อาร์.เอส.ฯ เปิดงาน "ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลกฯ" ยิ่งใหญ่-อลังการ
กรุงเทพฯ--19 ธ.ค.--อาร์เอส.โปรโมชั่น เปิดงาน "ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลกฯ"ยิ่งใหญ่-อลังการ ผู้ชมสุดประทับใจและตื่นตาตื่นใจการแสดงแสง สี เสียง "อารยธรรมยิ่งฟ้า.." แสดงถึง 22 ธ.ค.นี้ เปิดงานอย่างเป็นทางการกันไปแล้ว สำหรับงานที่จัดได้อย่างยิ่งใหญ่ระดับประเทศสำหรับงาน"ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก และงานกาชาด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปี 2545"เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ บริเวณวัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีฯพณฯรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานในพิธี นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ซึมซับบรรยากาศตลาดย้อนยุค สมัยกรุงศรีอยุธยาที่จำลองขึ้น,การแสดงสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน"หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" และการแสดงศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ไทยต่างๆ ที่พิเศษสุดซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของงานก็คือการแสดง แสง สี เสียงครั้งยิ่งใหญ่ ชุด"อารยธรรมยิ่งฟ้า…ศรีอยุธยามรดกโลก" ที่ได้จัดการแสดง ณ บริเวณวัดพระราม สำหรับในปีนี้ในส่วนของการแสดงแสง สี เสียงทางบริษัท อาร์.เอส.โปรโมชั่น จำกัด ได้ร่วมกับทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการจัดการแสดงโดยได้มีการยกเครื่องครั้งใหญ่สำหรับรูปแบบการแสดงให้แตกต่างกว่าทุกปี โดยได้เปลี่ยนการแสดงใหม่หมดจากที่ใช้นักเรียนและอาสาสมัครมาแสดงในปีนี้ได้มีดาราดังอย่าง "นิ้ง-กุลสตรี ศิริพงษ์ปรีดา","ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง","แอ้ม-ศิรประภา สุขดำรงค์" และ "พฤกษ์ พีระนันท์" นักแสดงฝีมือเยี่ยม ร่วมแสดงในการแสดง แสง สีเสียงชุดนี้ด้วย โดย "นิ้ง-กุลสตรี"และ "แอ้ม-ศิรประภา" จะรับบท "วิญญาณในสายน้ำ" นำผู้ชมเข้าสู่บรรยากาศของเรื่องราวของกรุงศรีอยุธยาส่วน "ทัช" และ "พฤกษ์" จะมารับบท"พันท้ายนรสิงห์"ถ่ายทอดเรื่องราวความซื่อสัตย์และความรักหน้าที่ของนายท้ายเรือของพระเจ้าเสือที่ยังเล่าขานให้ลูกหลานได้รับรู้มาจนถึงทุกวันนี้ โดยบรรยากาศของการเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในวันแรกคลาคล่ำไปด้วยประชาชนที่หลั่งไหลกันมาเยี่ยมชมงานกันตั้งแต่เวลา 17.00 น. และเริ่มทยอยเข้าชมการแสดง แสง สี เสียง รอบแรกตั้งแต่เวลา 19.00 น. กันอย่างเนืองแน่นโดยเฉพาะทัพสื่อมวลชนที่ได้ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ฉากเปิดนำเรื่องเข้าสู่การแสดง "วิญญาณในสายน้ำ"ที่ "นิ้ง กุลสตรี"มาในชุดนางในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดสมัยกรุงศรีอยุธยา (ห่มสไบสีทอง นุ่งผ้ายกสีแดง) มารับบทเป็นวิญญาณที่จะมาเล่าขานเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดย "นิ้ง"เปิดตัวด้วยการเดินมาบนพื้นน้ำ มีเสียงดนตรีลึบลับ วังเวง แล้ว "นิ้ง"ก็หายตัวไปปรากฎอยู่บนเวทีด้านซ้ายและด้านขวา และปรากฏตัวที่บริเวณทางเดินด้านหน้าของผู้ชมซึ่ง "นิ้ง"สามารถแสดงได้อย่างสมบทบาท น่าติดตามชมในฉากต่อไปเป็นอย่างมาก และทุกฉากต่อจากนี้ไปจะมีเสียงบรรยายจากผู้บรรยายเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวได้มากยิ่งขึ้น เริ่มต้นฉากที่ 1 "สายนทีรังสรรค์สร้างการค้าระบือนาม"ที่บริเวณบึงน้ำมีเรือสำเภาค้าขายของนานาชาติ และเรือค้าขายของชาวอยุธยา ผู้คนชาวต่างชาติ และชาวอโยธยา กำลังติดต่อค้าขายตลอดแนวริมฝั่ง บริเวณบนเวที มีผู้คนเดินผ่านไปมา ติดต่อทำมาค้าขายกันอย่างครึกคัก แสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกรุงศรีอยุธยาตลอดแนวฝั่งแม่น้ำยามสงบ ช่วงนี้ได้มีการฉายแสงบนพื้นน้ำให้ดูสว่างสวยงามระยิบระยับตา Water screen เป็นภาพเรือพยุหยาตราประกอบภาพแสดงบริเวณน้ำ ฉากที่ 2 "เผชิญศึกพระยาจีนจันตุ" เป็นฉากเหตุการณ์ในตอนที่เรือสำเภาของพระยาจีนจันตุกำลังแล่นหนีจากไป เรือของสมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระเอกาทศรถพร้อมเรือทหารที่ตามเสด็จกำลังไล่เรือสำเภาเกิดการปะทะกัน เห็นสมเด็จพระนเรศวรทรงยืนใช้ปืนนกสับยิงอย่างไม่เกรงอันตราย จนถูกฝ่ายข้าศึกยิงมาถูกพระแสงปืนแตก เรือของสมเด็จพระเอกาทศรถเข้ามายังเรือสมเด็จพระนเรศวร เรือสำเภาของพระยาจันจันตุได้ลมกรรโชกแรงวิ่งออกสู่ทะเลไปได้ ส่วนกองกำลังของพระองค์กลับคืนสู่พระนครเพราะไม่สามารถโต้ลมและคลื่นได้เป็นเพียงแต่เรือยาว ซึ่งจะเป็นฉากสู้รบที่จะได้ยินเสียงปืนยิงปะทะกัน เสียงระเบิดน้ำตามมาเป็นระยะและเสียงทหารฮึกเหิม ฉากที่ 3 "พระแสงดาบคาบค่าย" เริ่มเปิดฉากที่มีเสียงฮึกเหิมของทหารสมเด็จพระนเรศวรกำลังไล่กองทัพพม่ามาถึงหน้าค่ายมีการสู้รบบริเวณหน้าค่าย และบนค่ายสมเด็จพระนเรศวรทรงม้าไล่มาถึงหน้าค่าย ลงจากหลังม้าคาบพระแสงดาบคู่พระทัยปืนระเนียดอย่างกล้าหาญ อย่างไม่เกรงกลัวทำให้ทหารของพระองค์ฮึกเหิมมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปในค่ายได้สำเร็จ เพราะกองหนุนของทัพพม่าเพิ่มจำนวนมากขึ้น พระองค์จึงสั่งให้กลับพระนครทันที ในฉากนี้จะได้เห็นการสู้รบระหว่างสองฝ่ายที่มีทหารล้มตายเป็นจำนวนมาก ฉากที่ 4และ5 "สงครามรบพุ่งทำศึกพระมหาอุปราชา-พิชัยยุทธตัดไม้ข่มนาม" จะได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่สมเด็จพระนเรศวรนำทัพเรือเข้าโจมตีทัพพระมหาอุปราชา และเรือฝ่ายไทยกับพม่าเคลื่อนเข้าปะทะกัน ฉากที่ 6 "สืบสานสร้างประเพณีพุทธศาสนา" เป็นการบรรยายประกอบการแสดงให้เห็นภาพมณฑปค่อยๆ ลอยขึ้นไปอยู่ในอากาศเพื่อแสดงให้เห็นถึงยุคที่ความเจริญรุ่งเรืองและอารยธรรมประเพณีต่าง ๆ ได้ก่อกำเนิดขึ้น และมาถึงฉากที่ทุกคนใจจดใจจ่อชมการแสดงฉากที่ 7 "พันท้ายนรสิงห์" ที่ได้พระเอกหนุ่ม "ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง" มาถ่ายทอดเรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ เริ่มการแสดงเรือพระที่นั่งของพระเจ้าเสือซึ่งมีพันท้ายนรสิงห์คุมท้ายเรือแล่นผ่านทางมาถึงบริเวณกิ่งไม้ เกิดการชนกับหัวเรือพระที่นั่งหักลงจมน้ำพันท้ายท้ายนรสิงห์ทูลเกล้าให้ตัดศีรษะ แต่พระเจ้าเสือไม่ยอมจนในที่สุดพระเจ้าเสือจำพระทัยทำตามคำขอของพันท้ายนรสิงห์และทรงโปรดให้ตั้งศาลขึ้นบริเวณนั้น ซึ่งจะมีเทคนิกและเอฟเฟกต์มากมายในฉากนี้ โดยผู้ชมได้เห็นเลือดพุ่งจากหุ่นจำลองของพันท้ายนรสิงห์ ในขณะที่ศีรษะถูกฟันทำเอาผู้ชมส่งเสียงกรี๊ดกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ มีเสียงท้องฟ้าแปรปรวนขณะที่พันท้ายฯถูกตัดศีรษะ ซึ่ง "ทัช"ก็แสดงได้อย่างสมจริงเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมหลังการแสดงจบลง ฉากที่ 8 "สวรรค์เหนือนทีพยุหยาตราราชลมารค" เปิดฉากมาจะมีขบวนเรือรูปลักษณะเรือต่าง ๆ แล่นออกมา 3-5 ลำ ประดับตกแต่งเป็นเรือในสมัยกรุงศรีอยุธยามีฝีพายประจำอยู่ตามจำนวนของเรือแต่ละลำประมาณ 16-20 คน ทั้งคนและเรือจะถูกประดับตกแต่งอย่างตระการตา แล่นผ่านไปตามเส้นทางบริเวณบึงน้ำ ที่ Water screen เป็นภาพเรือหลายลำประกอบขบวนเรือพยุหยาตราดูแล้วจะเห็นเรือหลายลำแล่นอยู่บนผิวน้ำ ฉากที่ 9 "อาเพศเป็นปรากฎอัศจรรย์บอกเหตุ" แสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดนิมิตประหลาดพระเจ้าตากทรงเห็นว่าจะเสียกรุงศรีอยุธยาแน่แล้ว จึงได้นำพาทหารคู่ใจและชาวบ้านตีฝ่าออกไป จะได้เห็นภาพอลหม่านบนเวที่ มีทั้งการสู้รบ ไฟไหม้และเสียงร้องโหยหวนของผู้คน มาถึงฉากนี้ผู้ชมที่นั่งชมอยู่ถึงกับอินไปตามเนื้อเรื่องนั่งเศร้ากันไปตามๆ กัน และตามมาด้วยฉากปิดของการแสดง "วิญญาณในสายน้ำ" ที่ "นิ้ง กุลสตรี" มายืนอยู่กลางเวทีและเมื่อเสียงบรรยายกลอนจบลงมีน้ำพุยิงครอบศีรษะ "นิ้ง กลุสตรี" จนดูเสมือนอุโมงค์เมื่อไฟค่อย ๆ สว่างขึ้นเห็นนักแสดงทุกคนบนเวทีตามจุดต่าง ๆ ขึ้นมาอำลา เป็นอันเสร็จสิ้นการแสดงที่ใช้เวลาการแสดง 1 ชั่วโมงเต็ม ที่เต็มอิ่มไปด้วยอรรถรส ที่ได้รับจากการแสดงแสง สี เสียงในครั้งนี้ โดยเฉพาะการแสดงของนักแสดงทุกคน ที่ทุ่มเทให้กับการแสดงในรอบนี้ และทุ่มเทให้กับการแสดงในรอบต่อ ๆ ไปกันอย่างเต็มที่ หลังจากจบการแสดง"ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง"พระเอกหนุ่มผู้มารับบท "พันท้ายนรสิงห์" ได้เผยความรู้สึกว่า "ผมก็รู้สึกดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มารับบทเป็นพันท้ายนรสิงห์ เพราะเคยอ่านเรื่องราวความซื่อสัตย์และความรักหน้าที่ของเขาแล้วรู้สึกประทับใจมาก พอได้มารับบทนี้ก็ถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว สำหรับการแสดงแสง สี เสียงในวันนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตก็จะมีการเตรียมตัวค่อนข้างเยอะเหมือนกันครับ มีการซ้อมกันหนักแต่พอถึงเวลาแสดงจริง ก็มีทั้งตื่นเต้นและประหม่าก็ต้องตั้งสมาธิกันพอสมควรก่อนแสดง และขอพรจากพันท้ายนรสิงห์ขอให้การแสดงในวันนี้ลุล่วงไปด้วยดีด้วยครับ อย่างไรก็ดีผมก็อยากจะเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมชมการแสดงชุดนี้นะครับ สำหรับผมจะแสดงอีกในวันที่ 16,17,18,19,20,22 ธ.ค. และอย่าลืมชวนกันมาเที่ยวชมงานของ จ.อยุธยากันเยอะ ๆนะครับมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ปีหนึ่งมีแค่ครั้งเดียวพลาดไปล่ะน่าเสียดายแย่เลยครับ""นิ้ง-กุลสตรี ศิริพงษ์ปรีดา" นางเอกสาวผู้มารับบท "วิญญาณในสายน้ำ" เผยความรู้สึกว่า "การแสดงชุดนี้ถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของนิ้งเลยทีเดียว ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงในชุดนี้ และนิ้งก็จะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ ซึ่งการแสดงชุดนี้จะยากตรงที่ต้องพยายามซิงค์ให้ตรงกับบทพูดที่เราได้ลงเสียงเอาไว้ก่อนหน้านี้ ยิ่งใกล้วันงานก็รู้สึกตื่นเต้นก็พยายามซ้อมอย่างหนักคิดว่าพอถึงวันคงคลายความตื่นเต้นไปได้บ้างแต่พอถึงเวลาแสดงจริง ๆ กลับตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมเสียอีกแต่ก็รู้สึกดีใจที่มีประชาชนให้ความสนใจมาชมการแสดงกันเยอะมาก ในรอบต่อ ๆ ไป นิ้งก็อยากจะฝากเชิญชวนน้อง ๆคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาชมการแสดงกันเยอะๆ จะได้มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยาว่ามีประวัติความเป็นมาเป็นอย่างไรบ้าง และก็อยากจะเชิญชวนคุณพ่อ คุณแม่ให้พาลูก ๆ มาชมการแสดงชุดนี้กัน นิ้งรับรองได้ว่าจะได้ทั้งความบันเทิง และความรู้กลับบ้านไปอย่างแน่นอน งานครั้งนี้จะมีไปจนถึงวันที่22 ธ.ค.นี้มาพบกันให้ได้ สำหรับนิ้งจะแสดงในวันที่ 13,14,18,20,21 ธ.ค. มาเป็นกำลังใจกันเยอะ ๆ นะคะ"สำหรับ"พฤกษ์"จะแสดงในวันที่ 14,21 ธ.ค. และ "แอ้ม ศิรประภา" จะแสดงในวันที่ 15,16,17,19,22 ธ.ค. นี้โดยผู้ที่สนใจต้องการชมการแสดงแสง-เสียงครั้งยิ่งใหญ่ชุด "อารยธรรมยิ่งฟ้า...ศรีอยุธยามรดกโลก" ไฮไลท์สำคัญของงาน "ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก และงานกาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปี 2545" สามารถหาซื้อบัตรได้ในราคา 200,100,50 และ30บาท (เฉพาะนักเรียนที่มาเป็นหมู่คณะ) ได้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.พระนครศรีอยุธยาโทร.035-366-550/ปกครองจ.พระนครศรีอยุธยาโทร.035-336-564,035-336-631 /สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคกลาง เขต 6 จ.พระนครศรีอยุธยา โทร. 035-246-076-7 เริ่มแสดงตั้งแต่วันนี้ถึง 22 ธันวาคมนี้ โดยในวันที่ 20 และ 21 ธ.ค. มีให้ชมกันวันละ 2 รอบ (รอบแรกเวลา 19.00-20.00น. รอบสอง เวลา 21.00-22.00น.) ส่วนในวันที่ 16 -19 และ22 ธ.ค. จะมีให้ชมวันละ 1 รอบ (เวลา 19.30-20.30 น.) ณ บริเวณวัดพระราม จ.พระนครศรีอยุธยา ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ***สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สมลักษณ์ อินทร์สอาด (ยุ้ย) 01-815-1663 หรือ 02-511-0555 ต่อ 107--จบ-- -ตม-