สรุปข่าวผลงานเนทเทคในรอบ 4 ปี

กรุงเทพฯ-1 ก.ค.--เนทเทค มองหลัง – เนคเทคปี 41-45 I การวิจัยและพัฒนา พันธกิจหลักของ เนคเทค คือ การวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับเทคโนโลยีของประเทศ มีทั้งส่วนที่ทำเองและสนับสนุนให้ผู้อื่นวิจัย รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี ECTI (อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศ) ตลอดจนดำเนินการส่งเสริมการพั ฒนาและวิศวกรรมด้านผลิตภ ัณฑ์ที่จะมีศักยภาพเพื่อส่งให้กับภาคเอกชนในการนำไปผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ต่อไป เป้าหมายของการวิจัยและพัฒนา คือ การสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ และ/หร ือการวิจัยและพัฒนาที่ก่อให้เกิดผลตามความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์และผู้ประกอบการ โดยทั้งนี้เนคเทคทำหน้าที่เป็นคนกลาง ที่รับทราบความต้องการของภาคเอกชนผู้ซึ่งจะมีโอกาสนำผลงานวิจัยไปผลิต นอกจากนี้ เนคเทคจำเป็นจะต้องดำเนินการวิจัยและพัฒนาในลักษณะคล้ายกับมหาวิทยาลัยแต่เน้นงาน การวิจัยประยุกต์จัย ในเวลาเดียวกัน เนคเทคได้มีการให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัย ให้มีโอกาสสร้าง งานวิจัยพื้นฐานเนคควบคู่ไปกับ้นการสร้างบัณฑิตานเนค และสนับสนุนให้เกิดนักวิจัยรุ่นใหม่ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เนคเทคจำเป็นจะต้องสร้ างนักวิจัยและกระตุ้นให้มีการคิดค้นอยู่ตลอดเวลาว่าจะวิจั ยเรื่องอะไรเพื่อเป็นการสนับสนุนและเพิ่มความเข้มแข็งของภาคเอกชนและของประเทศต่อไป หลักการของการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการนี้ เป็นที่ชัดเจนตลอดมาตั้งแต่การก่อตั้ง เนคเทค จนถึงปัจจุบัน กลไกแห่งความร่วมมือที่เนคเทคดำเนินการอยู่ในช่วงตลอด 4 ปีนี้ คือ การพัฒนาองสร้ เวทีอุตสาหกรรม (Industry Forum) ด้านต่างๆ ที่จะช่วยสื่อสารแบบสองทางระหว่าง เนคเทคกับภาคเอกชน กล่าวคือ เป็นการแจ้งแผน งานวิจัยและผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการวิจัยต่างๆของเนคเทคให้เอกชนทราบล่วงหน้า และในเวลาเดียวกัน ก็เป็นการช่วยให้นักวิจัยของเนคเทคได้รับทราบความต้องการด้านเทคโนโลยีของ ภาคเอกชนเพื่อให้พิจารณาว่ารัฐจะส่งเสริมให้กลุ่มอุตสาหกรรมเข้มแข็งขึ้นได้อย่างไร กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆที่ได้เข้าร่วมในเวทีนี้ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม กลุ่มผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มการออกแบบไอซี กลุ่มระบบสมองกลฝังตัว (embedded systems) กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในสาขาต่างๆเช่น การท่องเที่ยว ศิลปหัตถกรรม สินค้าการเกษตร อุตสาหกรรมเหล็ก ฯลฯ นอกจากเวทีอุตสาหกรรมแล้ว เนคเทคได้ริเริ่ม เวทีเทคโนโลยี (Technology Forum) เพื่อจัดให้มีการเสวนากันในเรื่องหัวข้อการวิจัยต่างๆ จากมุมมองของนักวิจัยและผู้รับทุนวิจัย ซึ่งจะช่วยให้ เนคเทคได้รับข้อม ูลเพื่อใช้ในการจัดรูปแบบการให้ทุนอุดหนุนการวิจัยแก่สถาบันอุดมศึกษาและส่วนราชการ รวมไปจนถึงภาคเอกชนได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ หัวข้อทางวิชาการได้ครอบคลุมถึงงานวิจัยเพื่ออนาคต เช่น ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ แสง ระบบสื่อสารไร้สาย IMT 2000 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมชีวการแพทย์ การคำนวณแบบกริด สำหรับกลุ่มที่กำลังจัดตั้งขึ้น คือ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ฟ นอกจากนี้ในสาขาอุตสาหกรรมที่กำลังอยู่ในความสนใจอย่างสูงในขณะนี้นั้น เนคเทคได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และได้นำผลการศึกษาเสนอต่อคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศห่างชาติ ( NITC) จนเกิดเป็นโครงการจัดตั้งหน่วยงานเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (Software Park) ขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาตลาด และมาตรฐานเพื่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย โดย Software Park ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานภายใต้ สวทช. ในปี พ.ศ.2542 นับตั้งแต่ ปี 2545 เนคเทคได้จัดเวทีอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกเพื่อให้ภาคเอกชนและสถาบันวิจัยต่างๆ ได้เห็นและให้คำแนะนำแก่เนคเทค ในการดำเนินโครงการวิจัยของเนคเทค ก่อนการอนุมัติให้ดำเนินโครงการในปีงบประมาณ ซึ่งคาดว่า เนคเทคคงจะได้มีการดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปเพื่อปีงบประมาณ 2546 เช่นกันัย สรุปผลงานวิจัย ECTI ผลงานด้านการวิจัยและพัฒนาด้านอิเล็กทรอนิกส์ เนคเทคได้มีการดำเนินการวิจัยและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ เทคโนโลยีการออกแบบวงจรรวม ทั้งชนิดอนาล็อกและดิจิตอลผสม เ ทคโนโลยีด้านการควบคุมและขับเคลื่อนมอเตอร์อุตสาหกรรมทั้งชนิดกระแสตรงและกระแสสลับ เทคโนโลยีอุปกรณ์ตรวจวัด (Sensor) และหน่วยแสดงผล เทคโนโลยีการควบคุมการเคลื่อนที่สำหรับเครื่องจักรกลอัตโนมัติ และเทคโนโลยี embedded TCP/IP สำหรับผลงานด้านการผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ได้แก่ ชิพ DPLL (Digital phase-locked loop) ซึ่งใช้การในการทำ CPU, ชิพ BMC (Burst-Mode Controller) ใช้ในระบบโทรคมนาคมไร้สาย เครื่องตรวจวัดหาโรคฉี่หนู ระบบควบคุมเครื่องเย็บรองเท้าอัตโนมัติ (ซึ่งมีการนำไปผลิตแล้ว) และระบบควบคุมเครื่องเจียรนัยอัตโนมัติ ผลงานด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโทรคมนาคม เป็นผลงานที่ประชาชนมองไม่เห็นโดยตรง เพราะส่วนใหญ่เนคเทคดำเนินการผ่านผู้ผลิตของไทย ที่เป็นรายการสำคัญ มีทั้งสิ้น 5 ด้าน ได้แก่ (1) งานด้าน Wireless Local Loop ได้พัฒนาระบบ Wireless fixed terminal สำหรับใช้กับโทรศัพท์บ้านในชานเมือง ( TA) และใช้กับโครงการโทรศัพท์ทางไกลชนบทของทศท. ขณะนี้กำลังก้าวไปสู่การพัฒนาเป็น Cell station (2) การพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมระบบการสื่อสารที่หอบังคับการบินของบริษัทวิทยุการบิน ปัจจุบันได้มีการใช้งานจริงที่ศูนย์ควบคุมการบินทุ่งมหาเมฆ โดยเป็นระบบสำรองและเปิดใช้งานเป็นประจำทุกวันศุกร์ (3) โครงการพัฒนาระบบสื่อสารสำหรับเครือข่ายสื่อสารวิทยุชายฝั่งของกองทัพเรือ (4) ความร่วมมือกับบริษัทเอกชนพัฒนาระบบสื่อสาร ISDN ให้กับตู้สาขา ของผู้ประกอบการไทย ปัจจุบันนี้ระบบสื่อสาร ISDN ได้มีการใช้งานจริง ที่ อาคารเนคเทค ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ และ (5) การพัฒนาแผงว งจรหลักของโทรศัพท์สาธ ารณะเพื่อใช้เป็นอะไหล่ทดแทนของต่างประเทศที่ชำรุดบ่อยและราคาแพงกว่าที่ผลิตเองมาก ผลงานด้านการวิจัยและพัฒนาสาขาสารสนเทศ และเทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ เนคเทคดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาสารสนเทศดังนี้ คือ (1) ด้านซอฟต์แวร์พื้นฐานและทั่วไป ได้แก่ การพัฒนาระบบปฏิบัติการลินุกซ์ เช่น พัฒนาลินุกซ์ทะเล ออฟฟิศทะเล และซอฟต์แวร์สนับสนุนประเภทโอเพนซอร์สอื่นๆ และโปรแกรมสำนักงานให้สามารถทำงานภาษาไทยได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมีแผนจัดทำ Linux Call Center ในอนาคตอันใกล้นี้ (2) ด้านเทคโนโลยีเสียงพูด ได้แก่ การจัดทำฐานข้อมูลเสียงภาษาไทย ระบบสังเคราะห์เสียงพูดภาษาไทย โดยได้มีจัดทำแล้ว 2 รุ่น (ซึ่งในรุ่นที่ 2 ได้รับรางวัลชมเชย การประดิษฐ์คิดค้นปี 2545 จากสภาวิจัยแห่งชาติ) นอกจากนี้ยังได้จัดทำระบบรู้จำเสียงพูดภาษาไทยระบบระบุผู้พูดสำหรับภาษาไทย และระบบอ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (3) ด้านเทคโนโลยีภาพ ได้แก่ การจัดทำ ซอฟต์แวร์อ่านไทย (ปัจจุบัน เวอร์ชัน 3.0) ระบบรู้จำลายมือ โปรแกรมอ่านรหัสบาร์โค้ดซอฟต์แวร์โอซีเอ็กซ์ตรวจจับเครื่องหมาย ฐานข้อมูลภาพเอกสารภาษาไทย และฐานข้อมูลตัวอักษรลายมือเขียนแบบออนไลน์และออฟไลน์ (4) ด้านเทคโนโลยีข้อความ ได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลที่กำกับหน้าที่ของคำ (Orchid Corpus) ฐานข้อมูลพจนานุกรมที่สร้างจากคลังข้อความ (LEXiTRON) ระบบแปลภาษาอังกฤษ-ไทยบนอินเทอร์เน็ต (Prasit) ระบบค้นคืนข้อมูล (SanSarn) ระบบช่วยพิมพ์ (EZ Key) และระบบอินพุตภาษาไทยบนโทรศัพท์มือถือ (Smart-Q) (5) การดำเนินงานวิจัยด้านซอฟต์แวร์สนับสนุน ได้มีการดำเนินการจัดทำ ชุดฟอนต์แห่งชาติ โปรแกรมตัดคำและ ตัดประโยคภาษาไทย โปรแกรมเรียงลำดับคำไทย ระบบเครือข่ายพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน โปรแกรมคัดไทย โปรแกรมเขียนไทย ฐานข้อมูลกฎหมายสิ่งแวดล้อม และโปรแกรมภาษีอากรไทย สำหรับการดำเนินงานทางด้านเทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่นั้น เนคเทคได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ โดยเป็นการจัดเก็บข้อมูลอย่างมีระบบ และการประมวลผลข้อมูลอย่างฉลาด ซึ่งประกอบด้วย การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การจัดการข้อมูล ข่าวสาร และความรู้ ระบบกำกับความข้อมูล และระบบข้อมูลและซอฟต์แวร์สำหรับข้อมูล Bioinfomatics นอกจากนี้เนคเทคยังได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก อาทิ ได้มีความร่วมมือกับ The Communication Research Laboratory ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการประมวลภาษาธรรมชาติ และเพื่อพัฒนาและรวบรวมทรัพยากรทางภาษาศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆภายในประเทศ อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานด้านการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เนคเทคให้การสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาแก่ภาครัฐและภาคเอกชนในด้าน ECTI โดยโครงการวิจัยที่ให้การสนับสนุนนั้น เป็นผล จากการระดมความคิดและการเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542- ปัจจุบัน ได้มีการสนับสนุนโครงการเป็นจำนวน มากกว่า 120 โครงการ และเป็นการสนับสนุนโครงการขนาดเล็กประมาณ 1,400 โครงการ โดยมีงบประมาณส่วนอุดหนุนการวิจัย ประมาณปีละ 100 บาท และโครงการจัดกิจกรรมสนับสนุนงบประมาณปีละ 50 ล้านบาท ผลงานด้านการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ เนคเทคได้มีการสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถทางการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยี ECTI แก่เยาวชนและครูอาจารย์ โดยจัดให้มีโครงการการแข่งขันการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย โครงการการประกวดโครงงานทางวิทยาการคอมพิวเตอร์สำหรับนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมศาสตร์ โครงการ NECTEC-eCamp เพื่อพัฒนานักอิเล็กทรอนิกส์รุ่นเยาว์และโครงการพัฒนาภาษาจาวาแก่อาจารย์ผู้สอน เป็นต้น ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ พ.ศ. 2542-2545 เนคเทคได้มีสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยี ECTI แก่นักเรียน นักศึกษากว่า 3,500 คน โดยมีอาจารย์ที่เข้าร่วม ไม่น้อยกว่า 800 คน ผลงานด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีม เนคเทคได้ดำเนินงานด้านการฝึกอบรมด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนสนั บสนุนการพัฒนาด้านหลักสูตรและรูปแบบการฝึกอบรมด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเท ศรวมทั้งได้มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพทางเทคโ นโลยีของบุคลากรให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานและความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เช่น การพัฒนาหลักสูตรและสื่อการสอนทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย การจัดตั้งและดำเนินการศูนย์สอบมาตรฐาน Prometric การอบรมผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) การพัฒนาหลักสูตร ( course ware) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการร่วมมือในลักษณะเครือข่ายของสถาบันฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วประเทศเป็นต้น ในช่วง พ.ศ. 2542-2545 ได้จัดก ารอบรมบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศไปแล้วมากกว่า 90,000 คน สำหรับงานด้านการพัฒนานักวิชาชีพไอที เนคเทคได้มีร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนสมาคมวิชาชีพต่างๆด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยดำเนินการ พัฒนาการจัดสอบมาตรฐานวิชาชีพไอทีด้านต่างๆของประเทศไทยให้เทียบเท่ากับมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับและพัฒนาทักษะด้านไอทีแก่บุคลากรของประเทศ การดำเนินงานของเนคเทคในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ได้จัดสอบมาตรฐานวิช าชีพไอทีไปแล้วจำนวน 2 ครั้งและได้พ ัฒนาข้อสอบมาตรฐานด้านไอทีให้เป็นที่ยอมรับเทียบได้กับมาตรฐานไอทีของประเทศญี่ปุ่น เนคเทค เป็นองค์กรที่มีพลวัตรสูงกว่าองค์กรของรัฐในประเทศไทยอื่นๆ ทั้งนี้เนื่องจากสองสาเหตุที่มาประจวบกัน สาเหตุแรก คือการดำเนินงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งมีวิธีการและนโยบาย สนับสนุนให้ศูนย์แห่งชาติ เช่น เนคเทคได้ทำงานในลักษณะที่คล้ายเอกชน คือมีความรวดเร็ว ไม่ยึดติดกับกฎระเบียบที่รัดตัว ทำให้สามารถทำงานสนองความต้องการเร่งด่วนของรัฐบาลได้ดีสาเหตุที่สอง คือในยุคโลกาภิวัตร กิจกรรมด้านต่างๆ ไม่ว่าโทรคมนาคม การค้าระหว่างประเทศเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม และด้านกฎหมายและระบบยุติธรรม ล้วนมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมาก และเพิ่มขึ้นโดยตลอด ภารกิจที่เกี่ยวข้องกับงานต่างๆเหล่านี้ รวมไปถึงการออกนโยบายสาธารณะมาเกี่ยวข้อง ล้วนมีความเกี่ยวโยงมาที่ศูนย์ฯทั้งสิ้น เนคเทคจึงต้องเพิ่มกำลังคนมารองรับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาล และความร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้น II นโยบายและโครงสร้างพื้นฐาน พันธกิจที่สองด้านนโยบายสาธารณะ (นโยบาย ICT) เป็นหน้าที่ของ เนคเทค ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. 2535 ซึ่งได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้งให้ทันสมัย ตามระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (NITC) มีอำนาจหน้าที่เสนอแนะนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่อรัฐบาล องค์ประกอบของคณะกรรมการนี้ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงหลายกระทรวงที่เกี่ยวกับงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นกรรมการ โดยมีผู้อำนวยการเนคเทคเป็นกรรมการและเลขานุการดังนั้น จึงถือได้ว่าภารกิจที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการนี้เป็นภารกิ จที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการวิจัยและการพัฒนาด้าน ECTI ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น ในช่วงเวลาที่ผ่านมา คณะกรรมการ NITC ได้ผลักดันการออกกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศได้สำเร็จ2 ฉบับ โดยผ่านรัฐสภาออกมารวมกันเป็นฉบับเดียว คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 นอกจากนี้ได้มีการจัดทำ ร ่างพระรา ชบัญญัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศแห่งชาติซึ่งขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของ ครม.ไปแล้ว และกำลังเตรียมเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป ส่วนอีกสองฉบับที่ดำเนินการยกร่างเสร็จแล้วและได้ผ่านการพิจารณาของ NITC แล้ว คือ ร่างพระราช บัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและพระราชบัญญัติอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอเข้าสู่การพิจารณาของครม.ต่อไปก ในภาวะแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างจะรวดเร็ว การนำเสนอสถานภาพด้าน ICT ของไทยที่ถูกต้องและแม่นยำ เป็นสิ่งที่จำเป็นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทั่วไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ผ่านมานั้น เนคเทคได้ดำเนินการเสนอสถานภาพดังกล่าวได้อย่างน่าพอใจ ดังจะเห็นได้จากการที่มีรายงานหลายฉบับ ได้อ้างถึงข้อเขียนหรือรายงานของ เนคเทค ในทางที่เป็นบวกต่อประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการและผู้ลงทุนจากต่างประเทศ เนค เทคสนับสนุนและผลักดันการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำด้านความรู้และเครื่องมือประจำสำนักงานของรัฐ ต่อมาได้มีนโยบายให้มีตำแหน่งผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง หรือ Chief Information Officer (CIO) ในทุกหน่วยงานพร้อมกับมีการกำหนดให้พัฒนา CIO โดยการฝึกอบรมและสัมมนา และเมื่อต้นปี 2544 NITC ได้เห็นชอบกับการเริ่มโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ขึ้น เพ ื่อผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศให้คุ้มค่ากับการลงทุนมากขึ้น โครงการนี้ได้มีผู้ร่วมสนับสนุนโครงการจากกลุ่มงานหลัก อันประกอบด้วย สำนักงบประมาณ สำนักงาน กพ. สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขณะนี้ เนคเทคได้ร่วมมือ กับหน่วยงานภาคร ัฐที่ประสงค์จะทำโครงการนำร่องและโครงการตัวอย่างนำของโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประกอบด้วย กรมสรรพากร กรมทะเบียนการค้า สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงาน BOI สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และธนาคารแห่งประเทศไทย ในการสร้างณะโครงสร้างพื้นฐานร่วมสำหรับภาครัฐ นั้น สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) ได้ประสบความสำเร็จในการจัดทำบริการเครือข่ายทั่วประเทศสำหรับส่วนราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อพ.ศ. 2541 เพื่อช่วยให้ภาครัฐมีเครือข่ายข้อมูลข้อสนเทศที่มั่นคง และมีความเร็วสูง ซึ่งส่งผ ลให้ทุกหน ่วยงานสามารถใช้บริการเพื่อสื่อสารทั่วประเทศได้โดยไม่ต้องลงทุนเองในด้านเครือข่าย นอกจากนั้น สบทร.ได้สร้าง ส่วนบริการกลางที่ทุกหน่วยราชการสามารถใช้ร่วมกันได้ไนลักษณะ ASP (Application Service Provider) เพื่อพัฒนาด้าน “Softside ” ตามนโยบายของอดีตประธาน NITC (นายสุวิทย์ คุณกิตติ) เช่น ระบบเก็บทะเบียนนามสงเคราะห์กลาง (g-Directory) ระบบการตรวจวัดการใช้บริการเว็บ (Truehits) ระบบการแลกเปลี่ยนข่าวกลาง (thaiSarn.Com) ประตูเข้าสู่บริการ e-Citizen (thaigov.net) และบริการลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ราชการ (Certificate Service Provider) นอกจากนี้ สบทร.ได้กำลังดำเนินการจัดทำร่างมาตรฐานการจัดทำระบบ IT Office ของราชการ สำหรับให้หน่วยงานทั่วไปใช้อ้างอิง และสามารถว่าจ้างเอกชนพัฒนาระบบได้อย่างมีคุณภาพ ปัจจุบันเนคเทคเป็นผู้แทนประเทศไ ทยในเวทีอาเซียนเพื่อการพัฒนาร่างมาตรฐานการทำงานร่วมระหว่างระบบสารสนเทศราชการไทย (e-Government Interoperability Guide) ซึ่งการดำเนินการใกล้จะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ้ว หรือ National Information Infrastructure เป็นประเด็นสำคัญสุดท้ายที่ควรกล่าวถึง สืบเนื่องจากประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นอย่างมากและเมื่อโอกาสใหม่ที่เกิดจาการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศด้านเกิดขึ้น คนที่ยากจนกว่ าหรืออยู่ในชนบทมักจะเสียเปรียบในการเข้าถึงข้อมูลข้อสนเทศเพื่อไปสู่โอกาสใหม่นั้น เพื่อแก้ปัญหา Digital divide เนคเทคได้ดำเนินการดังนี้ (1) จัดทำโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทยขึ้น เพื่อช่วยให้ครูและนักเรียนในชนบท สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ในราคาเท่ากับคนกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ในอัตราทางไกล (2) พัฒนาระบบแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย เพื่อช่วยให้คนที่ด้อยทางด้านภาษาอังกฤษได้สามารถอ่านข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ (3) สนับสนุนการใช้ ICT เพื่อคนพิการ เพื่อช่วยให้คนพิการสามารถช่วยตนเองได้ โดยจัดได้ว่าโครงการ นี้เป็นผลโดยตรงจากโครงการเทคโนโ,ยีสารสนเทศตามรพะราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเริ่มการวิจัยด้านนี้มาก่อน (5) เนคเทคได้จัดทำโครงการ “คอมพิวเตอร์ไทย คุณภาพเนคเทค” ขึ้นเพื่อช่วยให้คนไทยมีทางเลือกใหม่ที่ชัดเจน โดยสามารถซื้อคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพดี ที่ผลิตในประเทศไทยได้ในราคาประหยัด (ในปัจจุบันสามารถผลิตและจำหน่ายภายในประเทศเป็นจำนวนประมาณ 60,000 เครื่อง ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ใช้ในประเทศเป็นอย่างดี) (6) ได้ร่วมกับภาคเอกชนเผยแพร่ซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ โดยใช้ Opensource Software ที่มีคุณภาพสูง แต่ใช้ได้ฟรี โดยเนคเทคทำหน้าที่พัฒนาให้ใช้ภาษาไทยกับโปรแกรมเหล่านั้นด้วย ประเทศไทยนับว่าโชคดี ที่มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ด้าน ICT กล่าวคือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พตท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้สละเวลาของท่านในการทำหน้าที่ประธาน NITC ด้วยตนเอง และได้เร่งรัดการดำเนินงานด้านการพัฒนา ICT ของประเทศไทย ในหลายด้าน และให้มีผลในทางปฏิบัติวอย่างเช่น มาตรการเร่งด่วนในการสกัดแหล่งต้นตอของเนื้อหาอินเทอร์เน็ตที่ผิดกฎหมาย การเร่งรัดให้ลดราคาค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ต การนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปสู่ระดับชุมชน การพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ การจัดทำเครือข่ายข้อมูลการเกษตร และการจัดทำซอฟต์แวร์ราคาประหยัดให้แก่ SMEs ซึ่งขณะนี้หลายๆโครงการได้เกิดความร่วมมือระหว่างเนคเทคกับหน่วยงานต่างๆ จำนวนมากอย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมจะนำเสนอแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป--จบ-- -อน-

ข่าว สถาบันฝึกอบรมด้าน ล่าสุด