อย.เข้ม บุกตรวจแหล่งผลิตยาสัตว์ผิดกฎหมาย จับดำเนินคดีทันที - newswit
กรุงเทพฯ--2 ต.ค.--อย. อย.ลุยนำทีมเฉพาะกิจตรวจค้นสถานที่เก็บยาผิดกฎหมายที่ไม่ได้ขออนุญาตจาก อย.2 รายซ้อน ย่านสมุทรสาคร พบยาสัตว์ที่นำไปเลี้ยงในกุ้งและอาหารสัตว์จำนวนมาก จึงยึดของกลางไว้ และส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ภญ.ระวีวรรณ ปรีดีสนิท รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2545 ได้นำทีมเฉพาะกิจของ อย.เข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย 2 แห่ง คือ บ้านเลขที่ 132 ซ.วิภาวดี 20 ถ.วิภาวดี แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เนื่องจากสืบเสาะจนพบว่า เป็นแหล่งเก็บยาสัตว์ที่ผิดกฏหมาย ได้แก่ ยาสำหรับสัตว์จำพวกกุ้ง ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 12 รายการ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบฝาขวด ขวดเปล่า กล่องเปล่า และฉลากที่ผิดกฎหมาย จำนวน 9 รายการอีกด้วย และในวันเดียวกัน ได้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 35/58 ม.2 ถ.บางบอน-สมุทรสาคร ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พบยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับสำหรับสัตว์น้ำจำพวกกุ้ง จำนวน 18 รายการ และเภสัชเคมีภัณฑ์ จำนวน 9 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท จึงได้แจ้งดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดทั้ง 2 ราย ในข้อหาผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และข้อหาผลิตและขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อประกอบผลการดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดทั้ง 2 รายต่อไป รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายฝากไปถึงผู้ผลิต ผู้จำหน่ายยาและเภสัชเคมีภัณฑ์ ว่าขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสารตกค้างในเนื้อสัตว์ให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข โดย อย. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือกันปราบปรามออกตรวจค้นแหล่งที่น่าสงสัยอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอต่อไป หากตรวจพบจะดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการรายนั้นอย่างเข้มงวดถึงที่สุด ตำรับยาใหม่ที่มีการจัดทำฉลากมาตรฐานและเป็นตำรับยาที่เคยขึ้นทะเบียนไว้เแล้ว จะใช้เวลาในการขึ้นทะเบียน 33 วัน ส่วนกรณีที่ไม่ตรงตามฉลากมาตรฐาน จะต้องเสนอการศึกษาวิจัยให้ อย.พิจารณาอนุมัติ เมื่อสรุปผลการศึกษาได้แล้ว จึงยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยา โดยจะจัดความสำคัญในการพิจารณาให้เป็นอันดับแรก สำหรับกรณีการแก้ไขทะเบียนตำรับยาสำหรับสัตว์บกที่มีทะเบียนอยู่แล้ว แต่ขอเพิ่มข้อบ่งใช้ในสัตว์น้ำตามรูปแบบฉลากมาตรฐาน จะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จภายใน 5 วันทำการ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังมีโครงการสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยเพื่อเพิ่มยาใหม่ โดยจะอำนวยความสะดวกในการศึกษาวิจัย เพื่อให้สามารถขึ้นทะเบียนตำรับยาได้โดยเร็ว รวมทั้งยังได้มอบหมายให้ อย.พิจารณาตรวจสอบยาที่ทางโคเด็กซ์ หรือโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ FAO/WHO (Codex) อนุญาตให้ใช้ในสัตว์เพื่อการบริโภค และมีความปลอดภัยเพียงพอมาศึกษาเพิ่มเติม และรับขึ้นทะเบียนตำรับยา เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์นำไปใช้ ตลอดจนได้มอบให้ อย.ประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลยาสัตว์ที่ใช้ได้ให้เกษตรกรทราบโดยทั่วกันด้วย การดำเนินการปรับระบบการรับขึ้นทะเบียนตำรับยาสำหรับสัตว์ให้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์นี้เป็นหนึ่งในหลายๆ มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาสารตกค้างในเนื้อสัตว์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัย และเพื่อประโยชน์ด้านการส่งออก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีความตั้งใจและจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาให้ทุกฝ่าย ดังนั้น ขอให้ทั้งผู้ประกอบการผลิต ขาย หรือนำเข้ายาสำหรับสัตว์ และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เข้ามาร่วมกันเป็นฟันเฟืองในการผลักดันให้การแก้ไขปัญหาสารตกค้างในเนื้อสัตว์ลุล่วงไปด้วยดี เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวในที่สุด--จบ-- -สว/นห-