ต้อนรับเรือเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุดสู่ยูนิไทย - newswit

กรุงเทพฯ--11 ต.ค.--Milan Crosse Partners บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นบริษัทไทยที่มีมาตรฐานระดับสากลทางด้านอู่ซ่อมเรือ และงานวิศวกรรมโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ ได้ประกาศต้อนรับการเข้ามาของเรือเดินสมุทร P and O Nedlloyd "Repluse Bay" ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สู่อู่ของยูนิไทย โดยจะเริ่มซ่อมบำรุงเครื่องยนต์และอื่นๆ ในวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2545 ใช้ระยะเวลาปฏิบัติการ 11 วัน การเข้ามาของเรือเดินสมุทรลำนี้ นับเป็นงานสำคัญอีกงานหนึ่งของบริษัทฯ ซึ่งปัจจุบันมีอู่ลอยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าถึง 2 อู่ อู่ที่ 1 "กาญจณิการ์" ได้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2536 และอู่ที่ 2 "ชมพูภูคา" ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการจนถึงปัจจุบัน อู่ทั้งสองได้รองรับเรือเดินสมุทรมาแล้ว 62 ลำ น้ำหนักโดยรวมประมาณ 1,200,000 ล้านตัน(GRT) ขนาดใหญ่ที่สุด 77,085 (GRT), ยาวที่สุด 292 เมตร, กว้างที่สุด 42 เมตร และสูงที่สุด 38 เมตรมาแล้ว ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2535 เรือ P&O Nedlloyd จาก Solvang ASA, MOL และ Columbia Shipmanagement เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นลูกค้าประจำของยูนิไทยฯ แหลมฉบัง บริษัท ยูนิไทยชิปยาร์ด แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้ดำเนินงานในธุรกิจหลัก 3 ประเภท ตั้งอยู่ในพื้นที่ 312 ไร่ บริเวณเขตพื้นที่ท่าเรือน้ำลึกของท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งมีพื้นที่ด้านหน้าติดทะเล ฝ่ายแปรรูปเหล็กโครงสร้างขนาดใหญ่ของบรัษัทฯ มีกำลังการผลิต 10,000 ตัน ต่อปี โดยผลิตเหล็กสำหรับโครงสร้างขนาดใหญ่สำหรับลูกค้ารายหลักๆในต่างประเทศเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซ และอุตสาหกรรมเคมี โครงสร้างที่เสร็จสมบูรณ์จะถูกนำส่งทางเรือถึงมือลูกค้าที่อยู่ในประเทศต่างๆ กว่า 20 ประเทศ ตั้งแต่อเมริกาเหนือจรดใต้ ตะวันออกกลาง ยุโรป อินเดีย และอีกส่วนใหญ่ในตะวันออกเฉียงใต้ สำรับกลุ่มลูกค้าชั้นนำที่ต้องการมาตรฐานทางด้านการผลิต คุณภาพ และความปลอดภัยสูงสุด ฝ่ายซ่อมเรือของยูนิไทยฯ มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในทุกด้าน เช่น ด้านเครื่องกลเรือ ตัวเรือ ไฟฟ้า และผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมทำระบบต่างๆ จาก 19 ประเทศทั่วโลก โดยได้รับการรับรองความพึงพอใจสูงสุดในผลงานของบริษัทฯ จากเจ้าของเรือ และผู้จัดการเรือจาก อเมริกา นอร์เวย์ ถึง ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ที่แหลมฉบัง ยูนิไทยได้มีการประสานความร่วมมือกับบริษัทระดับสากลหลายแห่งในส่วนของงานผลิตแท่นขุดเจาะน้ำมันในเขตพื้นที่ชายฝั่งกว่า 10แท่น น้ำหนักระหว่าง 360 ถึง 450 ตัน ที่จะเสร็จสมบูรณ์ในปีนี้ และนำไปติดตั้งในอ่าวไทยในระดับความลึก 80 เมตร ในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกอยู่ในสภาวะไม่แน่นอน แต่ยูนิไทยยังสามารถเพิ่มงานในทุกส่วนเพิ่มขึ้นได้ และยังมีส่วนในการส่งเสริมเศรษฐกิจไทยโดยการจ้างบุคลากรกว่า 1,450 คน รวมทั้งพนักงานจากบริษัทผู้รับเหมาอีก 400 คน นอกจากนั้น รายได้กว่า 90% ที่เข้าสู่กลุ่มบริษัทยูนิไทยนั้นเป็นเงิน ยู.เอส. ดอลล่าร์ ถือเป็นส่วนสำคัญในการนำเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทย การปฏิบัติงานของยูนิไทยได้คำนึงถึงด้านความปลอดภัย คุณภาพ และสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ในปี 2543 ปัจจุบันกำลังทำการขอรับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ด้านความปลอดภัยยูนิไทยเพิ่งจัดให้มีงานสัปดาห์ความปลอดภัยเพื่อฉลองสถิติความปลอดภัยที่บรรลุชั่วโมงทำงาน 2,400,000 ชั่วโมง โดยไม่มีอุบัติเหตุ ของตลอดปีที่ผ่านมา ในอนาคต 3 ฝ่ายหลักจะขยายตัวออกไปอีกและเน้นการพัฒนาผลการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพื่อผลทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เช่น - เพิ่มความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมของไทยและศักยภาพด้านเทคนิค - การใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ของไทย - การสร้างโอกาสการจ้างงานเพิ่มขึ้น - นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นเงินตราต่างประเทศ - การพัฒนาการเติบโตทางเศรษฐกิจสู่อีสเทริ์น ซีบอร์ด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: คุณภาภรณ์ เทพรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์กร ยูนิไทย กรุ๊ป โทร. 02-254-8400 ต่อ 202 แฟ็กซ์. 02-255-1155 E-mail: [email protected] www.unithaigroup.com-- จบ-- -ศน-

ข่าว ตลอดปี ล่าสุด