กรมทางหลวงชี้แจงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางสาย Motorways - newswit
กรุงเทพฯ--2 ธ.ค.--ศูนย์ ปชส. กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงเผย การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในการที่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองตกเป็นข่าวอยู่ขณะนี้ เป็นหนึ่งในมติ ครม.เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2540 ที่ให้ความเห็นชอบในหลักการของแผนแม่บทการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Inter-City-Motorway) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง มีจำนวน 13 สายทาง รวมระยะทาง 4,150 กิโลเมตร โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง เพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางที่ได้ก่อสร้างในขณะนี้ มี 2 สายทาง รวมระยะทางทั้งสิ้น 146 กิโลเมตร ดังนี้ 1. ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - ชลบุรี (สายใหม่) เริ่มต้นจากแยกถนนศรีนครินทร์ไปบรรจบทางหลวงพิเศษชลบุรี - พัทยา (สายใหม่) ระยะทาง 82 กิโลเมตร การก่อสร้างแล้วเสร็จและได้เริ่มเปิดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2541 โดยมีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง 2 ด่าน คือ ด่านลาดกระบัง และด่านพานทอง แต่ละด่านจะมีช่องเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางด่านละ 14 ช่อง คือ ด้านขาออกและด่านขาเข้า ด่านละ 7 ช่อง 2. ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 ด่าน คือ ด่านธัญบุรี และด่านทับช้าง แต่ละด่านจะมีช่องเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง 2 ด่าน คือ ด่านธัญบุรี และด่านทับช้าง แต่ละด่านจะมีช่องเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางด่านละ 14 ช่อง คือ ด้านขาออกและด่านขาเข้า ด่านละ 7 ช่อง เนื่องจากในการก่อสร้างทางทั้งสองสายมิได้ตั้งงบประมาณสำหรับก่อสร้างด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางที่ถาวรและสมบูรณ์แบบ พร้อมกับการก่อสร้างทาง เมื่อถนนแล้วเสร็จหากเปิดให้ประชาชนใช้ยานพาหนะผ่านทางโดยไม่เก็บค่าผ่านทางก่อน จะก่อให้เกิดปัญหาในการจัดเก็บในภายหลัง เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ในการจัดเก็บค่าผ่านทาง กรมทางหลวงจึงได้มีการตั้งด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมแบบชั่วคราวสายทางละ 2 แห่ง ดังกล่าวข้างต้น ในระยะแรกการเก็บเงินค่าผ่านทางจะใช้วิธีขายบัตร และควบคุมการนับปริมาณรถอัตโนมัติด้วยระบบสายยาง (Rubber Tube) ซึ่งบนผิวจราจร การนับจะนับจากรถที่วิ่งทับบนสายยาง ระบบนี้มีปัญหา คือ ไม่สามารถจำแนกประเภทรถได้ เนื่องจากรถแต่ละชนิดจะเสียค่าธรรมเนียมผ่านทางไม่เท่ากัน อีกทั้งหากรถแล่นผ่านเร็วมากเครื่องก็จะทำงานไม่ทัน สายยางที่ถูกทับมากๆ ก็จะชำรุดง่าย กรมทางหลวงจึงได้ติดตั้งระบบควบคุมการรับรถด้วยคอมพิวเตอร์ทั้ง 4 ด่านเป็นเงินประมาณ 79 ล้านบาท เพื่อบันทึกข้อมูลหรือเหตุการณ์ต่างๆ เป็นทั้งข้อมูลและถ่ายส่งไปยังหอควบคุมเครื่องมือดังกล่าวสามารถตรวจสอบแยกประเภทรถได้ มีโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับตรวจสอบการทำงานของพนักงานและการจราจร โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ สามารถเรียกขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของพนักงานและการจราจร โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ สามารถเรียกขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของพนักงานและการจราจร โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ สามารถเรียกขึ้นมาตรวจสอบได้ตลอดเวลาโดยติดตั้งแล้วเสร็จเมื่อปี 2543 และตามสัญญาจะต้องค้ำประกันความเสียหายเป็นเวลา 2 ปี ในระหว่างค้ำประกันผลงานนั้นเกิดเสียหายบ่อยครั้ง ทางสำนักงานทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้แจ้งให้บริษัทเข้าซ่อมแซม แต่บริษัทไม่ยอมมาซ่อมแซมให้จึงได้มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายครั้งแรกเป็นเงินประมาณ 15 ล้านบาท และครั้งที่ 2 เป็นเงินประมาณ 12 ล้านบาท และขณะนี้กรมทางหลวงกำลังว่าจ้างบริษัทอื่นมาซ่อมแซม จากสาเหตุที่เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดขัดข้อง เสียบ่อยครั้ง ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบจำนวนเงินรายได้และจำนวนรถที่ผ่านทางได้อย่างถูกต้อง จึงเป็นช่องทางทำให้มีการทุจริตเกิดขึ้น กรมทางหลวงได้มีการสอบสวน ลงโทษผู้กระทำผิดอยู่ตลอดเวลา และได้มีมาตรการตรวจสอบและกวดขันเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวดแต่ปรากฎว่ายังมีการทุจริตเกิดขึ้นอีก ดังนั้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2545 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะอธิบดีกรมทางหลวง ได้แจ้งความและนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าตรวจค้นและจับกุมพนักงานขายบัตรในตู้เก็บเงิน ณ ด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางทับช้าง จำนวน 6 ราย เป็นลูกจ้างประจำ 2 ราย และลูกจ้างชั่วคราว 4 ราย จากหลักฐานการตรวจค้นปรากฎว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นเนื่องจาก 1. มีเงินสด เกินกว่าบัตรที่มีฉีกขายให้กับผู้ผ่านทางซุกซ่อนอยู่ในตัว 2. นำบัตรเก่ามาขายหมุนเวียน 3. มีสมุดบัตรหลายเล่ม ซึ่งจะมีการตรวจสอบต่อไปว่าเป็นบัตรปลอมหรือไม่ ขณะนี้ตำรวจนครบาลประเวศกำลังทำการสอบสวนเพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลหรือส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการต่อไปแล้วแต่กรณี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนขยายผลโยงไปบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อนึ่ง ก่อนหน้าที่จะมีการจับกุมในครั้งนี้สำนักงานทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้มีการสอบสวนและไล่พนักงาน ซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวประจำด่านจำนวน 23 คนไปก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น เพื่อป้องกันการทุจริตในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง กระทรวงคมนาคมจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ โดยให้ นางสินีนาฏ โสดสถิตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการสอบสวนข้อเท็จจริง รวมทั้งเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกรือพาดพิงมาชี้แจงข้อเท็จจริง และส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณา นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือจากกองทัพบกให้จัดส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปทำหน้าที่นับจำนวนรถยนต์ที่ผ่านด่าน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นข้อมูลและสถิติในการประเมินรายได้จากค่าผ่านทางเปรียบเทียบกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเปรียบกับการจัดเก็บรายได้ที่ผ่านมา รวมทั้งจะเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบกับการจัดเก็บต่อไป โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 25 พฤศจิกายน - วันที่ 24 ธันวาคม 2545 เป็นระยะเวลา 1 เดือน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ 10100 โทร. 0-2282-9476, 0-2282-9559 โทรสาร 0-2281-6300--จบ-- -ขธ-