ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์รุกเพิ่มลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กรุงเทพฯ--31 ม.ค.--ตลาดหลักทรัพย์ฯ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยในพิธีลงนามในสัญญามอบหมายให้บริษัทศูนย์รับฝาก หลักทรัพย์ เป็นนายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในวันนี้ (30 มกราคม 2546) ว่า ตามที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดให้บริการด้าน Service Bureau และงานนายทะเบียนแก่กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพไปเมื่อกลางปี 2545 นั้น งานดังกล่าวได้รับความสนใจและการตอบรับจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนต่างๆ เป็นอย่างดี "ด้วยประสบการณ์การเป็นนายทะเบียนกว่า 25 ปี และการมีโครงสร้างพื้นฐานระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย รวมทั้งความเป็นกลาง บริษัทจะขยายการให้บริการไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งจะครอบคลุมการบริหารจัดการ ข้อมูลทั้งในส่วนของกองทุนนายจ้าง และสมาชิกกองทุน อาทิ ข้อมูลมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ข้อมูลสรุปยอดกองทุน ข้อมูลเงินสะสม เงินสมทบ กฎเกณฑ์และผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งจะรวมถึงการให้บริการการตอบข้อมูลแก่สมาชิกกองทุนผ่านทางโทรศัพท์ (Call Center) และทางอินเทอร์เน็ตด้วย นับเป็นบริการแบบ One Stop Service ที่สะดวกอย่างยิ่ง" นายกิตติรัตน์กล่าว ด้านนางสาวประภา ปูรณโชติ รองกรรมการผู้จัดการ เจ้าหน้าที่บริหารผู้บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) เปิดเผยว่า สาเหตุที่บลจ. กรุงไทย เลือกใช้บริการงานทะเบียนในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ เพราะเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญทางด้านงานทะเบียนหลักทรัพย์ที่มีระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพและระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยในการจัดเก็บฐานข้อมูลลูกค้า และการให้บริการที่สะดวกรวดเร็ว เนื่องจากบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มยอดลูกค้ารายใหม่โดยในปัจจุบันกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีลูกค้ากว่า 77,000 คน "นอกจากนี้ บริษัทมีโครงการจะย้ายทะเบียนหน่วยลงทุนกองทุนรวม (Mutual Fund) มาอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ภายในไตรมาส 2 และที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหน่วยลงทุนให้กับกองทุนเปิดกรุงไทยวางแผนภาษีเพื่อการเลี้ยงชีพ1 (RMF1 ) และกองทุนเปิดกรุงไทยวางแผนภาษีเพื่อการเลี้ยงชีพ 2 ( RMF2) ด้วย" นางสาวประภากล่าว ปัจจุบันบลจ.กรุงไทย มีสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การจัดการทั้งสิ้นเกือบ 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 38,619 ล้านบาท กองทุนส่วนบุคคล 6,080 ล้านบาท กองทุนรวม 12,173 ล้านบาท และกองทุนจัดตั้งพิเศษ 12,677 ล้านบาท นางนงราม วงษ์วานิช กรรมการและผู้จัดการ บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า " ธุรกิจการให้บริการหลังการซื้อขายแก่กองทุนมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากธุรกิจกองทุนมีอัตราการเจริญเติบโตที่สูง และประชาชนให้ความสนใจในการลงทุนผ่านช่องทางนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีอัตราผลตอบแทนที่สูง รวมทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย โดยในปี 2546 คาดว่าจะมีกองทุนทั้งในส่วนของ RMF และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ที่เข้ามาใช้บริการ Service Bureau ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ไม่น้อยกว่า 50 กองทุน" ปัจจุบันบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ได้ให้บริการหลังการซื้อขายให้แก่ บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน) บลจ. พรีมาเวสท์ จำกัด และ บลจ. ไอ เอ็น จี (ประเทศไทย) จำกัด รวมทั้งสิ้น 8 กองทุน สำหรับผู้ร่วมลงนามในส่วนของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ได้แก่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานคณะกรรมการบริหาร นางนงราม วงษ์วานิช กรรมการและผู้จัดการ และนางพรรณพร ทรัพย์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนายทะเบียนกองทุน บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่วนผู้แทนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย นายสุมน สุรทิณฑ์ กรรมการและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ นางดนุชา ยินดีพิธ กรรมการ และ น.ส.ประภา ปูรณโชติ รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าสายงานพัฒนาธุรกิจ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามในครั้งนี้ด้วย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมใดสนใจใช้บริการหลังการซื้อขายและงานนายทะเบียนของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายนายทะเบียนกองทุน บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด โทรศัพท์ 0-2229-2967 ถึง 0-2229-2972--จบ-- -ศน-

ข่าว พรรณพร ทรัพย์สมบูรณ์ ล่าสุด