กระทรวงแรงงานฯ ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอล
กรุงเทพฯ--13 พ.ย.--กระทรวงแรงงานฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบผู้แทนกระทรวง และกรรมาธิการแรงงาน เดินทางไปดูข้อเท็จจริงและสถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอลระหว่างวันที่ 12 - 15 ธันวาคม นี้ เพื่อนำมากำหนดเป็นมาตรการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยต่อไป จากที่เกิดวิกฤตการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล และล่าสุดมีแรงงานไทยได้รับบาดเจ็บ 2 คนนั้น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ นายอภัย จันทนจุลกะ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ ประธานคณะกรรมาธิการการ แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร และคณะ ไปศึกษาสภาพข้อเท็จจริงและสถานการณ์ของแรงงานไทยใน อิสราเอล โดยมีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 12 - 15 ธันวาคม 2545 ประเทศอิสราเอลอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประชากรประมาณ 5.4 ล้านคน ร้อยละ 82 เป็นชาวยิว ที่เหลือเป็นชาวอาหรับ ภาษาที่ใช้คือฮิบรู อารบิค อังกฤษ เมืองหลวงคือ กรุงเยรูซาเล็ม ศูนย์กลางธุรกิจคือ เทลอาวีฟ ปัจจุบันมีแรงงานไทยประมาณ 24,000 คน ( ไม่รวม แรงงานผิดกฎหมายซึ่งมีประมาณ 2,500 คน ) แบ่งเป็นภาคเกษตร 22,000 คน ภาคบริการ ( ร้านอาหาร , โรงแรม , ก่อสร้าง ) 2,000 คน อย่างไรก็ดีจากกรณีที่คนไทย 2 คน ได้รับบาดเจ็บจากการถูกคนร้ายปาเลสไตน์จับเป็นตัวประกันนั้น ล่าสุดทั้ง นายเสริม สอิ้งรัมย์ และนายประจักษ์ศิลป์ สีละโหล แพทย์อนุญาตให้กลับมารักษาตัวที่โมชาฟแล้ว นอกจากนี้ รมว.แรงงาน ยังได้มอบหมายให้คณะได้ไปตรวจและติดตามการเคลื่อนย้ายแรงงานไทยออกจากเขตกุชกาตีฟ ฉนวนกาซ่า ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายด้วย การเดินทางของ ปลัดกระทรวง และประธานกรรมาธิการการแรงงาน ในครั้งนี้ จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในการนำมากำหนดมาตรการการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยได้อย่างเหมาะสมต่อไป อนึ่ง ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายเขตกุชกาตีฟ ฉนวนกาซ่านี้ ยังมีแรงงานไทยอยู่ 126 ราย จัดส่งโดยบริษัทจัดหางานยูดี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด , บริษัทจัดหางานอุดรเอสพีซี , บริษัทจัดหางานโพธินันท์ , บริษัทจัดหางาน อีโคโนมิคส์ และบริษัทจัดหางานเซฟกรุ๊ป--จบ-- -สส-