แพทยสภาเร่งปลูกฝังจริยธรรมนิสิตแพทย์ลดปัญหาการร้องเรียน - newswit
กรุงเทพฯ--2 ต.ค.--สธ. แพทยสภาเปิดเผยตั้งแต่ปี 2531 ถึง 2544 มีเรื่องร้องเรียนแพทย์ทั้งหมด 1,246 เรื่อง มีแพทย์ถูกฟ้องร้องและถูกลงโทษประมาณปีละ 500 คน ส่วนเรื่องร้องเรียนมากที่สุดคือเรื่องไม่รักษามาตรฐานจำนวน 630 เรื่อง เตรียมมาตรการเชิงรุกปลูกฝังจริยธรรมนิสิตแพทย์ น.พ.ประมวล วีรุตมเสน เลขาธิการแพทยสภา กล่าวในที่ประชุมวิชาการเพื่อส่งเสริมจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทยสภาประจำปี 2545 ว่า ที่ผ่านมาแพทย์เผชิญปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งปัญหาเชิงจริยธรรมมากขึ้น เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้แพทย์ต้องทบทวนและพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวโน้มของระบบสุขภาพในอนาคตด้วย โดยตั้งแต่ปี 2531 ถึง 2544 ผู้ใช้บริการสุขภาพมีเรื่องร้องเรียนแพทย์ทั้งหมด 1,246 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่องที่ทราบว่าแพทย์เป็นผู้ถูกฟ้องร้องและถูกลงโทษประมาณปีละ 500 คน กลุ่มแพทย์ที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 31-50 ปี โดยความผิดที่ได้รับการร้องเรียน 5 อันดับแรกได้แก่ ไม่รักษามาตรฐานจำนวนมากที่สุด 630 เรื่อง รองลงมาเกี่ยวกับการโฆษณาการประกอบวิชาชีพ 95 เรื่อง ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยสิ้นเปลือง 179 เรื่อง ดำรงตนโดยไม่เคารพกฎหมาย 144 เรื่อง และออกใบรับรองแพทย์เท็จ 98 เรื่อง ทั้งหมดนี้ที่ประชุมแพทยสภาได้พิจารณายกข้อกล่าวหา 151 ราย ลงโทษตักเตือน 239 ภาคทัณฑ์ 130 ราย พักใช้ใบอนุญาต 113 ราย เพิกถอนใบอนุญาต 6 ราย เนื่องจากทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ 2 ราย ไม่รักษามาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 ราย ให้ค่าตอบแทนในการรับส่งผู้ป่วย 1 ราย และความผิดในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม 1 ราย "อย่างไรก็ตามในเรื่องการแก้ไขความผิดใน 5 เรื่องที่เกิดขึ้น แพทยสภาจะเข้มงวดเพื่อช่วยการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะประเด็นของการออกใบรับรองแพทย์อันเป็นเท็จ หากพบจะดำเนินการพักใช้ใบอนุญาตทันทีและแพทยสภายังมีนโยบายมาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมจริยธรรมที่ดีในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่นร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ต่าง ๆ ปลูกฝังจริยธรรมแก่นิสิตแพทย์ เลือกสรรแพทย์ดีเด่นทางจริยธรรมเพื่อให้เป็นบุคคลต้นแบบของแพทย์" นายแพทย์ประมวลกล่าว ดังนั้นบทบาทของแพทย์ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม จึงไม่ใช่มุ่งรักษาโรคแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจให้เกิดขึ้น เพราะมีความสำคัญเท่า ๆกับความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และผู้ป่วยซึ่งให้ความนับถือ ศรัทธาและไว้ใจมากกว่าที่จะเป็นความสัมพันธ์เชิงกฎหมายหรือเชิงพันธะสัญญา เพราะผลการวิจัยจำนวนมากชี้ผลตรงกันว่า ผู้ป่วยหรือญาติจะให้ความไว้วางใจต่อแพทย์ก็ต่อเมื่อแพทย์นั้น ๆ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ป่วย ร่วมรับรู้ รับฟัง เข้าใจ เห็นใจ และแบ่งปันน้ำใจให้กับปัญหาความทุกข์กายและใจที่ผู้ป่วยกำลังประสบอยู่ แพทยสภามั่นใจต่อบุคลากรแพทย์ทุกท่านที่ยึดมั่นต่อจิตสำนึกของความเป็นแพทย์ที่มีต่อประชาชน ยังมีความเอื้ออาทรต่อผู้ป่วยและประชาชนโดยส่วนรวม เลขาธิการแพทยสภากล่าวในตอนท้าย--จบ-- -ตม-