(ต่อ2) Windtalkers Production Notes (คุณจะเสียสละเพื่อประเทศชาติได้มากแค่ไหน?)

กรุงเทพฯ--25 มิ.ย.--Twentieth Century Fox รัฟโฟโล มีบ้านอยู่ที่นิวยอร์ค ซิตี้ ไบรอัน แวน โฮลท์ (แฮริแกน) ล่าสุดเพิ่งแสดงกับโจช ฮาร์เน็ท ในหนังของริดลีย์ สก็อต เรื่อง Black Hawk Down และเพิ่งเสร็จจากการถ่ายทำหนังทหารระทึกขวัญของจอห์น แมคเทียแมน เรื่อง Basic, ซึ่งแสดงร่วมกับ จอห์น ทราโวต้า และ แซมมวล แอล แจ็คสัน แวน โฮลท์ อยู่ระหว่างการถ่ายทำเรื่อง Confidence ของเจมส์ โฟลีย์ สำหรับ Lions Gate เรื่องนี้เขาแสดงกับเอ็ดเวิร์ด เบิร์นส, ราเชล ไวซ์ ปละดัสติน ฮอฟแมน เป็นชาวอิลลินอยส์โดยกำเนิด จบการศึกษาจาก UCLA แวน โฮลท์ใช้ชีวิตวัยเด็กส่วนใหญ่ทุ่มเทให้กับกีฬา เริ่มเข้าสู่วงการแสดงตอนวัยรุ่น ในการแสดงละครเวทีที่ Zephyr Theater ในลอส แอนเจลิส มีแววไปได้ดี หลังจากจบการศึกษาทางด้านสังคมศาสตร์จากระดับวิทยาลัย เขาจึงหันมาสู้อาชีพการแสดงที่ประสบความสำเร็จอย่างเต็มตัว ผลงานภาพยนต์เรื่องแรกของเขา เป็นหนังโรแมนติคคอมเมดี้เรื่อง Whipped แวน โฮลท์สวมหลากหลายบทบาท และท้าทายตัวเองเพื่อขยายและขัดเกลาความสามารถ เขาแสดงให้ CBS ในซีรี่ส์ตลกเรื่อง Love and Money และเป็นแขกรับเชิญให้ HBO ใน Sex in the City (รับบทเบี่ยงเบนกับสตรีเพศ เจ้าของเครื่องรางรูปนิ้ว), เรื่อง Late Night with Al Franken (รับบท Head of the Christian Coalition), Homicide (รับบทโฮโมเซกชวล), และ Spin City (ซึ่งเขาแสดงด้านอ่อนไหวของเขาผ่านบทเด็กส่งน้ำผู้ถูกลวนลามทางเพศ) โรเจอร์ วิลลี่ (ชาร์ลี ไวท์ฮอร์ส) Windtalkers เป็นผลงานภาพยนต์เรื่องแรกของเขา ไม่เคยผ่านงานแสดงใดๆ มาก่อน วิลลี่ถูกค้นพบโดยมินดี้ มาร์ติน ผู้อำนวยการคัดเลือกตัวแสดง ในขณะเปิดคัดตัวสำหรับนาวาโฮที่ดูแรงโก้ โคโลราโด้ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1999 โดยมิได้ตั้งใจเข้ารับการคัดเลือก เขามาช่วยอ่านบทให้กับหลานชายสองคน ซึ่งเขาพามาเข้ารับการคัดตัว วิลลี่ถูกพามายังลอส แอนเจลิส เพื่อศึกษากับโค้ชด้านการแสดงเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และถูกกร้อนผมให้สั้นเท่ากับทหารเรือ และเข้ารับการคัดตัวอีกครั้งโดยจอห์น วูและทีมอำนวยการสร้าง เขาได้ยินว่าเขาถูกเลือกให้แสดงใน Windtalkers ขณะกำลังร่วมงาน Red Earth Art Show ที่โอกลาโฮมา ซิตี้ ในเดือนมิถุนายน ปี 2000 เป็นศิลปินอิสระ และได้รับวุฒิบัตรการสอนในอริโซน่า/นิวเม็กซิโก จากสถาบัน Navajo Culture และเพิ่งได้รับการตอบรับเข้าโปรแกรมของ University of Arizona ด้าน American Indian Studies แต่ขอเลื่อนการเข้าศึกษาไปจนปีหน้าเพื่อทำงานให้กับ Windtalkers และปริญญาอื่นๆ ได้แก่ปริญญาตรีจาก Ft. Lewis College ที่ดูแรงโก้, โคโลราโด และใบที่สองจาก American Indian Studies จาก UNC-Pembroke,นอร์ธ คาโรไลน่า ประสพการณ์ทำงานมากมายของเขายังรวมถึงการเป็นที่ปรึกษาของ American Indian Programs ที่วอชิงตัน ดีซี, ผู้สอนของโรงเรียนศิลปเอกชน, และรับราชการทหารเป็นเวลาสี่ปีกับกองทัพสหรัฐฯ ใน Airborne Infantry ที่ฟอร์ต แบรก นอร์ธ คาโรไลน่าวิลลี่ยังเป็นนักศึกษาเต็มเวลาของ University of Arizona และสอนภาษานาวาโฮให้กับทางมหาวิทยาลัย เกิดและเติบโตที่คอนติเนนตัน ดิไวด์ นิวเม็กซิโก และเป็นสมาชิกของเผ่า Wateredge เขาพูดคล่องทั้งภาษานาวาโฮและอังกฤษ และได้รับการศึกษาแบบดั้งเดิมของวัฒนธรรมนาวาโฮ วิลลี่แต่งงานแล้วกับเทเรซา และมีบุตรสองคน ซีแอทเทิล และโจดี้ ฟรานเซส โอ คอนเนอร์ (ริต้า) มีผลงานภาพยนต์เรื่องแรกในหนังของเอ็มมา-เคธ โครแกน เรื่อง Love and Other Catastrophes, ได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลจาก AFI Best Actress Award ล่าสุดมีผลงานผ่านตาคู่กับจูด ลอว์ แบะ เฮลีย์ โจเอล ออสแมนท์ ในหนังของสปีลเบิร์ก เรื่อง A.I., ซึ่งทำให้ได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลจาก AFI Best Supporting Actress Award ในปี 2000 โอ คอนเนอร์จะมีผลงานในหนังของโอลิเวอร์ พาร์กเกอร์ส เรื่อง The Importance of Being Earnest กับจูดิธ เดนช์, คอลิน เฟิร์ธ, รูเพิร์ท เอเวอเร็ต และรีส วิธเธอร์สปูน ในเดือนเมษายน 2002 โอ คอนเนอร์ เริ่มการถ่ายทำในหนังของริชาร์ด ดอนเนอร์ เรื่อง Timeline คู่กับพอล วอล์กเกอร์ และเจอรัลด์ บัตเลอร์ ที่มอนทรีล ผลงานหนังสร้างชื่อของเธอรวมถึงเรื่อง About Adam กับเคธ ฮัดสัน และสจ๊วต ทาวน์เซนด์; Bedazzled กับแบรนดอน เฟรเซอร์ และอลิซาเบธ เฮอร์ลีย์ ; หนังของแพทริเชีย โรเซมา เรื่อง Mansfield Park กับเซอร์แฮร์โรลด์ พินเตอร์, เอ็มเบ็ธ เดวิดซ์, จอนนี่ ลี มิลเลอร์ และอเลซานโดร นีโวลา; หนังของบิล เบ็นเน็ท Kiss or Kill ซึ่งทำให้ได้รับรางวัล Best Actress Award จาก Montreal Film Festival และ Australian Circle Critics' Award; หนังของเชอรี่ นาวแลน Thank God He Met Lizzie กับเคธ แบลงเชท ; และหนังของปีเตอร์ ดันแคน A Little Bit of Soul กับเจฟฟรี รัช ทางโทรทัศน์ โอ คอนเนอร์แสดงร่วมกับ เกรก ไวซ์ ให้กับ BBC ในหนังดัดแปลงจาก นวนิยายคลาสสิคของฟลาวเบิร์ต เรื่อง Madame Bovary เพื่อ PBS ผลงานของเธอในปี 2001 ได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำด้าน Best Performance ของ Actress in a Mini-Series or Motion Picture Made for Television ผลงานสร้างชื่อเสียงของเธอทางโทรทัศน์ ยังมี Halifax: The Feeding แลการแสดงในบทประจำให้กับ ซีรี่ส์ออสเตรเลียเรื่อง Shark Bay และ Law of the Land โอ คอนเนอร์ยังมีผลงานใน Frontline, Snowy River: the McGregor Saga และ Blue Heelers ผลงานบนเวทีละครล่าสุดของโอ คอนเนอร์ยังมีที่เวสท์เอนด์ ของเทนเนสซี วิลเลี่ยมส์ เรื่อง Cat On A Hot Tin Roof กับเบรนดอน เฟรเซอร และเขายังมีผลงานละครซึ่งแสดงให้กับปีเตอร์ วีเลน ในเรื่อง The Herbal Bed กับ Melbourne Theatre Company มาร์ติน เฮนเดอร์สัน (เนลลี่), เกิดและเติบโตในโอ็กแลนด์ นิวซีแลนด์ และได้ถูกแนะนำเข้าวงการเมื่อ Strangers ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์ท้องถิ่นเปิดรับตัวแสดงที่โรงเรียนประถม ซึ่งเขาศึกษาอยู่ ในขณะนั้นเขามีอายุ 13 ปี และได้รับคัดเลือกเข้าแสดงในซีรี่ส์นั้น และเริ่มอาชีพการแสดงนับแต่นั้นมา หลังจากนั้นเขาร่วมแสดงกับดราม่าของนิวซีแลนด์ Shortland Street เป็นแวลา 3 ปี ในปี1993 เฮนเดอร์สันได้รับรางวัล Best Male Dramatic Performance in a Television Show จาก New Zealand Television and Film Awards (เทียบได้กับรางวัลเอ็มมี่ของสหรัฐฯ) จากบท สจ๊วต ในเรื่อง Shortland Street ในปี 1995 เฮ็นเดอร์สันย้ายมาอยู่ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย และรับบทนักกีฬาโอลิมปิคระหว่างฝึกซ้อมในซีรี่ส์เรื่อง Sweat หลังจากนั้น ได้รัยคัดเลือกให้รับบทคู่กับราห์ดา มิชเชล ในภาพยนต์เรื่อง Kick ภาพยนต์เกี่ยวกับโลกของบัลเล่ต์ซิดนีย์ หลังจากเสร็จสิ้นงานนี้แล้ว เฮ็นเดอร์สันย้ายไปนิวยอร์คและเริ่มศึกษาในโปรแกรมสองปีที่ Neighborhood Playhouse เขายังทำงานอีกหลายเรื่องกับเวทีละครนิวยอร์ค รวมทั้งละครนอกบรอดเวย์ เรื่อง Ophelia Thinks Harder ที่ Samuel Beckett Theater เฮ็นเดอร์สันเพิ่งเสร็จจากงานถ่ายทำของดรีมเวิร์ก เรื่อง The Ring และอยู่ระหว่างถ่ายทำหนังอังกฤษไร้สังกัด เรื่อง Skagerrak คริสเตียน สเลเตอร์ (พีท "อ็อกซ์" เฮนเดอร์สัน) มีผลงานที่ผ่านมาทั้งในและนอกบรอดเวย์ ปรากฎอยู่ในภาพยนต์มากกว่า 20 เรื่อง และยังกลายมาเป็นผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับการแสดง สเลเตอร์มีผลงานการแสดงภาพยนต์เรื่องแรกในปี 1985 จาก The Legend of Billie Jean เขายังได้แแสดงบทบาทในเรื่อง Name of the Rose, หนังของฟรานซิส ฟอร์ดคอพโพล่า เรื่อง Tucker: The Man and his Dream, Heathers, Young Guns II, Pump Up the Volume, Robin Hood: Prince of Thieves, Untamed Heart, หนังของโทนี่ สก็อต เรื่อง True Romance (เขียนโดยเควนติน ทารันติโน่), และเรื่อง Interview with a Vampire ผลงานหนังสร้างชื่อของเขาเรื่องอื่นๆ ได้แก่ The Contender, 3000 Miles to Graceland, Murder in the First, Bed of Roses, และหนังของจอห์น วู เรื่อง Broken Arrow เขาได้แสดงและรับหน้าที่อำนวยการบริหารให้กับหนังตลกร้ายของปีเตอร์ เบิร์ก เรื่อง Very Bad Things เกิดและเติบโตในนิวยอร์ค สเลเตอร์ ได้รับการศึกษาในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง Dalton School และ Professional Children's School เขาได้แสดงละครเวทีครั้งแรกเมื่ออายุ 9 ขวบในละครบรอดเวย์เรื่อง The Music Man ร่วมกับดิค แวน ไดค์ เมื่อไม่นานนี้ สเลเตอร์ได้รับคำชมเชยและวิจารณ์จากบทบาทในละครบรอดเวย์ เรื่อง Side Man ในปี 1991 สเลเตอร์กำกับการแสดงเรื่อง The Laughter Epidemic ละครเพลงเด็กซึ่งมอบรายได้ให้กับมูนิธิ The Pediatric AIDS Foundation ทีมงาน จอห์น วู (ผู้กำกับการแสดง/อำนวยการสร้าง) ผลงานล่าสุดกำกับการแสดงให้กับเรื่อง Mission Impossible 2 นำแสดงโดยทอม ครูซ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังที่เปิดตัวทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของหนังประจำสุดสัปดาห์ วูก้าวเข้าสู่อาชีพสร้างภาพยนต์ในฮ่องกง และใช้เวลากว่าสองทศวรรษเวียนว่ายอยู่ในศูนย์กลางวงการบันเทิง ได้มีผลงานกำกับการแสดงกว่า 30 เรื่อง เป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญหนังคอมเมดี้มาจนถึงกลางทศวรรษ 1980 จากการสร้างภาพยนต์ดราม่าโรแมนติคแก็งค์สเตอร์ ซึ่งทำรายได้ทะลุสถิติบ็อกซ์ออฟฟิซ เกิดที่กวางสู ประเทศจีน ในปี 1946 วูและครอบครัวย้ายมายังฮ่องกงเมื่อเขาอายุได้ 4 ขวบ ได้รับการศึกษาจาก Matteo Ricci College และเมื่ออายุ 19 เริ่มสัมผัสกับโลกภาพยนต์ แทนการเข้าเรียนด้านภาพยนต์ วูเข้าทำงานในตำแหน่งเล็กๆ ในวงการหนังที่รุ่งเรืองของฮ่องกง ในปี 1971 เขาเริ่มทำงานในตำอหน่งผู้ช่วยผู้กำกับการแสดงที่ Shaw Brothers อีกสองปีต่อมาเขามีผลงานกำกับการแสดงเรื่องแรกในหนังชื่อ The Young Dragons และเขาได้เซ็นสัญญากับ Golden Harvest ตามมาด้วยหนังที่ประสบความสำเร็จอีกสองเรื่อง : The Dragon Tamers และ The Hand of Death, เรื่องหลังเป็นหนังแอ็คชั่น จากการแสดงของเฉินหลง ซึ่งเป็นงานภาพยนต์จอใหญ่ครั้งแรกของเขา วูประสบความสำเร็จจากหนังโอเปร่ากวางตุ้ง เรื่อง Princess Chang Ping แต่ก่อนหน้านั้นได้เป็นแรงสำคัญในวงการหนังเอเชียจากการสร้างหนังคอมเมดี้แปดเรื่องฮิตติดต่อกัน ซึ่งรวมถึง Money Crazy และ From Riches to Rags วูออกจาก Golden Harvest ในปี1983 และเข้าร่วมกับบริษัทใหม่ Cinema City ซึ่งเขากำกับการแสดงหนังโรแมนติคแก็งค์สเตอร์ เรื่อง A Better Tomorrow นำแสดงโดยโจวเหวินฟะ วู หนังระทึกขวัญหลายเรื่องของวูและโจว - ซึ่งรวมถึงหนังแอ็คชั่น ที่เข้มข้น และน่าติดตามอย่าง The Killer และงานหนังฮ่งกงเรื่องสุดท้ายของวูเรื่อง Hard Boiled - ชนะใจทั้งผู้ชม และผู้สร้างภาพยนต์ทั่วโลก วูยังเป็นผู้กำกับภาพยนต์สงครามเวียดนาม Bullet in the Head, หนังแอ็คชั่นคอมเมดี้ Once a Thief และ A Better Tomorrow II ผลงานภาพยนต์อเมริกันเรื่องแรกของวู คือ Hard Target นำแสดงโดยชอง คล้อด แวน แดม ในปี 1994 เขาก่อตั้ง WCG Entertainment กับ หุ้นส่วนสร้างภาพยนต์ เทอเรนซ์ ชาง ภายใต้ชื่อนี้ วูกำกับเรื่อง Broken Arrow นำแสดงโดยจอห์น ทราโวลต้า และคริสเตียน สเลเตอร์ และเรื่อง Face/Off นำแสดงโดยจอห์น ทราโวลต้า และนิโคลัส เคจ เรื่องหลังนี้เป็นภาพยนต์ฮิตบ็อกซ์ออฟฟิซของผู้กำกับชาวฮ่องกง และได้รับคำชมเชยจากนักวิจารณ์ทั่วโลก วูทั้งสร้างภาพยนต์และกำกับให้ทางโทรทัศน์ รวมถึง Once a Thief งานดัดแปลงจากภาพยนต์ของเขา และเรื่อง Blackjack นำแสดงโดย ดอฟ ลันด์เกรน ในปี 1998 วูกำกับหนังโฆษณาเรื่องแรกให้กับสป็อตของ Nike ซึ่งแสดงโดยนักฟุตบอลบราซิล 7 คน และได้รับรางวัลซิลเวอร์ ไลออนที่คานนส์ เรื่อง Windtalkers เป็นการผลิตโดย Lion Rock Productions บริษัทใหม่ของวู และหุ้นส่วนเก่าแก่ เทอเรนซ์ ชาง จอห์น ไรซ์ (ผู้เขียน) เป็นผู้เขียนบทภาพยนต์และกำกับการแสดงชาวลอส แอนเจลิส เกิดและเติบโตที่ มินอต นนอร์ธ ดาโกต้า ไรซ์ จากบ้านเกิดไปสู่วอชิงตัน ดีซี เพื่อทำงานให้กับวุฒิสมาชิกเควนติน เบอร์ดิค แห่งสหรัฐฯ ระหว่างนั้นเขาได้เข้ารับการศึกษาปริญญาโทที่ USC Film School ซึ่งเขาได้รับทุน Warner Bros. Scholarship และได้ร่วมกลุ่มกับโจ แบทเทียร์เป็นครั้งแรก นับแต่นั้นมา ไรซ์ได้ทำงานร่วมกับผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับการแสดง และทีมที่น่าเกรงขามมากมาย อาทิเช่น โจเอล ซิลเวอร์, บรูซ วิลลิส, ไซมอน เวสท์, และเรนนี่ ฮาร์ลิน เขาได้ทำงานหลาหลาย รวมทั้ง Silent Running ของผู้กำกับไซมอน เวสท์, Silver Surfer และ The Stars My Destination และงานบทภาพยนต์ต้นฉบับใน Lewis & Clark: The Expedition and Journal of Adventure ร่วมกับผู้เขียน โจ แบทเทียร์ ไรซ์ เป็นผู้เขียนสคริปท์ให้ หนังของ MGM เรื่อง Blown Away ซึ่งนำแสดงโดยทอมมี่ ลี โจนส์ และเจฟ บริดเจ็ส, เรื่อง Chasers, กำกับการแสดงโดยเดนนิส ฮอปเปอร์, และ Curiosity Kills ขณะนี้ ไรซ์กำลังเขียนสคริปท์เรื่องราวตำนานอัฟริกันใน Abyssinia และงานหนังพีเรียดของญี่ปุ่น The Last Samurai เขายังร่วมทีมกับผู้กำกับการแสดง เชน เรื่องราวที่ได้ปรับปรุงร่วมกับบริษัทโปรดักชั่นของนิโคลัส เคจ Saturn Films โจ แบทเทียร์ (ผู้เขียนเรื่อง) เกิดและเติบโตในฟิลาเดลเฟีย ได้รับปริญญาตรีทางด้านปรัชญาจาก Pennsylvania State University และปริญญาโท Fine Arts ทางด้านสร้างภาพยนต์จาก University of Southern California ในปี 1986 โจเริ่มงานเขียนกับหุ้นส่วน จอห์น ไรซ์ ศิษย์เก่าร่วมชั้นเรียนที่ USC ในการทำงานร่วมกัน ทั้งคู่สามารถขายสคริปท์ต้นฉบับได้มากมาย สี่เรื่องได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพยนต์แล้ว : Curiosity Kills, สร้างเป็นหนังใน USA Cable ในปี 1991; Chasers ในปี 1994; Blown Away (MGM/UA) ในปี1994; และเรื่อง Windtalkers. นอกเหนือจากความสำเร็จใน Windtalkers, แบทเทียร์และไรซ์ยังมีสคริปท์อีกหลายเรื่องอยู่ในระหว่างการปรับปรุง รวมถึงเรื่องดัดแปลงจากนวนิยาย Cafe on the Nile ให้กับ Pacifica Films และบทภาพยนต์ดั้งเดิมให้กับ New Regency เรื่อง The Last Samurai แบทเทียร์มีบ้านอยู่ในแคลิฟอร์เนียใต้กับภรรยาของเขาเคธี่ และลูกสองคน อเล็กซ์ และซาค เทอเรนส์ ชาง (ผู้อำนวยการสร้าง) สำเร็จการศึกษาด้านสถาปนิกจาก University of Oregon ก่อนเบนเข็มมาสู่สายภาพยนต์ที่ New York University ในปี 1978 เขากลับสู่บ้านเกิดในฮ่องกงแลพกลายเป็นผู้จัดการโปรดักชั่น ให้กับหนังสองเรื่องของ Golden Harvest เรื่อง Itchy Fingers และ Game of Death II เขาร่วมงานกับ Rediffusion Television (RTV) ในปี 1979 ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารในแผนกโปรดักชั่น ในช่วงสองปีเขาควบคุมการผลิตให้กับรายการทั้งหมดของ RTV ในปี 1981 เขาร่วมกับ Johnny Mak Productions โดยเป็นผู้อำนวยการสร้าง ระหว่างทำงานที่นั่น เขาผลิต Lonely 15, Dragon Force, และ Everlasting Love ซึ่งได้รับคัดเลือกให้ร่วมกับ Director's Fortnight ที่ Cannes Festival ในปี 1984ระหว่างปี 1986 ถึง 1988 เขาเป็นผู้บริหารงานที่ D&B Films ระหว่างนั้นเขาได้ทุ่มเทเป็นอย่างมากในการดูแลงานของแบรนดอน ลี และ ไมเคิล เยียว ในปี 1988 เขาทำงานให้กับ Film Workshop โดยเป็นผู้จัดการทั่วไป และบริหารงานโปรดักชั่นให้กับ The Killer, Swordsman, Spy Games, Love and Death in Saigon, A Chinese Ghost Story II, และ Gunmen เขายังเป็นผู้ที่ทำให้งานด้านการตลาดของหนังเหล่านั้นประสบความสำเร็จไปยังต่างประเทศ ในปี 1990 ชางก่อตั้งบริษัท Milestone Pictures ร่วมกับผู้กำกับการแสดง จอห์น วู และร่วมกันสร้างผลงานเรื่อง Once a Thief และ Hard Boiled ในขณะเดียวกันยังเป็นผู้จัดการให้กับซูเปอร์สตาร์แห่งเอเซีย โจวเหวินฟะ และนักประพันธ์ระดับโลก ลิเลียน ลี หนังสือของเธอยังรวมถึงเรื่อง Farewell, My Concubine และ The Last Princess of Manchuria ในปี 1993 ชางร่วมอำนวยการสร้างหนังอเมริกันของจอห์น วู เรื่องแรก Hard Target ในปี 1994 เขาก่อตั้งบริษัท WCG Entertainment ร่วมกับหุ้นส่วน จอห์น วู และคริสโตเฟอร์ กอดซิค และนับแต่นั้นมาได้มีผลงานสร้างในเรื่อง Broken Arrow, หนังสองชั่วโมงเพื่อฉายทางโทรทัศน์ และ หนังของจอห์น วู เรื่อง Once a Thief และ Blackjack for Alliance Communications, Face/Off, Replacement Killers, The Big Hit, และแอ็คชั่นดราม่า The Corruptor นอกเหนือจากนั้นในปี 2000 ชางได้อำนวยการบริหารเรื่อง Mission: Impossible II และ Anna and the King เขาร่วมกับจอห์น วู ก่อตั้งบริษัท Lion Rock Productions ซึ่งเริ่มทำงานครั้งแรกให้กับ MGM เรื่อง Windtalkers เป็นเรื่องแรกของ Lion Rock ในตอนนี้ชางกำลังสร้างเรื่อง Bulletproof Monk ให้กับ MGM อีกด้วย เทรซี เกรแฮม (ผู้อำนวยการสร้าง) ร่วมหุ้นกับอลิสัน โรเซนวิค ในปี 1999 เพื่อก่อตั้ง Graham/Rosenzweig Films และโครงการที่กำลังจะออกฉายยังมีงานภาพยนต์แอ็คชั่น เรื่อง DARKSIDERS กำกับการแสดงโดยเดวิด โกเยอร์ (Blade & Blade 2) หนังระทึกขวัญแฟนตาซี The Manifestant, หนังแอ็คชั่นระทึกขวัญ The Cage, และคอมเมดี้อัฟริกัน-อเมริกัน Where's the Party At?, และหนังรีเมคเรื่อง The Reincarnation of Peter Proud ก่อนหน้าที่จะก่อตั้ง Graham/Rosenzweig Films เกรแฮมอำนวยการสร้างเรื่อง Phoenix ซึ่งแสดงโดย เรย์ ลีออตต้า, แอนเจลิก้า ฮุสตัน และแอนโทนี ลาพาเลีย ก่อนหน้านั้น เกรแฮมรั้งตำแหน่งรองประธานด้านโปรดักชั่นให้กับ Motion Picture Corporation of America (MPCA) และร่วมอำนวยการสร้างให้กับหนังบ็อกซ์ออฟฟิซอย่าง Dumb and Dumber นำแสดงโดยจิม แครี่, รวมทั้ง Threesome นำแสดงโดยลาร่า ฟลิน บอยล์ และ The War at Home กับมาร์ติน ชีน เกรแฮม บริหารงานโปรดักชั่นให้กับ Chanticleer Films ซึ่งทำให้เธอได้พบกับอลิสัน โรเซนวิค เป็นครั้งแรก ระหว่างนั้นเธออำนวยการสร้างหนังซีรี่ส์หลายเรื่องให้กับ Showtime's 30-Minute Movies ซึ่งจำนวนหลายเรื่องได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทอง อลิสัน โรเซนวิค (ผู้อำนวยการสร้าง) ล่าสุดได้ก่อตั้ง Graham/Rosenzweig Films ร่วมกับเทรซี่ เกรแฮม ภายใต้ชื่อนี้ ทั้งคู่มีโครงการอยู่มากมาย อาทิเช่น ภาพยนต์แอ็คชั่น เรื่อง DARKSIDERS กำกับการแสดงโดยเดวิด โกเยอร์ (Blade & Blade 2) หนังระทึกขวัญแฟนตาซี The Manifestant, หนังแอ็คชั่นระทึกขวัญ The Cage เรื่องราวในอาร์คติค และคอมเมดี้อัฟริกัน-อเมริกัน Where's the Party At? โดยไมชา เยียร์วู้ด และหนังรีเมคเรื่อง The Reincarnation of Peter Proud จบการศึกษาจาก Wellesley College, โรเซนวิคเริ่มชีวิตการทำงานในด้านบันเทิง เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการสร้างของซีรี่ส์ให้กับ Showtime's 30-Minute Movies ที่ Chanticleer Films, ซึ่งเธอได้พบกับเทรซี เกรแฮมเป็นครั้งแรก นอกจากหนังแอ็คชั่นสั้นที่เธอช่วยอำนวยการสร้าง ยังมีเรื่อง ที่ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองอย่าง Session Man ก่อนหน้านั้น โรเซนวิค ดำรงตำแหน่ง Vice President of Production ที่ The Samuel Goldwyn Company, ซึ่งเธอได้ดูแลงานหลากหลาย อาทิเช่น Tortilla Soup (และหนังรีเมค Eat Drink Man Woman), The Secret Life of Walter Mitty กับจิม แครี่, และ Master & Commander กำกับโดยปีเตอร์ เวียร์ และก่อนหน้านั้นอีก เธอได้ทำงานเกี่ยวข้องกับละครเวทีและหนังเคเบิลอีกหลายเรื่อง เช่น Look Who's Talking, Five Corners, และหนังของ Blindside และ State of Emergency ซี โอ อีริคสัน (ผู้อำนวยการบริหาร) ล่าสุดมีผลงานอำนวยการบริหารเรื่อง Antitrust นำแสดงโดยไรอัน ฟิลิปเป และทิม ร็อบบินส์ ให้กับ MGM และเขายังอำนวยการบริหารให้กับเรื่อง Return to Me ให้กับทางสตูดิโอ และเขาเป็นหนึ่งในผู้อำนวยการสร้างและผู้จัดการโปรดักชั่นมากประสพการณ์ของวงการภาพยนต์ ด้วยการทำงานสร้างหนังเป็นอาชีพมากว่า 50 ปี ผลงานอันไม่ธรรมดาของเขาในฐานะผู้จัดการโปรดักชั่นหนังของฮิทช์ค็อก ได้แก่ To Catch A Thief, The Trouble with Harry, The Man Who Knew Too Much, และ Vertigo, รวมถึงงานของโจเซฟ แอล แมนคีวิค เรื่อง (ยังมีต่อ) -อน-

ข่าว อาทิเช่น ล่าสุด