ฮอนด้าขยายธุรกิจในอาเซียน ลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตในไทย - newswit
กรุงเทพฯ--18 ธ.ค.--สปินเลอร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ ฮอนด้าขยายธุรกิจในอาเซียน ลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตในไทย เตรียมส่งออกรถยนต์ 50,000 คันในปีหน้า คาดการณ์ยอดการส่งออกรวมปี 2546 พุ่งถึง 50,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์ยานยนต์หลักทั้ง 3 ประเภทของฮอนด้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในตลาดเมืองไทยและทุกภูมิภาคทั่วโลก บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด สำนักงานใหญ่ของฮอนด้าประจำภูมิภาคอาเซียน ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตในทุกผลิตภัณฑ์สำหรับฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้เปิดเผยว่า บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด จะเพิ่มกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์จาก 1 ล้านคันต่อปี เป็น 1.4 ล้านคันต่อปีในปี พ.ศ. 2546 ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องยนต์อเนกประสงค์ เป็น 1.2 ล้านเครื่องต่อปี หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตจาก 400,000 เครื่องต่อปี มาเป็น 1 ล้านคันต่อปีไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา สำหรับบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ HATC ซึ่งในปีนี้ได้ประกาศขยายการผลิตจากเดิม 70,000 คันต่อปี มาเป็น 100,000 คันต่อปีไปแล้วนั้น ก็จะปรับตัวเลขการผลิตใหม่ โดยจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 120,000 คันต่อปีในกลางปีหน้า นาย ซาโตชิ โตชิดะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ ของบริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวในงานแถลงข่าวประจำปี (Honda's Year End Press Briefing) ว่า "การขยายกำลังการผลิตสำหรับฐานการผลิตในประเทศไทยซึ่งมีมาอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่ลูกค้าทั้งในเมืองไทยและทั่วโลกได้ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพระดับโลก ซึ่งเกิดจากการสร้างสรรค์และฝีมือของพนักงานฮอนด้าในประเทศไทย จึงส่งผลให้ฐานการผลิตในประเทศไทยเข้าร่วมอยู่ในเครือข่ายการผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนเพื่อสายพานการผลิตฮอนด้าทั่วโลกอย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพ" บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด คาดว่าในปีนี้จะสามารถดำเนินการส่งออกรถจักรยานยนต์ รถยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมมูลค่า 19,000 ล้านบาท โดยรวมไปถึงการส่งออกรถยนต์นั่งแบบสำเร็จรูปทั้งคัน รุ่น Fit Aria ล็อตแรกจากฐานการผลิตเมืองไทยเพื่อนำเข้าไปจำหน่ายยังญี่ปุ่นด้วยและการส่งออกผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าจากฐานการผลิตในประเทศไทยนี้จะมีบทบาทอย่างมากต่อภาพรวมของธุรกิจฮอนด้า ในปี พ.ศ. 2546 คาดว่ามูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าจากฐานการผลิตในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว คิดเป็นมูลค่ารวม 50,000 ล้านบาท โดยประกอบด้วย การส่งออกรถยนต์จำนวน 50,000 คัน เครื่องยนต์อเนกประสงค์ 1 ล้านเครื่อง และชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์เพื่อการประกอบ (CKD) อีกจำนวนมาก ซึ่งจะมีการส่งออกไปจำหน่ายยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ขณะที่บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศวันนี้ว่ายอดจำหน่ายของฮอนด้ารวมทั่วโลกในปี พ.ศ. 2545 ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ มีจำนวน 15.2 ล้านหน่วย ทั้งนี้ฮอนด้าในประเทศไทยได้สร้างสถิติใหม่ในด้านยอดจำหน่ายด้วยเช่นกัน โดย บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เพิ่มขึ้น ด้วยยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์จำนวน 1 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2544 ถึงร้อยละ 40 นอกจากนี้บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สามารถทำยอดจำหน่าย รถยนต์ได้ 54,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2544 ร้อยละ 39 และสามารถลบสถิติสูงสุดที่ฮอนด้าได้เคยทำไว้ด้วยจำนวน 42,387 คันในปี พ.ศ. 2539 ลงได้สำเร็จ นายโตชิดะ กล่าวว่าการที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้นั้น เป็นผลมาจากการตอบรับอย่างดียิ่งของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ เช่น ฮอนด้า ซีอาร์-วี ซึ่งมียอดการจำหน่ายในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือเอสยูวี ในระดับแนวหน้า ตามด้วยรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค และฮอนด้า ซิตี้ใหม่ ซึ่งนับตั้งแต่การเปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว ฮอนด้า ซิตี้ ก็กำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างมากด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ผสานความคุ้มค่าอย่างโดดเด่นในด้านราคา นอกจากนี้ยอดจำหน่ายที่สูงขึ้นของรถยนต์ฮอนด้ารุ่นต่างๆ ยังคาดว่าจะมาจากการเปิดให้บริการในด้านสินเชื่อจากบริษัท ฮอนด้า ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ด้วย ด้านยอดจำหน่ายเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทยในปีนี้มียอดรวมทั้งสิ้น 135,000 เครื่อง เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2544 ถึงร้อยลุ 15 เนื่องจากบริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ได้ดำเนินการผลิตเครื่องยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่น GX ใหม่ ประกอบกันได้มีการแต่งตั้งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการส่งออกเครื่องยนต์อเนกประสงค์รุ่นนี้ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก สำหรับ ปี พ.ศ. 2546 นี้ นาย โตชิดะเปิดเผยว่า บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ตั้งเป้าการจำหน่ายรถจักรยานยนต์สำหรับตลาดในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 1.4 ล้านคัน นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมตามพันธสัญญาที่ได้ให้ไว้ โดยฮอนด้าจะยุติการผลิตรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ในประเทศไทยภายในปี พ.ศ. 2546 ทางด้านบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด วางเป้าจำหน่ายรถยนต์ในปี พ.ศ. 2546 ไว้ที่กว่า 60,000 คัน และคาดว่าภาพรวมในตลาดรถยนต์เมืองไทยช่วงปีหนน้าจะมียอดจำหน่ายรวมที่ 460,000 คัน ส่วนยอดจำหน่ายเครื่องยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้าในปี พ.ศ. 2546 ตั้งเป้าไว้ที่ 155,000 เครื่อง ส่วนตลาดภูมิภาคอาเซียนในปี พ.ศ.2545 นั้น ฮอนด้าสามารถสร้างสถิติตอบสนองความต้องการรถจักรยานยนต์ของลูกค้าในตลาดอาเซียนได้ด้วยยอดจำหน่ายรวมถึง 3 ล้านคัน นอกเหนือจากประเทศไทยแล้วรถจักรยานยนต์ฮอนด้ายังได้สร้างสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นประหยัด ขณะเดียวกัน ยอดจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าในภูมิภาคนี้ก็สามารถทำได้ถึงเกือบ 90,000 คัน ซึ่งเป็นความสำเร็จอันเนื่องมาจากการเปิดตัวฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ภายในปี พ.ศ.2546 ฮอนด้าคาดว่าจะสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ของภูมิภาคอาเซียนจากเครือข่ายการผลิตของฮอนด้า ภายใต้แนวคิด "ผลิตโดยฮอนด้า คุณภาพเดียวกันทั่วโลก" (Made by Global Honda) และพยายามใช้โอกาสจากนโยบายเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า (AFTA) เพื่อให้ลูกค้าในกลุ่มประเทศอาเซียนได้รับผลประโยชน์สูงสุดในด้านราคาของผลิตภัณฑ์ นอกจากจะมีแผนขยายกำลังการผลิตของฐานการผลิตในประเทศไทยแล้ว โรงงานของฮอนด้าแห่งใหม่ในมาเลเซียก็จะเริ่มดำเนินการผลิตในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ก่อนที่โรงงานของฮอนด้าในประเทศอินโดนีเซียจะเริ่มทำการผลิตในเดือนมีนาคมปีหน้าเช่นกัน ส่วนโรงงานผลิตชิ้นส่วนของระบบส่งกำลัง 2 แห่งในประเทศอินโดนีเซียและประเทศฟิลิปปินส์จะเริ่มทำการผลิตในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีหน้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ ภายหลังจากที่โรงงานแห่งใหม่ของฮอนด้าในภูมิภาคอาเซียนเริ่มการผลิต จะช่วยให้ฮอนด้ามีเครือข่ายการผลิตที่เข้มแข็งขึ้น ส่งผลให้ระบบการผลิตของฐานการผลิตแต่ละแห่งสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในภูมิภาคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังเช่นที่ฮอนด้าได้เริ่มโครงการแลกเปลี่ยนรถยนต์สำเร็จรูปในภูมิภาค โดยการแลกเปลี่ยนรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ที่ผลิตในประเทศไทยส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซีย และนำเข้ารถยนต์ ฮอนด้า สตรีม ที่ผลิตจากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาจำหน่ายยังประเทศไทย เผยแพร่โดยบริษัท สปินเลอร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ในนามของ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด สำนักงานใหญ่ฮอนด้าประจำภูมิภาคอาเซียน หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คุณนานาโกะ คุมาโมโตะ หรือ คุณพิมพร ศิริวรรณ ฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัดโทรศัพท์ (02) 236-0256 โทรสาร (02) 635-1052--จบ-- -กจ-