บทความ: ผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่น มั่นใจในการปราบปรามของรัฐได้ผล - newswit

กรุงเทพฯ--6 ม.ค.--สนพ. โดย โครงการประชาสัมพันธ์การป้องกันและปราบปรามน้ำมันเถื่อน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ตอนที่ 19 ผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่น มั่นใจในการปราบปรามของรัฐได้ผล การเติบโตของ "ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน" ที่ผุดขึ้นเห็นเด่นชัดตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมานั้น ได้ส่งสัญญาณอันตรายต่อธุรกิจของบริษัทผู้ค้าน้ำมันมากขึ้น ๆ เรื่อยมา ยอดขายที่ลดลงทำให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ กำไรที่สูงถึงลิตรละ 3-4 บาท มันช่างยั่วต่อมน้ำลายของพวก "ขบวนการโกงชาติ" เสียนี่กระไร เมื่อของถูก....ความต้องการมาก....ธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว น้ำมันเถื่อนจากต่างประเทศเริ่มไหลทะลักเข้าสู่แหล่งจำหน่ายต่าง ๆ ....ปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก....ถังลอย....ปั๊มหลอดแก้ว....แพปลา....ห้องเย็น ไม่เว้นแม้กระทั่ง....ปั๊มที่มียี่ห้อก็ถูกเจ้าของปั๊มที่เห็นแก่ได้บางรายลักลอบซื้อน้ำมันเถื่อนมาขายในปั๊ม คุณภาพน้ำมันไม่ได้มาตรฐานที่รับจากผู้ค้าน้ำมัน ยอดขายตกลง ทำให้ผู้ค้าน้ำมันเจ้าของแบรนด์เนมต้องเสียทั้งชื่อเสียงและรายได้ไปพร้อม ๆ กัน ผู้ค้าน้ำมันคุมมาตรฐาน เมื่อถึงจุด....การรวมตัวจึงเกิดขึ้น ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ เช่น ปตท. เชลล์ เอสโซ่ คาลเท็กซ์ บางจาก ฯลฯ จึงได้รวมกลุ่มกันชื่อว่า "Thailand Information Coordination Group" หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "TICG" ขึ้น โดยตั้งหน่วยรถเคลื่อนที่ตรวจสอบน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันของตน เพื่อคุมมาตรฐานน้ำมันของตนให้มีคุณภาพดี ถูกต้องตามที่บริษัทกำหนดไว้ ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตรวจสอบคุณภาพน้ำมันและพบว่าน้ำมันไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ในขั้นแรกบริษัทผู้ค้าน้ำมันจะดำเนินการตักเตือนสถานีบริการและมีมาตรการในการกำหนดปริมาณน้ำมันที่ต้องขายตามที่บริษัทกำหนด แต่หากสถานีบริการยังจำหน่ายน้ำมันคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน บริษัทผู้ค้าน้ำมันจะเพิกถอนสถานีบริการน้ำมันไม่ให้จำหน่ายน้ำมันยี่ห้อของตนทันที รัฐออกมาตรการปราบน้ำมันเถื่อน ในปี 2538 สมัยที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น ได้จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (ศปนม.) ขึ้น โดยตัวท่านเป็น ผบ.ศูนย์ มี พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ยมกกุล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็น รอง ผบ.ศูนย์ และ พล.ต.ต.เสรี เตมียเวส รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นผู้ช่วย ผบ.ศูนย์ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมอำนวยการประสานงานตลอดจนเข้าปฏิบัติการด้วยชุดเฉพาะกิจทั้งทางบกและทางทะเล ในการสืบสวนหาข่าว จัดเก็บข้อมูลพื้นฐาน ประสานการปฏิบัติกับหน่วยข่าวและวางระบบการรายงานข่าว จัดเก็บข้อมูลพื้นฐาน ประสานการปฏิบัติกับหน่วยข่าวและวางระบบการรายงานข่าว ตรวจค้น จับกุม ในช่วงนี้เองบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการให้ความร่วมมือกับตำรวจชุดเฉพาะกิจ ในการสืบหาเบาะแสแหล่งกระทำผิดต่าง ๆ เพื่อรายงานผลให้ชุดเฉพาะกิจของ ศปนม. ทราบ เพื่อเข้าตรวจค้นจับกุม รวมทั้งการประชุมหารือให้ความคิดเห็นและร่วมมือในการให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายน้ำมันในประเทศ ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา กลุ่มผู้ค้าน้ำมันก็ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทเข้ามาร่วมทำงานกับชุดเฉพาะกิจของ ศปนม. มาโดยตลอด ประเมินยอด....น้ำมันเถื่อน กลุ่ม TICG นี้ได้เคยว่าจ้างสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือที่เรียกกันคุ้นปากว่า "TDRI" ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง "การลักลอบนำเข้าน้ำมัน : ปัญหาและมาตรการ" ซึ่งได้มีการประเมินปริมาณการลักลอบน้ำมันเถื่อน โดยพบว่าในช่วงปี 2523-2533 การลักลอบยังมีไม่มากนัก แต่เริ่มมีการลักลอบมากขึ้นตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา ในปี 2534 ปริมาณการลักลอบอยู่ระหว่าง 770-970 ล้านลิตร 2535 ปริมาณการลักลอบอยู่ระหว่าง 1,440-1,700 ล้านลิตร 2536 ปริมาณการลักลอบอยู่ระหว่าง 900-1,300 ล้านลิตร 2537 ปริมาณการลักลอบอยู่ระหว่าง 1,050-1,500 ล้านลิตร 2538 ปริมาณการลักลอบอยู่ระหว่าง 120-800 ล้านลิตร 2539 เป็นต้นไป ปริมาณการลักลอบอยู่ระหว่าง 120-400 ล้านลิตร สถานการณ์ความรุนแรงของการลักลอบได้ลดความรุนแรงลงไปจากอดีตมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา ผลจากการที่มีศูนย์รวมการประสานงานป้องกันและปราบปรามน้ำมันเถื่อน รวมทั้งการให้การสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ ทำให้การป้องกันและปราบปรามเป็นไปอย่างได้ผล จนในปัจจุบันอาจจะกล่าวได้ว่า การลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนทางทะเล แทบจะหมดสิ้นไปแล้ว จะมีอยู่บ้างก็ด้านทะเลอันดามันและชายแดนประเทศมาเลเซีย แต่ก็ไม่มากนัก ร่วมมือ...กับภาครัฐ ผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมัน มีหน้าที่จะต้องรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต จัดหา และจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งในส่วนของน้ำมันที่ผลิตในประเทศนำเข้า-ส่งออกต่างประเทศ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการรายงานข้อมูลของน้ำมันที่ผลิตขึ้นเพื่อนำไปจำหน่ายให้ชาวประมงในเขตต่อเนื่องอีกด้วย โดยเฉพาะโครงการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่อง หรือ โครงการน้ำมันเขียว ผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นจะต้องจัดเตรียมถังในการเก็บน้ำมันในโครงการหรือน้ำมันสีเขียวต่างหาก เพื่อมิให้มีการนำไปปะปนกับน้ำมันที่จำหน่ายในประเทศและจะต้องควบคุมการผลิตน้ำมันสำหรับโครงการให้เพียงพอกับปริมาณการใช้ของเรือประมงที่มีการประมาณการไว้ บรรดาผู้ค้าน้ำมันต่างให้ความเห็นว่าโครงการจำหน่ายน้ำมันเขียวนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยได้ผลตอบรับที่ดีจากชาวประมงที่ใช้น้ำมันเขียวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลังจากเริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเขียวสูงขึ้น ทำให้รัฐขยายพื้นที่การจำหน่ายน้ำมันเขียวในเขตต่อเนื่องทางทะเล 12-24 ไมล์ทะเลให้ครอบคลุมทั้งน่านน้ำฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อให้ผลประโยชน์สูงสุดแก่ชาวประมง โดยน้ำมันที่จำหน่ายให้แก่ชาวประมงทุกหยดนั้นรับรองคุณภาพได้ว่าเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพดี ราคาถูกและปริมาณครบเต็มจำนวน แต่น้ำมันต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาจำหน่ายนั้นไม่สามารถรับรองคุณภาพของน้ำมันได้ ประโยชน์ที่ผู้ค้าน้ำมันได้รับคือ ยอดจำหน่ายสูงขึ้น เงินตราไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ ช่วยเศรษฐกิจประเทศให้ดีขึ้น บริษัทพร้อมให้การสนับสนุนโครงการนี้กับภาครัฐต่อไปอย่างแน่นอน สุดท้ายในการประเมินผลความสำเร็จของโครงการน้ำมันสีเขียวในแต่ละปี คณะทำงานประสานงานความร่วมมือภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาน้ำมันเถื่อน ซึ่งมีผู้ค้าน้ำมันทั้งรายใหญ่ รายย่อยและโรงกลั่นน้ำมันเป็นคณะทำงาน จะต้องทำการประเมินผล สรุปผลดี ผลเสีย พร้อมข้อเสนอแนะต่าง ๆ สำหรับการดำเนินโครงการ ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้ภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเป็นกลางและป้องกันการทุจริตมีส่วนได้ส่วนเสียของเจ้าหน้าที่ของรัฐ นี่เป็นอีกส่วนหนึ่งของความร่วมมือกันอย่างจริงจังของภาคเอกชนที่ผนึกกำลังอย่างแข็งขันในการแก้ไขปัญหาน้ำมันเถื่อนร่วมกับภาครัฐ สำหรับแนวทางการดำเนินงานในอนาคต รัฐเองก็พยายามที่จะเน้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด เพราะนี่คือหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งการปฏิรูประบบราชการ พบเบาะแส น้ำมันเถื่อน ติดต่อ ตู้ ปณ.345 ปณ.จ.พระโขนง กรุงเทพ 10100 โทร. 0-2662-3288 www.nepo.go.th/petrol-- จบ-- -ศน-

ข่าว สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ ล่าสุด