รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือในการดำเนินซ่อมแซมทางหลวงที่ถูกอุทกภัย กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กรุงเทพฯ--10 ม.ค.--ศูนย์ ปชส. กระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคม ขอความร่วมมือจากกระทรวงกลาโหม ทำการซ่อมแซมทางหลวงที่ถูกอุทกภัย ในพื้นที่ 17 จังหวัด จำนวน 30 โครงการ โดยจัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือในการดำเนินงานซ่อมแซมทางหลวงที่ถูกอุทกภัย ในวันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2546 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ พลเอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลางโหม ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานซ่อมแซมทางหลวงที่ถูกอุทกภัยโดยหน่วยงานทหารขึ้น โดยมี นายพิเชษฐ สถิรชวาล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอดิศักดิ์ ภู่วราวุฒิพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายเทิดศักดิ์ เศรษฐมานพ อธิบดีกรมทางหลวง ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2546 ณ ศาลาว่าการกลาโหม การทำบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ กระทรวงคมนาคม โดย กรมทางหลวงจะมอบภารกิจในการซ่อมแซมทางหลวงที่ถูกอุทกภัยจำนวน 30 โครงการ ในพื้นที่ 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพะเยา พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร เลย เพชรบูรณ์ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ปทุมธานี อ่างทอง นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้จะใช้เงินงบกลางประจำปีงบประมาณ 2546 เป็นเงินจำนวน 429,577,559 บาท แก่หน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย กรมการทหารช่าง กองทัพบก จำนวน 13 โครงการ เป็นเงิน 228,781,700 บาท หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการทหารสูงสุด จำนวน 5 โครงการ เป็นเงิน 111,126,000 บาท และสำนักงานปลัดกระทรวง (โดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก) จำนวน 12 โครงการ เป็นเงิน 89,669,859 บาท ในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ได้ มอบหมายภารกิจให้ หน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นของ กระทรวงกลาโหมทำการซ่อมแซมทางหลวงที่ถูกอุทกภัยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ให้ มีผลงานที่ดีตามมาตรฐานรูปแบบและข้อกำหนดของกรมทางหลวง สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อยของประชาชนได้ อย่างรวดเร็ว โดยค่าก่อสร้างของทางทหารจะให้ถูกกว่าราคาประเมินที่ใช้กับงานจ้างเหมาะประเภทเดียวกันของกรมทางหลวงประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ และใช้ระยะเวลาดำเนินงานประมาณ 120 วัน นับจากวันที่ได้รับงบประมาณ ทั้งนี้จะได้ทำการให้แล้วเสร็จก่อนย่างเข้าฤดูฝน ในระหว่างการก่อสร้างให้มีอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยตามมาตรฐานของกรมทางหลวง เพื่อให้ผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกและมีความปลอดภัยอย่างพอเพียงทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน โดยจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ทางและประชาชนบริเวณใกล้เคียงได้รับทราบข้อมูลข่าวสารของโครงการซ่อมแซมดังกล่าวตลอดระยะเวลาดำเนินการ การที่หน่วยงานของกระทรวงกลาโหมเข้ามาร่วมซ่อมแซมถนนในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมาก เนื่องจากทางทหารมีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร และเครื่องมือ เครื่องจักรที่จะดำเนินการในขณะนี้ สามารถที่จะเข้าทำการซ่อมแซมถนนเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางได้ทันทีและเสร็จภายในเวลาอันสั้น กรมทางหลวงได้รับงบประมาณในการซ่อมทางหลวงที่ถูกอุทกภัย ทั้งสิ้น 2,077 ล้านบาทได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมรับไปดำเนินการ 30 โครงการ เป็นเงิน 429,577,559 บาท และสำหรับส่วนที่เหลือ 366 โครงการ เป็นเงิน 1,643,241,630 บาท กรมทางหลวงจะทำการซ่อมแซมเอง โดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน 3 แห่ง และหน่วยงานของกรมทางหลวง จำนวน 71 โครงการ เป็นเงิน 208,929,746 บาท ส่วนที่เหลือจะจ้างเหมา จำนวน 295 โครงการ เป็นเงิน 1,434,311,884 บาท ขณะนี้งานที่ดำเนินการเองโดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน ได้แก่ งานก่อสร้างอาคารระบายน้ำ กรมทางหลวงได้เข้าดำเนินการก่อนแล้วตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2545 โดยใช้วัสดุที่มีอยู่ในปีงบประมาณส่วนงานจ้างเหมากำลังอยู่ระหว่างการออกประกาศ ประกวดราคา สอบราคา คาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ประมาณเดือนมกราคม 2546 และงานที่มอบให้หน่วยงานในกระทรวงกลาโหม อยู่ระหว่างจัดทำข้อตกลงร่วม 2 ฝ่าย และขอทำความตกลงกับกรมบัญชีกลางในเรื่องโอนเงินงบกลาง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือน มกราคม 2546 เช่นกัน โดยทุกโครงการของหน่วยงานต่างๆ จะต้องดำเนินการให้อยู่ในระยะเวลาประมาณ 120 วัน นับจากวันที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ และให้แล้วเสร็จก่อนย่างเข้าฤดูฝน--จบ-- -นท/สท-

ข่าว อดิศักดิ์ ภู่วราวุฒิพานิช ล่าสุด