ขสมก. ปรับการบริหารงานใหม่ ให้ทุกเขตการเดินรถบริหารงานแบบ "ศูนย์กำไร" ตั้งเป้าหมายในปีนี้ลดขาดทุน 290 ล้านบาท
กรุงเทพฯ--31 ม.ค.--ศูนย์ปชส. กระทรวงคมนาคม นายพีระพงศ์ อิศรภักดี ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่าตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายนิกร จำนง) และผลการศึกษาประสิทธิภาพการบริหารจัดการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ให้ ขสมก.นำการบริหารงานในระบบ "ศูนย์กำไร" (Profit Center) มาใช้กับเขตการเดินรถทั้ง 8 เขต เพื่อเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่าย โดยระบบนี้สามารถวัดผลงานด้านการเงินในรูปของกำไร-ขาดทุนได้อย่างชัดเจน มีการจัดรูปแบบบัญชีรายได้-รายจ่าย แยกออกมาให้เห็นได้ชัดระหว่างในส่วนของรถโดยสารปรับอากาศและรถโดยสารธรรมดา โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนางานบริการเดินรถเพื่อความพึงพอใจแก่ผู้โดยสารด้วย ขสมก.ได้เริ่มนำระบบการบริหารแบบศูนย์กำไรมาใช้ดำเนินการทั้ง 8 เขต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 กันยายน 2546 และจะมีการประเมินผลงานของแต่ละเขตการเดินรถทุกเดือนและทุกไตรมาส (3 เดือน) จากคณะกรรมการกลางประเมินผลที่ ขสมก. แต่งตั้งขึ้น ซึ่งหากเขตการเดินรถใดสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จะได้ผลตอบแทนพิเศษเป็นรางวัลในรูปของโบนัสหรือตำแหน่งหน้าที่การงานด้วย นายพีระพงศ์ฯ เปิดเผยต่อไปว่า การนำระบบการบริหารงานแบบศูนย์กำไรมาใช้ครั้งนี้เป็นแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานในการลดการขาดทุนและสอดคล้องกับการจัดทำบันทึกข้อตกลงและประเมินผลรัฐวิสาหกิจ ของกระทรวงการคลัง ที่กำหนดให้ ขสมก. จัดทำก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 นี้ แต่ ขสมก.ได้ดำเนินการแล้วเสร็จก่อนระยะเวลาที่กำหนด ซึ่ง ขสมก. ได้ตั้งเป้าหมายในการลดการขาดทุนด้านการเดินรถลง (ไม่รวมดอกเบี้ย) 290 ล้านบาทในปี 2546 หรือลดลง 8.86% แยกเป็นลดการขาดทุนในการเดินรถโดยสารธรรมดา (รถร้อน) ลงจำนวน 27 ล้านบาท และรถโดยสารปรับอากาศ 263 ล้านบาท สำหรับการขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในส่วนของการให้บริการเชิงสังคม (PSO) เฉพาะรถโดยสารธรรมดาในปี 2546 อยู่ในวงเงินประมาณ 1,400 ล้านบาท--จบ-- -รอ/ศน-