สศก. สำรวจพบปีเพาะปลูก 2544/45 เกษตรกรรายได้สูงขึ้นแต่หนี้ก็เพิ่มขึ้น - newswit
กรุงเทพฯ--20 ธ.ค.--สศก. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรสำรวจภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตรในปีเพาะปลูก 2544/45 พบจำนวนเกษตรกรลดลง แต่เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้สินที่มีอยู่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) สำรวจภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตรในปีเพาะปลูก 2544/45 ซึ่งเป็นช่วงปลายแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 พบว่า เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงต้นแผนแล้ว (ปี 2541/42) ครัวเรือนเกษตรกรมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 5.513 ล้านครัวเรือนเป็น 5.656 ล้านครัวเรือน เพราะสมาชิกมีการแยกครัวเรือนออกไป แต่จำนวนประชากรเกษตรได้ลดลงไปจาก 26.664 ล้านคน เป็น 25.041 ล้านคน ทั้งนี้เป็น เพราะนอกจากขนาดครัวเรือนจะเล็กลงแล้วยังมีการเคลื่อนย้ายแรงงานออกไปหางานทำในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑลในสัดส่วนที่สูงขึ้นเพื่อหารายได้เสริมให้ครัวเรือน ส่วนขนาดการถือครองที่ดินของแต่ละครัวเรือนได้ลดลงไปจาก 25.54 ไร่/ครัวเรือน เป็น 23.25 ไร่/ครัวเรือนและจำนวนครัวเรือนที่มีการถือครองที่ดินประมาณ 20 ไร่มี สัดส่วนที่มากขึ้น สำหรับรายได้ของครัวเรือนนั้นพบว่า เกษตรกรมีรายได้ที่สูงขึ้นจาก 126,872 บาท/ครัวเรือนเป็น 136,761 บาท/ครัวเรือน โดยแหล่งที่มาของรายได้มีทั้งจากการเกษตรและนอกการเกษตร ซึ่งในช่วงปลายแผนนี้แม้ รายได้จากการเกษตรจะมีสัดส่วนที่สูงขึ้นกว่าตอนต้นแผนแต่ครัวเรือนก็ยังคงต้องพึ่งพารายได้เสริมจากการทำงานนอกการเกษตร เพื่อใช้บริโภคและอุปโภคในครัวเรือนอยู่ เช่น การออกไปรับจ้างนอกฟาร์ม เงินเดือนประจำ เงินที่บุตรหลานส่งมาให้และการทำงานอื่นๆ นอกการเกษตร ซึ่งเมื่อนำรายได้จำนวนดังกล่าวมาหักค่าใช้จ่ายแล้ว ปรากฏว่า เกษตรกรมีรายได้เงินสดสุทธิทางการเกษตร 32,127 บาท/ครัวเรือน มีรายได้เงินสดสุทธิครัวเรือน 91,368 บาท/ครัวเรือน (หรือเท่ากับ 20,624 บาท/คน) และมีเงินสดคงเหลือก่อนชำระหนี้ 31,659 บาท/ครัวเรือน ซึ่งสูงกว่าตอนต้นแผนประมาณ 1 เท่า ในด้านหนี้สิน พบว่า ครัวเรือนที่มีค้างชำระปลายปีเพาะปลูกเพิ่มขึ้นจาก 3.050 ล้านครัวเรือน เป็น 4.073 ล้านครัวเรือน ส่วนขนาดหนี้สินได้เพิ่มขึ้นจาก 37,019 บาท/ครัวเรือน เป็น 43,415 บาท/ครัวเรือน ทั้งนี้เป็นผลมาจากเกษตรกรได้หันมาใช้บริการ/โครงการของรัฐมากขึ้น สำหรับครัวเรือนที่มีหนี้ที่ถึงกำหนดชำระแต่ไม่สามารถชำระคืนหนี้สินได้มีจำนวน 1.148 ล้านครัวเรือนโดยคิดเป็นหนี้สินเฉลี่ย 61,644 บาท/ครัวเรือน โดยสรุป อาจกล่าวได้ว่าในปีเพาะปลูก 2544/45 แม้เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้สินที่มีอยู่ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ รัฐบาลได้ตระหนักเห็นความสำคัญและได้ดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมในระยะหนึ่งปีที่ผ่านมาโดยผ่านทางโครงการต่าง ๆ ได้แก่ โครงการธนาคารเพื่อประชาชน กองทุนหมู่บ้าน โครงการพักชำระหนี้แก่เกษตรกรรายย่อย การฟื้นฟูเกษตรกรหลังพักชำระหนี้ ทั้งนี้ได้ดำเนินการอย่างบูรณาการเป็นระบบและควรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อสู่กลุ่มเกษตรกรในระดับรากหญ้าให้ได้รับผลพวงโดยตรงจากโครงการดังกล่าว--จบ-- -ตม-