กทม. ขอเชิญร่วมงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปิยมหาราช ยิ่งใหญ่ 7 วัน 7 คืน 21 - 27 ต.ค.นี้ - newswit

กรุงเทพฯ--15 ต.ค.--กทม. เมื่อวานนี้ (14 ต.ค.45) เวลา 13.30 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองราชธานี 220 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 21 -27 ตุลาคม 2545 ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) โดยมีนางณฐนนท ทวีสิน ปลัดกรุงเทพมหานคร นายสุทธิชัย ทรรศนสฤษดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าว ภายหลังการแถลงข่าว นายณรงค์ สมบูรณ์ศักดิ์กุล ประธานคณะ 23 ตุลามหาราชพร้อมคณะ ได้มอบภาพพระบรมรูปทรงม้า ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานคร และรองปลัดกรุงเทพมหานคร จากนั้นเป็นการแสดงตอนหนึ่งจากบทละครพระราชนิพนธ์ เรื่อง "เงาะป่า" โดยกรมศิลปากร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองราชธานี 220 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ปี 2545 เป็นปีแห่งการฉลองราชธานี 220 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานครจึงจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ ทั้ง 9 รัชกาลแห่งบรมราชจักรีวงศ์ ในวันสำคัญของพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ ที่ทรงปกครองประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองมาจนปัจจุบัน เนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2545 กรุงเทพมหานครกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ฉลองราชธานี 220 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 21 - 27 ตุลาคม 2545 ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ตลอดจนมูลนิธิต่างๆ พร้อมใจกันร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ตลอด 7 วัน 7 คืน เพื่อร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระปิยมหาราช จากรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จวบจนยุคสมัยปัจจุบัน นับเป็นเวลากว่า 100 ปี มาแล้ว แต่ประชาชนชาวไทยทั้งปวง ก็ยังคงรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีต่อประเทศชาติ พระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ของพระองค์ท่านได้นำประเทศไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน และได้ทรงใช้พระปรีชาสามารถนำสยามประเทศผ่านพ้นวิกฤติการณ์ต่าง ๆ จนเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่รอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของตะวันตก ทำให้ชาวไทยได้ภาคภูมิใจในเอกราชมาจนถึงทุกวันนี้ ในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่กทม.ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้น ตลอด 7 วัน 7 คืนนี้ ประชาชนและอนุชนรุ่นหลังจะได้ทราบถึงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านอย่างครบถ้วน หลายหน่วยงานพร้อมใจจัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ และของดี 75 จังหวัด สำหรับกิจกรรมสำคัญของงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ประกอบด้วย นิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งหลายหน่วยงานพร้อมใจกันจัดขึ้น เพื่อให้คนรุ่นหลังและประชาชนทั่วไปได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเรียนรู้เกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่ทรงวางรากฐานความเจริญให้กับประเทศชาติเป็นอเนกอนันต์ โดยหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านการไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ การไปรษณีย์โทรเลข การรถไฟ จะมาแสดงนิทรรศการให้เห็นถึงวิวัฒนาการความเจริญ นับเมื่อครั้งสมัยที่พระองค์ทรงริเริ่มจัดตั้ง ซึ่งนำความสะดวกสบายมาสู่ปวงชนชาวไทยจนทุกวันนี้ นอกจากนี้อีกหลายหน่วยงาน เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ โรงพยาบาลศิริราช กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ รวมทั้ง กองทัพบก ฯลฯ ซึ่งพระองค์ท่านทรงริเริ่มจัดตั้งขึ้นก็จะมาร่วมแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจในงานนี้ด้วย ทั้งนี้จะเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการตลอด 7 วัน ตั้งแต่ เวลา 15.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม 45 เป็นต้นไป ณ บริเวณสนามเสือป่า ส่วนผู้ที่สนใจจะศึกษาการแต่งกายสมัยรัชกาลที่ 5 ก็สามารถเข้าชมนิทรรศการภาพถ่ายและการแต่งกาย ซึ่งนอกจากจะมีการแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน รวมทั้งภาพถ่ายโบราณที่หาดูที่ไหนได้ยากแล้ว บริเวณนี้ยังจัดให้บริการถ่ายภาพทั้งชาย - หญิง ด้วยชุดแต่งกายที่สวยงามตามแบบสมัยรัชกาลที่ 5 มีการสาธิตและจำหน่ายสินค้า "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" จาก 75 จังหวัดทั่วประเทศ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ "ของดีชุมชน" จาก 50 เขตทั่วกรุงเทพฯให้ชมและเลือกซื้อตลอดทั้ง 7 วัน อีกด้วย 23 ต.ค.นี้ ชม "การแสดงจินตภาพ แสงสีเสียง เทิดบูชามหาปิยะปิตุยาตราจริยวัตร เกริกเกียรติกษัตริย์ไทย" ส่วนที่ 2 ของงานฯ คือ การบรรยายพิเศษและกิจกรรมการแสดงบนเวที โดยวันอังคารที่ 22 ต.ค. 45 เวลา 17.00-18.00 น. ศาสตราจารย์พิเศษ ทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา ผู้เคยดำรงตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร จะบรรยายพิเศษเรื่อง "พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" ณ ห้องประชุมพระราชวังดุสิต สนามเสือป่า ส่วนการแสดงบนเวทีจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ชม ได้แก่ "การแสดงจินตภาพ แสงสีเสียง เทิดบูชามหาปิยะปิตุยาตรา จริยวัตร เกริกเกียรติกษัตริย์ไทย" แสง สี เสียง ซึ่งจะจัดแสดงในคืนวันพุธที่ 23 ต.ค.45 เวลา 19.00 น. ณ บริเวณหน้าพระที่นั่ง อนันตสมาคม การแสดงละครบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง "เงาะป่า" โดยกรมศิลปากร อำนวยการแสดงโดย อ.สถาพร นิยมทอง และกำกับการแสดงโดย อิงอร ศรีสัตบุษย์ ซึ่งจะเปิดให้แขกผู้มีเกียรติและคณะทูตานุทูตชมในวันอังคารที่ 22 ต.ค.45 และเปิดสำหรับประชาชนทั่วไปในวันเสาร์ที่ 26 ต.ค.45 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมพระราชวังดุสิต มหรสพย้อนยุครัตนโกสินทร์ 220 ปี ปิดท้ายด้วยการประกวดแต่งกายสมัยรัชกาลที่ 5 นอกจากนี้ยังมีมหรสพย้อนยุครัตนโกสินทร์ 220 ปี บริเวณเวทีกลางแจ้งสนามเสือป่า ให้ชมตั้งแต่วันที่ 24 -27 ต.ค.45 โดยวันที่ 24 ต.ค.45 จะมีการบรรเลงดนตรีโดยวงดนตรีไทยประยุกต์ การฉายภาพยนตร์เงียบ ในสมัยรัชกาลที่ 5 - รัชกาลที่ 7 ประกอบการบรรเลงดนตรีไทย ดนตรีฝรั่ง และแตรวงฝรั่ง ภาพยนตร์ที่จะจัดฉาย คือ ภาพยนตร์ของลูมิแอร์, ภาพยนตร์สารคดี, ภาพยนตร์ เรื่อง "แหวนวิศษ" และเรื่อง "ช้าง" การแสดงบทละครพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 5 เรื่อง "นิทราชาคริต" โดยศิลปินแห่งชาติ อ.สุดจิตต์ ดุริยประณีต วันที่ 25 ต.ค.45 มีการแสดงกาพย์เห่เรือ และเห่ชมนก เห่ชมนาง และการแสดงพื้นบ้านต่างๆ วันที่ 27 ต.ค.45 มีการแสดงอาวุธไทยโบราณ กระบี่ กระบอง การแสดงแตรวงฝรั่ง การแสดงดนตรีไทยสากลและขับร้องเพลงในอดีต โดย นายวันชาติ เหล่างาม และวงดนตรียูนิตี้ ละครร้องเรื่อง "ตุ๊กตายอดรัก" ประกอบดนตรีบรรเลง และละครนอกเรื่อง "แก้วหน้าม้า" โดยศิลปิน แห่งชาติ ส่วนในวันที่ 27 ต.ค.45 นั้น นอกจากจะมีการแสดงมหรสพสมโภชรัตนโกสินทร์ 220 ปี แล้ว ที่เวทีกลางแจ้ง สนามเสือป่า ยังมีการแสดงลีลาศย้อนยุคแสดงประกอบดนตรีสตริง และการประกวดแต่งกายย้อนยุคในรุ่นอายุ 16-25 ปี และรุ่นอายุ 50 ปีขึ้นไป อีกด้วย ร่วมสวดมนต์ถวายพระพรพระพุทธเจ้าหลวงของปวงไทย กิจกรรมอีกส่วนหนึ่งของงาน คือ การสวดมนต์ถวายพระพรและพิธีบวงสรวง โดยในคืนวันที่ 21 ต.ค. เวลา 19.00 น. จะมีพิธีสวดมนต์ปัญจมราชูทิสนคาถา โดยพระสงฆ์จากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม จำนวน 57 รูป ทั้งนี้บทสวดดังกล่าวเป็นบทสวดถวายพระพรรัชกาลที่ 5 ซึ่งจะมีเฉพาะพระวัดเบญจมบพิตรฯ เท่านั้นที่สามารถสวดบทนี้ได้ จากนั้นคณะอาจารย์โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตดุสิต จำนวน 70 คน จะสวดทำนองสรภัญญะคำแปลปัญจมราชูทิสนคาถา นอกจากนี้ในคืนวันที่ 24 ต.ค.45 เวลา 19.00 น. จะมีการสวดมนต์เฉลิมพระเกียรติ โดยกลุ่มประชาคมพระลานพระราชวังดุสิตวันพฤหัสบดี และชมรมสวดพระคาถาชินบัญชร ณ บริเวณด้านหน้าพระบรมราชานุสรณ์(พระบรมรูปทรงม้า) ส่วนพิธีบวงสรวงและน้อมรำลึกสมเด็จพระปิยมหาราช จะมีขึ้นในวันที่ 23 ต.ค.45 เวลา 20.35 น. เป็นต้นไป โดยกทม.ร่วมกับ คณะ 23 ตุลามหาราช จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะเป็นประธานจุดเทียนถวายเครื่องบวงสรวงและถวายบายศรีสักการะ นายชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้อ่านคำถวายราชสดุดี ทั้งนี้ผู้ร่วมพิธีจะต้องแต่งกายชุดสีขาว และภายหลังพิธีบวงสรวงจะมีการแจกภาพพระบรมรูปทรงม้าพร้อมพระคาถาพระพุทธเจ้าหลวง จำนวน 20,000 ภาพ และข้าวสารปลุกเสกในพิธีบวงสรวง จำนวน 30,000 ซองด้วย สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่จะนำเครื่องสักการะบูชา เครื่องบวงสรวงสังเวยมาร่วมพิธีในครั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการจัดงานฯ นายจักรพันธ์ วรอาคาร โทรศัพท์หมายเลข 0-2892-0541-2 หรือ 0-2892-0525 -34 ต่อ 111 , 112 โทรศัพท์มือถือ 0-1827-3291 กทม. ขอความร่วมมือผู้มาร่วมกิจกรรมในงาน โปรดใช้รถโดยสารประจำทางหรือรถแท็กซี่ สำหรับผู้ที่มาร่วมงานโดยใช้รถยนต์ สามารถจอดรถได้ที่บริเวณหน้ารัฐสภา ถนนนครปฐม ถนนราชดำเนินนอก (คู่ขนานทั้ง 2 ฝั่ง) ลานจอดรถสหกรณ์พัฒนา จำกัด (ถนนศรีอยุธยา) และสวนอัมพร โอกาสนี้กรุงเทพมหานครขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือร่วมใจในการจัดงานครั้งนี้อย่างดียิ่ง ทั้งกระทรวง ทบวง กรม สถาบัน องค์กร รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานกำเนิด จังหวัดทุกจังหวัดที่มาร่วมแสดงผลิตภัณฑ์ชุมชน ตลอดจนกลุ่มประชาคมและชมรมต่าง ๆ ที่พร้อมใจกันมาร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 7 วัน 7 คืน และขอเชิญชวนประชาชน เยาวชน สถาบันการศึกษาต่างๆ ไปร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ เพื่อร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมภาคภูมิใจที่ประเทศไทยมี พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถ พร้อมด้วยทศพิธราชธรรม จนปวงชนชาวไทยพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญานามว่า สมเด็จพระปิยมหาราช ซึ่งหมายถึง พระราชาผู้เป็นที่รักของประชาชน--จบ-- -นห-

ข่าว ภาคภูมิใจ ล่าสุด