ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ประจำวันที่ 14 มกราคม 2545

กรุงเทพฯ--24 ม.ค.--ศูนย์ปชส. กระทรวงคมนาคม คณะรัฐมนตรีได้มีผลการประชุมเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2545 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ตึกสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหลังใหม่ ซึ่งสรุปผลการประชุมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ดังนี้ 1. เรื่อง รายงานความก้าวหน้าการพัฒนาระบบตรวจสอบภายในของส่วนราชการตามมติคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงการคลังรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาระบบตรวจสอบภายในของส่วนราชการ ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ประชุมร่วมกับสำนักงาน ก.พ. เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2545 เพื่อหารือตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2545 ผลการประชุมสรุปได้ ดังนี้ 1. การปรับปรุงโครงสร้างองค์กรของหน่วยตรวจสอบภายใน โดยให้เป็นหน่วยงานที่อยู่ในโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการและได้รับการประกาศอยู่ในพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย กล่าวคือ ถ้างานตรวจสอบภายในอยู่ในโครงสร้างการแบ่งส่วน ราชการ ผู้ตรวจสอบภายในจะมีศักดิ์และสิทธิเช่นเดียวกับหน่วยรับตรวจ ซึ่งจะทำให้ผู้ตรวจสอบภายในได้รับความร่วมมือและการยอมรับจากหน่วยรับตรวจ และสามารถขอรับการจัดสรรงบประมาณเป็นของตนเอง แต่โอกาสที่จะก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงมีน้อย เนื่องจากเป็นโครงสร้างที่ค่อนข้างตายตัวในรูปแบบพีรามิดซึ่งมีฐานกว้าง ระดับบนแคบ ตำแหน่งในระดับสูงมีน้อย แต่หากกำหนดให้งานตรวจสอบภายในเป็นสายงานวิชาชีพเฉพาะ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ จะทำให้ผู้ตรวจสอบภายในมีโอกาสก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับสูงได้มาก เพราะเป็นการก้าวขึ้นสู่ระดับสูงด้วยตนเอง แต่ทั้งนี้ผู้ตรวจสอบภายในจะต้องพัฒนาศักยภาพและมีผลงานเป็นสิ่งพิสูจน์ 2. การปรับปรุงคุณสมบัติและเงื่อนไขการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้ตรวจสอบภายใน ควรปรับปรุงคุณสมบัติและเงื่อนไขการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้ตรวจสอบภายใน โดยให้มีผู้ตรวจสอบภายในที่มีวุฒิการศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของส่วนราชการด้วย เช่น ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น 3. การกำหนดความเจริญก้าวหน้าในสายงานตรวจสอบภายในและการพัฒนาสายงานตรวจสอบภายในเป็นสายวิชาชีพ ปัจจุบันผู้ตรวจสอบภายในระดับกระทรวงมีความก้าวหน้าในหน้าที่งานอย่างชัดเจนอยู่แล้ว คือระดับ 7 8 และ 9 และในอนาคตระบบการจำแนกตำแหน่งจะเปลี่ยนไป สำนักงาน ก.พ. มีแนวทางที่จะมอบอำนาจให้แต่ละกระทรวงดำเนินการเอง ซึ่งจะทำให้ส่วนราชการสามารถกำหนดกรอบอัตรากำลังและระดับตำแหน่งได้เองภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายด้านบุคคล และหลักเกณฑ์หรือกรอบที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด 4. การดำเนินการ ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์ด้านระบบตรวจสอบภายใน หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ และหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรของหน่วยงานตรวจสอบภายใน และการปรับปรุงสายงานตรวจสอบภายใน และให้กรมบัญชีกลางและสำนักงาน ก.พ. ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับการพัฒนาระบบตรวจสอบภายในของส่วนราชการ เพื่อเป็นกรอบในการปฏิบัติงานและรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบเป็นการเบื้องต้น จากการประชุมหารือดังกล่าวข้างต้น กรมบัญชีกลางจึงได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างและสายงานตรวจสอบภายในของส่วนราชการ คณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์และกำหนดแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างงานตรวจสอบภายใน วิเคราะห์ และปรับปรุงคุณสมบัติและเงื่อนไขการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้ตรวจราชการภายใน กำหนดแนวทางการพัฒนาสายงานตรวจสอบภายในให้เป็นสายงานวิชาชีพที่เป็นรูปธรรมและยอมรับโดยทั่วไป รวมทั้งกำหนดแนวทางในการจัดให้มีผู้ตรวจสอบภายในรับอนุญาตในภาคราชการพร้อมกับจัดทำแผนปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาระบบตรวจสอบภายในของส่วนราชการ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบตรวจสอบภายในของส่วนราชการต่อไป 2. เรื่อง การปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - ลาว (ฝ่ายไทย) คณะรัฐมนตรีอนุมัติการปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - ลาว (ฝ่ายไทย) ตามข้อเสนอของกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ได้รวมกรมเจ้าท่าเข้ากับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชย์นาวี และเปลี่ยนชื่อเป็นกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี จึงขอเปลี่ยนจาก "อธิบดีกรมจ้าท่าหรือผู้แทน" เป็น "อธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีหรือผู้แทน" จากเดิม "เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์" เป็น "เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์หรือผู้แทน" 3. เรื่อง การติดตามผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามมติคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง การติดตามผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ ดังนี้ 1. ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบในการติดตามผลการปฏิบัติของราชการส่วนท้องถิ่น 2. ให้มีการรายงานผลการปฏิบัติไปยังคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนตุลาคมของทุกปี โดยให้สำนักงานปลัด(ยังมีต่อ) -ศน-

ข่าว กระทรวงการต่างประเท ล่าสุด