(ต่อ1) บทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง PHONE BOOTH - newswit

กรุงเทพฯ--28 ต.ค.--Twentieth Century Fox นักแสดง โคลิน ฟาร์เรล (สตู เชฟเฟิร์ด) ได้รับเสียงชื่นชมและวิจารณ์อย่างท่วมท้นจากหนังของรีเจนซี่ เรื่อง "Tigerland" โดยการกำกับการแสดงของ โจเอล ชูมัคเกอร์ และจัดจำหน่ายโดย ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ เรื่องราวเกี่ยวกับกองทหารอเมริกันที่ถูกนำตัวไปยังป่าดงพงไพรแห่งหลุยส์เซียน่า เมื่อปี 1971 เพื่อเล่นเกมสงครามฝึกรับมือกับการถูกส่งไปยังเวียดนาม ภาพยนต์เรื่อง "Tigerland" ถ่ายทำทั้งเรื่องในโลเกชั่นกองทัพในแคนาดา งานเรื่องต่อมาของฟาร์เรล คือบทเจสซี เจมส์ ในหนังของวอร์เนอร์บราเดอร์ส เรื่อง "American Outlaws" เมื่อต้นปีนี้ เขาได้แสดงร่วมกับบรูซ วิลลิส ใน "Harts War" ของ MGM ซึ่งกำกับการแสดงโดยเกรกอรี่ ฮอบลิต ("Frequency") และงานหนังทุ่มทุนเรื่องราวสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งฟาร์เรลรับบท เชลยสงคราม ผู้ซึ่งสำเร็จปริญญาด้านกฎหมาย ซึ่งปกป้องนายทหารผิวดำ ที่ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมว่าเป็นฆาตกรในค่ายนักโทษเยอรมัน เมื่อซัมเมอร์นี้ ฟาร์เรลแสดงร่วมกับทอม ครูซ ในงานหนังของสตีเวน สปีลเบิร์ก เรื่อง "Minority Report" ซึ่งจัดจำหน่ายโดยทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ และดรีมเวิร์กส พิกเจอร์ส เขาเพิ่งเสร็จจากการถ่ายทำเรื่อง "Daredevil" ให้กับรีเจนซี เอ็นเตอร์ไพรซ์ และทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ เค้าโครงเรื่องอิงจากหนังสือการ์ตูน แสดงร่วมกับเบน อัฟเฟล็ค และฟาร์เรลยังได้แสดงใน "Bullseye" เป็นมือสังหารผู้แม่นปืน และเพิ่งเริ่มการทำงานในเรื่อง "SWAT" และที่กำลังจะออกฉายคือเรื่อง "The Farm" กับอัล ปาชิโน เรื่องของเจ้าหน้าที่ซีไอเอ เคลย์ตัน (ฟาร์เรล) ในค่ายฝึกซึ่งมีมือเก่าอย่าง วอลเตอร์ เบิร์ก (ปาชิโน) ผู้สั่งสอนให้เขารู้จักกับกฎและเกม เจมส์ตั้งคำถามเกี่ยวกับหน้าที่ของเขา และตั้งใจจะ "ล้างมือ" เขากลับถูกกำหนดให้ทำหน้าที่พิเศษ ฟาร์เรลเกิดและเติบโตที่คาสเซิลร็อค ในไอร์แลนด์ เขาเป็นบุตรชายของอดีตนักฟุตบอล เอมอน ฟาร์เรล และหลานชายของทอมมี่ ฟาร์เรล ทั้งเอมอน และทอมมี่ ฟาร์เรล เคยเป็นนักเตะให้กับไอริชฟุตบอลคลับ, แชมร็อค โรเวอร์ส ในปี 1960 ความใฝ่ฝันในวัยรุ่นของฟาร์เรล เขามีความตั้งใจที่จะเดินตามรอยเท้าของพ่อและลุงของเขา อย่างไรก็ตาม เขาได้เบนความสนใจไปยังอาชีพการแสดง เมื่อเข้าเรียนที่ Gaity School of Drama ในดับลิน ก่อนจบการศึกษาจากที่นั่นเขาได้รับบทนำในมินิซีรี่ส์ของ เดิร์ด เพอเซล เรื่อง "Falling for a Dancer" งานแสดงในซีรี่ส์ของ BBC เรื่อง "Ballykissangel" และนอกจากนั้น ยังมีผลงานในภาพยนต์กำกับการแสดงเรื่องแรกของทิม ร็อธ ใน "The War Zone" ซึ่งตามมาติดๆ และผลงานล่าสุด ในหนังแกงค์สเตอร์ของ ธาเดียส โอ ซุลลิแวน เรื่อง "Ordinary Decent Criminal" ร่วมแสดงกับ เควิน สเปซีย์ ในเรื่องนี้เขาแสดงเป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดของกลุ่มอันธพาลของสเปซี่ย์ ซึงเขาได้รับการแนะนำโดยสเปซี่ย์ผู้ได้เห็นการแสดงของโคลินในเรื่อง "In a Little World Of Our Own" ที่ Donmar Warehouse ในลอนดอน ฟอเรสท์ วิทเทคเกอร์ (ผู้กองเรมี่) เป็นหนึ่งในบรรดานักแสดง/ผู้กำกับ/ผู้อำนวยการสร้าง ที่มีชื่อเสียงแห่งฮอลลีวู้ด ผู้เคยแสดงความสามารถมากมายไว้ในบทบาทที่แตกต่างกัน ในปีนี้เขาจะทั้งแสดงและสร้างภาพยนต์มากมายหลายเรื่องที่ผู้ชมตั้งตาคอย เพิ่งเสร็จจากงานเรื่อง "Fourth Angel" แอ็คชั่นระทึกขวัญเนื้อเรื่องเกิดขึ้นในลอนดอน ร่วมกับเจเรมี ไอออนส์ ซึ่งจะฉายรอบปฐมทัศน์ทาง Showtime ต้นปี 2003 ในช่วงใบไม้ร่วงปีนี้ เขาจะทำงานกำกับหนังเรื่อง "Selling Time" ให้กับทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ เมื่อเร็วๆ นี้ เพิ่งแสดง และอำนวยการบริหารให้กับเรื่อง "Green Dragon" งานภาพยนต์เรื่องแรกของบริษัทมัลติมีเดียของเขา Spirit Dance Entertainment ก่อนหน้านั้น เขาได้แสดงในหนังจากการกำกับของ เดวิด ฟินเชอร์ "The Panic Room" ของโคลัมเบีย พิกเจอร์ส ร่วมกับโจดี้ ฟอสเตอร์ และดไวท์ โยอากัม และหนังสั้นของเขาเรื่อง "John Henry" ออกฉายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ให้กับ Black History Month ร่วมกับหนังของดิสนีย์ ชุดปีเตอร์แพน "Never Neverland" เขายังอำนวยการสร้าง "Door to Door" นำแสดงโดยบิล เมซี่ ให้กับ TNT ภายใต้ Spirit Dance Banner ในปี 2000 วิทเทคเกอร์รับบทนำเป็นวิญญานแกงค์สเตอร์ ใน "Ghost Dog: The Way of the Samurai" ซึ่งกำกับการแสดงโดยจิม จามุช ภาพยนต์ออกฉายรอบปฐมทัศน์ใน The 1999 Toronto Film Festival และได้รับเสียงวิจารณ์แย่างมาก เรื่อง "Ghost Dog" ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Independent Spirit Award - Best Feature ในปี 1988 วิทเทคเกอร์ได้รับขนานนามเป็น Best Actor แห่ง The Cannes Film Festival จากการรับบทเจ้าพ่อเพลงแจ๊ซแห่งตำนาน ชาร์ลี ปาร์กเกอร์ ในหนังของคลินท์ อีสต์วู้ด เรื่อง "Bird" บทบาทนี้ทำให้เขาได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำอีกด้วย วิทเทคเกอร์มีชื่อเสียงขจรขจายจากการรับบท 'จูดี้' ตัวประกันซึ่งเป็นทหารอังกฤษ ในหนังของนีล จอร์แดน เรื่อง "The Crying Game" ทางโทรทัศน์ วิทเทคเกอร์ยังถูกเสนอชื่อชิงรางวัล จากการแสดงหนังต้นฉบับของ Showtime เรื่อง "Last Light" กำกับการแสดงโดย ไคเฟอร์ ซุทเธอร์แลนด์ เขายังได้แสดงในหนังของ HB0 เรื่อง "Criminal Justice" ซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล CableAce และเรื่อง "The Enemy Within" ซึ่งได้รับเสนอชื่อชิงรางวัล Screen Actor's Guild วิทเทคเกอร์ยังอำนวยการบริหารหนังของแอน ไรซ์ เรื่อง "Feast of All Saints" ให้ Showtime ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขายังมี "Witness Protection" ของ HBO, "Light It Up," "Phenomenon," กับจอห์น ทราโวลต้า, "Species," "Smoke," หนังของโรเบิร์ต อัลท์แมนเรื่อง "Ready to Wear, "Jason's Lyric," "Platoon," "Good Morning Vietnam," "Consenting Adults," "Stakeout," "The Color of Money," "Johnny Handsome," "Downtown," "Diary of a Hit Man," "Body Snatchers," "Vision Quest" และ "Fast Times at Ridgemont High" ผลงานกำกับการแสดงเรื่องแรกของวิทเทคเกอร์ที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น และกลายเป็นหนังฮิตระดับบ็อกซ์ออฟฟิซ เรื่อง "Waiting to Exhale" ให้กับทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ นำแสดงโดย แอนเจล่า บาสเซ็ท, วิทนีย์ ฮูสตัน, เลลา โรชอน และโลเร็ตต้า ดีไวน์ เขามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากงานกำกับหนังครั้งแรก ในหนังปี 1993 ของ HBO เรื่อง "Strapped" ซึ่งเขาได้รับรางวัลทรงเกียรติ "Best New Director" จาก Toronto Film Festival ผลงานเรื่องสุดท้ายคือของทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ เรื่อง "Hope Floats" นำแสดงโดยซานดรา บูลล็อค บริษัทมัลติมีเดียของวิทเทคเกอร์ Spirit Dance Entertainment ซึ่งผลิตทั้งผลงานภาพยนต์ หนังโทรทัศน์ และงานมิวสิควิดีโอ Spirit Dance Entertainment มีสำนักงานทั้งในอเมริกาและอังกฤษ Spirit Dance สาขาลอนดอน, SD4UK ทำงานร่วมกับ FilmFour ให้คำปรึกษาผู้สร้างภาพยนต์ผิวสี และชาวเอเซีย วิทเทคเกอร์จะกำกับและอำนวยการสร้างภาพยนต์อีกหลายเรื่อง ภายใต้ข้อตกลงระหว่างบริษัทกับทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ รวมทั้งงานภายใต้ข้อตกลงกับ HBO สำหรับงานทางโทรทัศน์ เขายังทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรการกุศล และยังเป็นคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ของ Penny Lane องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือกับเด็กวัยรุ่นที่ถูกลวนลามทางเพศ รวมทั้ง 4-D All-Stars ซึ่งเป็นโปรแกรมคำแนะนำกับเด็กวัยรุ่น รวมทั้ง The Watts Cinema Project แคที่ โฮล์มส ( พาเมลา แมคแฟดเดน) เกิดและเติบโตที่โทเลโด รัฐโอไฮโอ เริ่มต้นแสดงละครเมื่อครั้งอยู่โรงเรียนมัธยม แต่ไม่คิดว่าเธอมีโอกาสที่จะหลายเป็นนักแสดงมืออาชีพหากยังอยู่ในมิดเวสท์ โชคชะตาผันแปรไป และในขณะที่ร่วมงานเดินแบบและงานแสดงระดับชาติที่นิวยอร์ค ซิตี้ เธอได้พบกับผู้จัดการ ที่ชักนำให้เธอเข้ามายังลอส แอนเจลิสเพื่อทดสอบงานทางโทรทัศน์ เธอได้รับบท "โจอี้" ในเรื่องฮิตขณะนั้นของ WB ใน "Dawson's Creek" ร่วมแสดงกับเจมส์ แวน เดอ บีค, โจชัว แจ็คสัน และมิเชล วิลเลี่ยมส์ รายการได้รับความนิยมอย่างมากในปีแรก และเป็นรายการที่มีเรตติ้งสูงสุดของเน็ตเวิร์ค ถ่ายทำที่วิลมิงตัน นอร์ธคาโรไลน่า และ เพิ่งเริ่มถ่ายทำงานสำหรับปีที่ห้า เธอเพิ่งเสร็จสิ้นจากการถ่ายทำงานหนังอิสระ เรื่อง "Pieces of April" ซึ่งแสดงร่วมกับชอน แพทริค โธมัส และ "Singing Detectives" กับเมล กิบสัน และโรเนิร์ต ดาวนี่ จูเนียร์ และก่อนหน้านั้นยังมีผลงานในหนังของแซม ไรมี่เรื่อง "The Gift" กับเคท บลันเช็ท, คีอานุ รีฟส์, เกรก คินเนียร์ และฮิลลารี่ สแวงค์ และหนังของเคอร์ติส แฮนสัน เรื่อง "Wonder Boys" กับไมเคิล ดักกลาส, ฟรานเซส แมคเดอแมน, โรเบิร์ต ดาวนี่ จูเนียร์ และโทบี้ แมกไกวร์ ผลงานภาพยนต์อื่นๆ ของเธอยังรวมถึงงานของอั้ง ลี่ เรื่อง "The Ice Storm", งานของดั๊ก ลิแมน เรื่อง "Go", หนังของเควิน วิลเลียมสัน เรื่อง "Teaching Miss Tingle" และผลงานระทึกขวัญ "Disturbing Behavior" และผลงานที่มีให้ชมเร็วๆ นี้ คืองานระทึกขวัญ เรื่อง "Abandon" ซึ่งเธอแสดงร่วมกับ เบนจามิน แบรต เรด้า มิทเชล (เคลลี่ เชฟเฟิร์ด) เป็นที่รู้จักดีจากผลงานเรื่อง "Pitch Black," "High Art," "Love & Other Catastrophes" รวมทั้งหนังที่ได้รับรางวัล Independent Spirit Award อย่าง "Everything Put Together" มิทเชลกำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทำหนังของมิราแมกซ์ เรื่อง "Neverland" กำกับการแสดงโดยมาร์ค ฟอสเตอร์ ("Monster's Ball") ซึ่งเธอรับบทภรรยาของจอห์นนี่ เดพ หนังสร้างจากเรื่องจริงของเจมส์ เอ็ม แบบี่ ผู้สร้างของ "Peter Pan" ผลิตโดย FilmColony และ Key Light Entertainment มิทเชลเพิ่งเสร็จงานสร้างในออสเตรเลีย กับหนังของผู้กำกับริชาร์ด แฟรงคลิน ("Brilliant Lies") เรื่อง "Visitors" ในเรื่องมิทเชลรับบท เกรเกอรี่ เพอซี่ ผผู้หญิงคนแรกที่ล่องเรือรอบโลกด้วยตนเองเพียงลำพัง และเนื่องจากความเวิ้งว้างที่ได้พานพบ เธอจึงเสียสติไปอย่างช้าๆ และเชื่อว่าตนเองได้พบกับ "ผู้มาเยือน" ระหว่างการเดินทาง เป็นหนังจากการสร้างของ Bayside Pictures ผลงานอื่นๆ ที่จะตามาได้แก่ : หนังของ Screen Gems เรื่อง "Shearer's Breakfast" กับแบรี่ วัตสัน, โจช ลูคา และเควิน แอนเดอสัน; งานหนังอิสระเรื่อง "I Fought the Law" กับไคเฟอ ซุทเธอแลนด์ และแอนโธนี ลาแพคเลีย; และ "Nobody's Baby" กับแกรี่ โอลด์แมน และสกีช อุลริช ซึ่งฉายรอบปฐมทัศน์ที่ 2001 Sundance Film Festival เมื่อปีกลาย มิทเชลได้รับบทเคียงคู่กับแฮงค์ อซาเรีย, ลีลี โซบีสกี้ และโดนัลด์ ซุทเธอร์แลนด์ ในผลงานกำกับของจอน แอฟเน็ท มินิซีรี่ส์ความยาวสี่ชั่วโมง เกี่ยวกับนักสู้ชาวยิวในเรื่องของชนกลุ่มน้อยในกรุงวอร์ซอร์ "Uprising" มิทเชลยังได้ร่วมแสดงในงานฮิตระดับบ็อกซ์ออฟฟิซ เรื่อง "Pitch Black" กับวิน ดีเซล และโคล เฮาเซอร์ ผลงานของเธอใน "Everything Put Together" ซึ่งฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Sundance Film Festival ปี 2000 ส่งชื่อเสียงเธอให้เป็นที่รู้จัก ภาพยนต์เรื่องนี้ยังเป็นผลงานอำนวยการสร้างของเธอร่วมกับชอน เฟิส์ท และกำกับการแสดงโดยมาร์ค ฟอร์สเตอร์ ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล 2001 Independent Spirit Award - Best Feature Under $500,000 เธอยังได้ฝากผลงานควรแก่การทรงจำไว้ในบท ซิด ผู้ช่วยบรรณาธิการซึ่งตกหลุมรักกับช่างภาพติดยา ตัวละครของแอลลี่ ชีดดี้ ในงานดราม่าเลื่องชื่อของลิซ่า โคลเดนโก้ เรื่อง "High Art" บทบาทในหนังโรแมนติค คอมเมดี้ของเอ็มม่า-เคท โครแกน เรื่อง "Love and Other Catastrophes" ซึ่งได้รับคำชมทั้งที่คานส์ และ Sundance Film Festival เธอยังได้ร่วมแสดงใน "Cowboys and Angels" ซึ่งฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Los Angeles Film Festival กับมิอา คริชเนอร์ และอดัม ทรีส เกิดและเติบโตในเมลเบิร์น ออสเตรเลีย มิทเชลเริ่มอาชีพการแสดงในขณะที่ยังเรียนมัธยม ต่อมาเริ่มทำงานทางโทรทัศน์ และภาพยนต์ในออสเตรเลีย ภาพยนต์เรื่องแรกที่ได้เข้ายัง Sundance Film Festival คือ "The Sleeping Beauties" และขณะนี้พำนักอยู่ในลอส แอนเจลิส ไคเฟอร์ ซุทเธอร์แลนด์ (ผู้โทร.เข้ามา) ขณะนี้กำลังแสดงให้กับหนังดราม่าเรื่องดังของฟอกซ์ "24" ซึ่งได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ - Best Actor in a Drama Series และได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลเอ็มมี่ - Best Actor in a Drama Series ซึ่งมีกำหนดออกฉายเป็นปีที่สองในเดือนตุลาคม เมื่อปีที่แล้ว ซุทเธอร์แลนด์ได้สร้างผลงานให้กับ Showtime ใน "Red Door" กำกัลการแสดงโดยแมเทีย คาเรล และ "Paradise Found" กำกับการแสดงโดยมาริโอ แอนเดรียซชิโอ ซึ่งเขารับบทศิลปินอิมเพรสชั่นนิสท์ชื่อดังของโลก พอล โกแกง (ยังมีต่อ) -ศน-

ข่าวล่าสุด