สำนักการจราจรและขนส่งกทม.เผยความคืบหน้าโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส

กรุงเทพฯ--2 ก.ค.--กทม. เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.45) เวลา 11.30 น. ที่ศาลาว่าการกทม. นายประพนธ์ วงศ์วิเชียร ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง พร้อมด้วย นายนพดล เหลืองดิลก นายสุรินทร์ อัศวมั่นคง รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง ร่วมแถลงข่าว จันทร์ละหน คนกับข่าว เรื่อง โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส , โครงการเร่งรัดมาตรการเสริมความ ปลอดภัยด้านการจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กล่าวว่า โครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส ขณะนี้สำนักการจราจรขนส่งได้เสนอแนวทางการดำเนินงานรูปแบบใหม่ที่จะให้เอกชนและรัฐบาลร่วมลงทุนด้วยกัน แทนการให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด 100 % ทั้งนี้ กทม.จะเสนอขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในอัตราส่วน 65:35 โดยส่วนต่อขยายที่จะดำเนินการมี 2 เส้นทางคือ 1. ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ความยาวประมาณ 8.9 กม.มูลค่าการลงทุนประมาณ 8,400 ล้านบาท และ 2. ส่วนต่อขยาย สายสีลม ความยาวประมาณ 1,120 ล้านบาท ซึ่งจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีผ่านกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ จากการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น พบว่าการขยายเส้นทางระบบขนส่งมวลชนฯ จากอ่อนนุชไปสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่สั้นและใช้งบประมาณการก่อสร้างน้อยที่สุด ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กล่าวต่อไปว่า สำหรับ โครงการเร่งรัดมาตรการเสริมความปลอดภัยด้านการจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัยและได้รับความสะดวกในการเดินทางมากขึ้นนั้น ได้เสริมมาตรการบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นการป้องกันและลดความรุนแรงของอุบัติเหตุโดยดำเนินมาตรการ 2 ด้าน คือ ด้านการศึกษาและรณรงค์วินัยจราจร ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ ภายใต้โครงการสวนจราจรเยาวชนเคลื่อนที่ให้กับนักเรียน โรงเรียนสังกัดกทม. 431 โรงเรียน โดยทำการอบรม 12 รุ่น ตั้งแต่เดือนมิ.ย.-ส.ค.2545 พร้อมกับจัดอบรมวินัยจราจรแก่พนักงานขับ รถยนต์ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 รุ่น ประมาณ 7,000 คน ในเดือนส.ค.45 โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อให้ความรู้และสร้างเสริม จิตสำนึก ความมีระเบียบวินัย มีน้ำใจและเอื้ออาทรในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ด้านวิศวกรรมจราจร โดยดำเนินการแก้ไขพื้นที่ที่เป็นจุดอันตราย ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อาทิ บริเวณทางโค้งอันตราย ด้วยการติดตั้งการ์ดเรล พร้อมตีเส้นชะลอความเร็ว ติดตั้งป้ายเตือนต่าง ๆ ติดตั้งคันชะลอความเร็วในตรอกซอยที่คับแคบไม่มีทางเท้าหรือไหล่ทางและเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนผู้เดินทางเท้าบ่อย ๆ เพื่อกำจัดความเร็วรถ สำหรับในปีงบประมาณ 2545 สำนักการจราจรและขนส่งได้ดำเนินการติดตั้งคันชะลอความเร็วไปแล้ว 77 ซอย ติดตั้งหมุดสะท้อนแสงบนผิวการจราจรไปแล้ว 1,700 จุด ติดตั้งหมุดสะท้อนแสงบริเวณเกาะกลางถนนไปแล้ว 5,720 จุด แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ซึ่งสำนักการจราจรและขนส่งได้ขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมต่อไป ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กล่าวด้วยว่า สำนักการจราจรและขนส่งได้ริมเริ่ม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร โดยการทดลองติดตั้งนาฬิกาดิจิตอลซึ่งทำงานตามเครื่องควบคุมสัญญาณไฟอัตโนมัติ นาฬิกานี้จะนับเป็นระบบ COUNT DOWN หากสัญญาณไฟจราจรถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ นาฬิกาดิจิตอลจะนับเวลาการทำงานของสัญญาณไฟจราจรแบบ COUNT UP ทั้งนี้กรุงเทพมหานครจะใช้งบประมาณ 90 ล้านบาทในการดำเนินการติดตั้งเครื่องควบคุมสัญญาณไฟอัตโนมัติให้ครบทุกแยกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้สำนักการจราจรและขนส่งยังได้ดำเนินการปรับปรุงป้ายเครื่องหมายจราจรต่าง ๆ อาทิ จัดเก็บซ่อมแซมป้ายเก่าที่ชำรุดและติดตั้งป้ายใหม่เพิ่ม โดยได้ดำเนินการติดตั้งไปแล้ว 6,586 ป้าย สำรวจและติดตั้งป้ายแนะนำเส้นทางลัดทั่วพื้นที่กทม. จำนวน 263 เส้นทาง โดยจัดทำป้ายเพิ่ม 5,502 ป้าย จัดทำแผนที่แนะนำเส้นทางลัดแจกจ่ายประชาชนเป็นคู่มือประจำรถ ติดตั้งป้ายบังคับหยุดทั่วพื้นที่กทม. จำนวน 621 ทางแยก และจะจัดทำเครื่องหมายจราจรบนผิวถนนทั่วพื้นที่กทม. ประมาณ 172,360 ตารางเมตร อนึ่ง สำนักการจราจรและขนส่งได้รับการสนับสนุนจากคณะ กรรมาธิการยุโรปสถาบันภูมิศาสตร์แห่งชาติของฝรั่งเศส และมหาวิทยาลัยลีจส์ ของประเทศเบลเยี่ยมทำการศึกษาและจัดระบบ แนะนำเส้นทางด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำการศึกษาโครงการนำร่องในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์และบริเวณโดยรอบ ประมาณ 25 ตารางกิโลเมตร ซึ่งโครงการดังกล่าวจะทำให้ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะสามารถจะเดินทางไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น--จบ-- -นห-

ข่าว ระบบขนส่งมวลชน ล่าสุด