รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานเปิดการประชุมสภากทม.นัดแรก

กรุงเทพฯ--25 มิ.ย.--กทม. เวลา 09.00 น. เมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.45) ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร ร้อยตำรวจเอกปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 61 คน ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา เป็นสมาชิกสภากทม.สมัยที่ 9 นับจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีการแต่งตั้ง ส.ก.สมัยแรก เมื่อปี 2516 โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและข้าราชการ กทม.ร่วมให้การต้อนรับ นายสมัคร กล่าวว่า สืบเนื่องจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้ครบวาระ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา กทม.จึงจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ขึ้นใหม่ในวันที่ 16 มิ.ย. 45ผลการเลือกตั้งส.ก.ในจำนวน 61 คน ปรากฏว่า เป็นสุภาพบุรุษ จำนวน 52 คน สุภาพสตรี จำนวน 9 คน ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ระบุว่า ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเรียกประชุมสภากรุงเทพมหานครเพื่อให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้มาประชุมเป็นครั้งแรก โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนขอแสดงความยินดีกับ ส.ก.ทุกท่านที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวกรุงเทพมหานครให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ การเลือกตั้ง ส.ก.คราวนี้เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งที่ 6 นับตั้งแต่กรุงเทพมหานครถือกำเนิดเมื่อ พ.ศ.2515 งานของกทม.เป็นงานที่ต้องบริการและแก้ไขผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นการมาทำงานในหน้าที่ส.ก. ต้องมีความเสียสละ ทุ่มเท มีความตั้งใจ รวมทั้งความเที่ยงธรรมอย่างสูง ที่จะทำงานเพื่อประโยชน์สุขของชาวกทม. และในขณะที่ประเทศชาติของเรายังอยู่ในสภาวะวิกฤตทั้งเศรษฐกิจและสังคม ตนขอฝากทุก ๆ ท่านช่วยกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณของกรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพด้วย จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเปิดประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรกเพื่อสภากทม.จะได้ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป ภายหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวเปิดการประชุมแล้ว นายสมชาย จันทนะศิริ เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ได้เชิญ นางผุสดี วงศ์กำแหง ส.ก.เขตราชเทวี ซึ่งเป็นส.ก.ที่อาวุโสที่สุด ทำหน้าที่ประธานสภา กทม.ชั่วคราว เพื่อกล่าวนำสมาชิกปฏิญาณตน จากนั้นมีการเลือกตั้งประธานสภากทม. พร้อมด้วยรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง และรองประธานสภาคนที่สอง โดยการยกมือนับคะแนนจาก ส.ก.ทั้ง 61 คน ซึ่งผลปรากฏว่า ประธานสภากรุงเทพมหานครได้แก่ นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา รองประธารสภาฯ คนที่ 1 ได้แก่ นายสมชาย เอี่ยมมงคลสกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 รองประธานสภาคนที่ 2 ได้แก่ นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางกอกน้อย เขตเลือกตั้งที่ 1 ส่วน โฆษกสภากรุงเทพมหานคร ได้แก่ น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน สำหรับอำนาจหน้าที่ของประธานสภากทม. คือ การเป็นประธานของที่ประชุมสภากทม. ดำเนินกิจการของสภากทม.ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภากทม. บังคับการงานในสภากทม. รักษาระเบียบและความสงบเรียบร้อยในสภาฯ ตลอดจนเป็นผู้แทนของสภากทม.ในกิจการภายนอก และมีอำนาจหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมสภากทม. ส่วนอำนาจหน้าที่ของรองประธานสภาฯ คือ ทำหน้าที่ช่วยประธานสภาฯในกิจการอันเป็นหน้าที่ของประธานสภากทม. หรือปฏิบัติตามหน้าที่ที่ประธานสภากทม.มอบหมาย เมื่อประธานไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้รองประธานสภาคนที่หนึ่งจะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาฯ และหากคนที่หนึ่งไม่อยู่รองประธานสภาคนที่สองก็จะทำหน้าที่แทนประธานสภาฯ ทั้งนี้ ภายหลังจากที่สภากทม.ลงมติแต่งตั้งประธานสภากทม.และรองประธานฯทั้งสองคนแล้ว ได้มีการประชุมเพื่อกำหนดจำนวนสมัยประชุมสามัญ และวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปี 2545 รวมทั้งเลือกตั้งคณะกรรมการตรวจรายงานการประชุมและพิจารณาการประชุมลับ ซึ่งผู้ได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการตรวจรายงานการประชุมและพิจารณาการประชุมลับ ได้แก่ นายสกุล โตโสภณ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตตลิ่งชัน น.ส.สายรุ้ง ปิ่นโมรา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคลองสาน นายสุพัฒน์ ชลิตานนท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตดุสิต เขตเลือกตั้งที่ 2 นายจักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางพลัด และนายเดชา ยิ้มอำนวย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสายไหม เขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งในปีหนึ่งๆ สภากทม.จะมีการประชุมสามัญไม่น้อยกว่า 2 สมัย และไม่เกิน 4 สมัย โดยการประชุมสามัญแต่ละสมัยจะมีกำหนดเวลา 30 วัน แต่หากมีกรณี จำเป็นที่สภากทม. ต้องพิจารณา ให้ประธานสภากทม.สั่งขยายสมัยการประชุมสามัญออกไปได้อีกตามความจำเป็นครั้งละไม่เกิน 15 วัน และนอกจากสมัยการประชุมสามัญแล้ว เมื่อมีกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของกทม. ผู้ว่าฯ กทม.หรือส.ก.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด 61 คน อาจทำคำร้องยื่นต่อประธานสภา กทม.ขอให้เรียกประชุมสภา กทม.เป็นการประชุมสมัยวิสามัญได้ สำหรับการประชุมสภาฯ ในสมัยแรกจะเริ่มในวันพุธที่ 3 ก.ค.นี้--จบ-- -นห-

ข่าว ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ล่าสุด