเมอริคจำได้ว่า ดาดราส และแมคคีนไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่น้อย ในการต้องมีส่วนร่วมกับโปรเจ็ค พวกเขาตะครุบโอกาสอันท้าทายโดยทันทีและเริ่มงานก่อนการถ่ายทำถึงเจ็ดเดือน "ทันทีทันใด" เขากล่าวด้วยเสียงหัวเราะ "พวกเขาวิ่งเข้าวิ่งออกร้านขายของเพื่อหาซื้อแมงมุมมาศึกษา" เอ็มเมอริค ซึ่งยอมรับว่ากลัวแมงมุมกล่าวว่าเขารู้สึกขาสั่นทุกครั้งเวลาไปเยี่ยมเยียนทีมงานเอ็ฟเฟ็คเพื่อดูความคืบหน้า "ผมมักจะแวะไปดูพวกเขาทำงานด้านเอ็ฟเฟ็ค และแถวนั้นก็จะเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์แมงมุม" การวิจัยเป็นไปอย่างละเอียดถี่ถ้วน เจ้าหน้าที่แอนนิเมชั่นจะใช้เวลาดูสารคดีกว่าร้อยชั่วโมงเกี่ยวกับแมงมุม เพื่อทำความเข้าใจอย่างถูกต้องในพฤติกรรมของชีวิตสัตว์ชนิดนี้ รวมทั้งลักษณะเฉพาะตัวของพวกมัน ในภาพยนต์มีแมงมุมห้าพันธุ์ด้วยกัน แต่ละพันธุ์จะมีวิธีการล่าเหยื่อและมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน อย่างที่โทมัส ดาดราส จำแนกไว้ว่า "เรามีแมงมุมกระโดด ซึ่งเคลื่อนไหวเร็วที่สุดบนจอ, แมงมุมกับดัก ซึ่งจะโผล่ขึ้นมาอย่างฉับพลัน แล้วลากเหยื่อลงไปใต้ดิน, แมงมุมชักใย ซึ่งจะมัดเหยื่อด้วยสายใยที่เหนียวมาก, แมงมุมทารันทูล่า ซึ่งเหมือนรถถัง, และ แมงมุมห่อหุ้ม ซึ่งชักใยมัดทุกอย่างจนเป็นมัมมี่ มันเป็นแมงมุมห่อหุ้มตัวเมีย ซึ่งเป็นตัวร้ายของเรื่อง ในการปกป้องรังยักษ์ใต้ดินซึ่งเต็มไปด้วยลูกแมงมุมกำลังฟักตัว นั่นคือตัวที่ดุร้ายที่สุด "แมงมุมแต่ละอย่างมีท่าเดินของตนเอง" ดาดราสกล่าว เน้นถึงความละเอียดของทีมงานในเรื่องของความเป็นธรรมชาติ "พวกทารันทูล่าจะตัวใหญ่ และหนัก ดังนั้นมันจึงเดินแตกต่างจากแมงมุมชักใยซึ่งตัวเบาและว่องไวกว่า" โดยการใช้ซอฟท์แวร์ซึ่งได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับงานนี้ ทีมเอ็ฟเฟ็คได้สร้างโลกขึ้นมาในคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยกล้องดิจิตอล ไฟ และแบบจำลองแมงมุม ดาดราส อธิบายว่า "เราสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ 3 มิติ ของศูนย์การค้าและถนนสายหลักของเมือง เพื่อให้เห็นภาพแมงมุมเคลื่อนไหวและปีนป่ายตึกรามบ้านช่อง เพื่อเป็นการอ้างอิง ว่าภาพควรออกมาเป็นอย่างไร" เพื่อให้ได้ภาพที่ถูกสัดส่วน จึงมีการถ่ายภาพทีมงานกับสิ่งของต่างๆ อาทิเช่น จักรยาน รถ และรถบรรทุก หลังจากนั้นจึงใช้รูปภาพและสิ่งของเหล่านั้นเป็นตัวชี้นำ เจ้าหน้าที่แอนนิเมชั่นจะวางภาพแมงมุมไว้ในมุมที่หลากหลาย จนกว่าจะพบขนาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละตัวในแต่ละฉาก(ยังมีต่อ) -ศน-