เปิดสูตรเคล็ดลับอาหารไทยจานเดียวครั้งแรกกับแชมป์ภาคตะวันออก ในงานภูมิปัญญาอาหารไทย ปี 2545 "อัศจรรย์อาหารจานใหม่ … ใส่ไอเดีย" - newswit

กรุงเทพฯ--25 ต.ค.--ไดเร็คท์ เรสพ็อนซ์ (ประเทศไทย) โครงการภูมิปัญญาอาหารไทย ปี 2545 "อัศจรรย์อาหารจานใหม่ … ใส่ไอเดีย" เป็นการประกวดแข่งขันสร้างสรรค์อาหารจานใหม่จานเดียวที่เลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นไทยมาใช้ปรุงแต่งอาหาร และตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้เล็งเห็น และตระหนักถึงคุณค่าของการสืบสานอาหารไทยให้ดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ และภูมิปัญญาไทยท้องถิ่นที่คงคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่แพร่หลายทั้งในกลุ่มคนไทย และชาวต่างชาติ ด้วยการจับมือร่วมกันระหว่างหน่วยงานเอกชน บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น บริษัท ไทยฮา จำกัด ผู้ผลิต และบริษัท เชียร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราเกษตร และหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยจัดแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทประชาชนทั่วไป, ร้านอาหาร และภัตตาคาร/โรงแรม สำหรับการประกวดแข่งขันโครงการดังกล่าว เริ่มจัดการแข่งขันขึ้นเป็นครั้งแรกที่ภาคกลาง และกทม. ในช่วงเดือนกันยายน และภาคเหนือในช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนในท้องถิ่นเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก จนมาถึงการแข่งขันในภาคตะวันออกในวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม ศกนี้ นับได้ว่าได้รับความสนใจจากประชาชนชาวภาคตะวันออกไม่น้อยไปกว่าในเขตภาคอื่นๆ ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายไพรัช สุทธิธำรงสวัสดิ์ นายกเมืองพัทยา มาเป็นประธานกล่าวเปิดงาน ก่อนเริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ การประกวดแข่งขันในภาคตะวันออกมีการคัดเลือกผู้เข้ารอบตัดสินเหลือเพียง 10 ท่าน ในแต่ละประเภทการแข่งขัน จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่า 150 ท่านในภาคตะวันออก ซึ่งสร้างความหนักใจต่อคณะกรรมการตั้งแต่รอบคัดเลือก ด้วยผู้เข้าแข่งขันแต่ละท่านต่างสรรหาเมนูอัศจรรย์อาหารจานใหม่ใส่ไอเดียมาอย่างสุดฝีมือ อาทิ ชาละวันสะบัดร้อนสะบัดหนาว มรกตลงทะเลราดข้าว ขนมจีนนวคุณ ชะมวงฝักทองจันทบุรี เป็นต้น อันนับเป็นสูตรอาหารที่ล้วนเป็นสุดยอดเคล็ดลับอาหารกันทั้งสิ้น โดยในรอบตัดสินนี้จะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา อาทิ นักชิมชื่อดัง "สันติ เศวตวิมล - แม่ช้อยนางรำ" ที่เดินทางมาร่วมตัดสินด้วยตนเอง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและสื่อมวลชนประจำภาคตะวันออก ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะมีเวลาสำหรับประกอบอาหาร พร้อมตกแต่งให้สวยงามเพื่อให้คณะกรรมการตัดสิน ในเวลา 1 ชั่วโมง โดยเตรียมทำส่วนประกอบที่ใช้เวลาค่อนข้างนานกันมาก่อนแล้ว นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการเล่นเกมบนเวทีคั่นเวลาระหว่างการแข่งขันแต่ละประเภท ก่อนปิดท้ายด้วยเกมสนุกที่สร้างสีสันให้กับงานไม่น้อย เมื่อมีการหาอาสาสมัครเข้าร่วม "แข่งรับประทานขนมถ้วย" ชิงเงินรางวัล 2,000 บาท ไม่เพียงความสนุกบนเวทีเท่านั้น ภายในงานยังจัดให้มีการแสดงนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาอาหารไทยแต่ละท้องถิ่น การสาธิตทำอาหารไทยจากวิทยาลัยอาชีวะศึกษา จังหวัดชลบุรี และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" ให้ผู้ที่สนใจเดินเยี่ยมชมตลอดงาน วิสุทธิ วิทยฐานกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า "โครงการนี้ นับเป็นกิจกรรมที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนทั่วประเทศ ด้วยใบสมัครจำนวนมากที่ส่งเข้ามาในแต่ละภูมิภาค รวมถึงการแข่งขันในวันนี้ และภาคอื่นๆ ที่ยังเปิดรับสมัครอยู่ทั้งในภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังส่งใบสมัครกันเข้ามาเป็นระยะ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของประชาชนทุกคนที่ร่วมสืบสานภูมิปัญญาอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในกลุ่มคนไทย และชาวต่างประเทศไปพร้อมๆ กัน" ภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันในทุกประเภท และได้รับผลตัดสินจากคณะกรรมการเป็นที่เรียบร้อยในช่วงท้ายงาน ปรากฎว่า ผลการตัดสินประกวดแข่งขันทั้ง 3 ประเภท โดยประเภทประชาชนทั่วไปที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ขจีรัศม์ ฟักฉิม ในสูตรอาหาร ขนมจีนนวคุณ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ อาทิตยา สมุทธคชมินทร์ ในสูตรอาหาร ข้าวหมกกุ้ง+ธัญพืช รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ขวัญใจ ล่วงพ้น ในสูตรอาหาร ขนมจีนราดหน้า รางวัลชมเชย ได้แก่ นงค์นุช สมปักษ์ ในสูตรอาหาร ไหมลายมณี และรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ กมลพรรณ สายเจริญ ในสูตรอาหาร มะระน้ำแดง ประเภทร้านอาหาร รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ร้านอาหารลอกอ ในสูตรอาหาร ต้มยำขลุกขลิกสมุนไพรปลาม้วน รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ร้านอาหารครัวร่มไม้ ในสูตรอาหาร ข้าวผัดสมุนไพรร่มไม้ รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ร้านอาหารไฮไลท์ ในสูตรอาหาร บางแสนสไปซี่ รางวัลชมเชย ได้แก่ ร้านตังเก ในสูตรอาหาร น้ำพริกไข่ปู และรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ ร้านวิเชียร ในสูตรอาหาร แกงคั่วไก่บ้านย่างใส่หัวและหน่อกระทือราดข้าว ประเภทภัตตาคาร/โรงแรม รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงแรมสินสยาม รีสอร์ต ในสูตรอาหาร ยำสมุนไพร รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงแรม ซัน บีม พัทยา ในสูตรอาหาร ผัดท้าวพันตากับพระยาพันวัง รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ภัตตาคารแม่ศรีเรือน ในสูตรอาหาร สลัดสองสหายสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก รางวัลชมเชย ได้แก่ โรงแรมอมารี รีสอร์ต ออคิด ในสูตรอาหาร สามสหายออกศึก และรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ ภัตตาคารทะเลซีฟู้ด บ้านอำเภอ ในสูตรอาหาร ยำเนื้อปู โดยผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภท จะได้รับถ้วยรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 8,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท และรางวัลชมเชย 1 รางวัล ได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 2,000 บาท และผลิตภัณฑ์ที่ระลึกจากน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น และผลิตภัณฑ์ตราเกษตร ที่มอบให้ผู้เข้ารอบตัดสินทุกท่าน นอกจากนี้ ผู้ชนะเลิศในระดับภาคของทุกประเภทจะเป็นตัวแทนชิงความเป็นสุดยอดฝีมืออาหารจานเดียวในการแข่งขันระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมของรางวัลรวมมูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาท ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2545 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0-2332-8555 ผกาพรรณ ทองน้อย ต่อ 113 นฤมล แสงระ ต่อ 129 รัชนี อุ่นจิตต์ ต่อ 128--จบ-- -ศน-

ข่าว กระทรวงสาธารณ ล่าสุด