สธ.รายงานสถานการณ์อุทกภัยการช่วยเหลือด้านสาธารณสุข 8 ต.ค.45 - newswit.com
กรุงเทพฯ--9 ต.ค.--สธ. 1. สภาพอากาศ 1.1 กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2545 เวลา 04.00 น. ดังนี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ในระยะแรก ต่อจากนั้นฝนจะลดลงกับจะเริ่มมีอากาศเย็นและมีหมอกบางในตอนเช้า ส่วนร่องความกดอากาศต่ำยังคงพาดผ่านภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวรวมทั้งกรุงเทพมหานครมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในที่ราบเชิงเขา และที่ลุ่มในบางพื้นที่ 1.2 ศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กรมชลประทาน สรุปสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันที่ 8 ตุลาคม 2545 1. ปริมาณน้ำและระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.นครสวรรค์ - ปริมาณน้ำ 3,606 ลบ.ม./วินาที น้อยกว่าวันก่อน 74 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 40 ซม. ลดลงจากวันก่อน 5 ซม. สภาพน้ำท่วม น้ำท่วมทั่วไประหว่าง 50 - 100 ซม. แนวโน้ม ระดับน้ำลดลงประมาณวันละ 5 ซม. 2. ปริมาณน้ำและระดับน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ปริมาณน้ำ 3,885 ลบ.ม./วินาที มากกว่าวันก่อน ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 75 ซม. สูงกว่าวันก่อน 2 ซม. แนวโน้ม ระดับน้ำทรงตัว 3. ระดับน้ำที่จ.สิงห์บุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.20 ม. สูงเท่ากับวันก่อน สภาพน้ำท่วม มีน้ำท่วมล้นตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่ อ.อินทร์บุรี ลงมา ซึ่งท่วมอยู่ระหว่างคันกั้นน้ำของกรมชลประทานทั้งสองฝั่ง สูงระหว่าง 1 - 1.5 ม. อย่างไรก็ตาม ในเขตเทศบาล ระดับน้ำยังต่ำกว่าหลังคันพนังกั้นน้ำประมาณ 10 ซม. แนวโน้มระดับจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ภายใน 1 - 2 วันนี้ จากนั้นจะทรงตัว 4. ระดับน้ำที่ จ.อ่างทอง ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 75 ซม. เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 1 เซนติเมตร สภาพน้ำท่วม มีน้ำล้นตลิ่งทั้งสองฝั่ง เช่นเดียวกับที่ท่วมในเขต จ.สิงห์บุรี ตั้งแต่ อ.ไชโย อ.เมือง อ.ป่าโมก และเกิดสภาพน้ำล้นคันกั้นน้ำชลประทานทางฝั่งตะวันออก ในเขต อ.เมือง และ อ.ป่าโมก น้ำหลากไปท่วมขังพื้นที่ทำนาของเกษตรกรในเขต อ.เมือง อ.ป่าโมก อ.บางปะหัน และ อ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 200,000 ไร่ แนวโน้ม ระดับน้ำท่วมจะลดลงเล็กน้อย วันละ 1 - 2 ซม. 5. ระดับน้ำที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 10 ซม. ลดลงจากวันก่อน 4 ซม. สภาพน้ำท่วม มีน้ำไหลหลากท่วมคันกั้นน้ำของกรมชลประทานฝั่งตะวันตก เข้าไปท่วมพื้นที่นาในเขต อ.เสนา อ.ผักไห่ ประมาณ 100,000 ไร่ ส่วนในเขตเทศบาล ระดับน้ำยังต่ำกว่าระดับคันป้องกัน ประมาณ 30 – 50 ซม. แนวโน้มระดับน้ำท่วมลดลงเล็กน้อย ประมาณวันละ 1 - 2 ซม. 6. ระดับน้ำในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล - ระดับน้ำจะสูงต่ำตามช่วงน้ำทะเลหนุน โดยในระยะนี้น้ำทะเลจะหนุนในช่วงเช้า ระหว่าง 08.00 - 10.00 น. โดยระดับน้ำจะล้นสูงกว่าระดับตลิ่งประมาณ 30 – 50ซม. แต่จะต่ำกว่าระดับหลังพนังกั้นน้ำของ กทม. ปทุมธานี และนนทบุรี ระหว่าง 20 - 40 ซม. 7. ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนพระรามหก - เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้ปรับลดการระบายน้ำจากวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร (350 ลบ.ม./วินาที) เป็น 29 ล้านลูกบาศก์เมตร (340 ลบ.ม./วินาที) ในวันนี้ เขื่อนพระรามหก ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ ประมาณ 230 ลบ.ม./วินาที ลดลงจากวันก่อน 36 ลบ.ม./วินาที ซึ่งลดการระบายลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว 8. ปริมาณน้ำที่ส่งเข้าทุ่งฝั่งตะวันตก และตะวันออก รวมทั้งเข้าคลองระพีพัฒน์ ผ่านคลอง 14 สามารถผันได้ประมาณร้อยละ 15 ของประมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยปริมาณน้ำที่ผันได้จำนวนนี้ จำทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ต่ำลงประมาณ 5 - 10 ซม. ที่เขื่อนเจ้าพระยา 2.พื้นที่ประสบภัยและความเสียหาย 2.1 ภาคเหนือ 1.) นครสวรรค์ 8 อำเภอ 2 เทศบาล 54 ตำบล 376 หมู่บ้าน - น้ำเหนือไหลบ่าล้นตลิ่งจากแม่น้ำยม แม่น้ำปิง แม่น้ำเจ้าพระยา น้ำท่วมบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ราษฏรได้รับความเดือดร้อน 39,349 ครอบครัว 153,490 คน มีผู้เสียชีวิต รวม 5 ราย บาดเจ็บ 2,782 ราย (สาหัส 29 ราย เล็กน้อย 2,753 ราย ) - สถานีอนามัย 29 แห่ง ( 6 อำเภอ ) ระดับน้ำสูงประมาณ 80 ซม. น้ำท่วมห้องเก็บของ พื้นชั้นล่าง ความเสียหายระหว่างสำรวจ 2.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1.) อุบลราชธานี 17 อำเภอ 5 กิ่งอำเภอ 2 เทศบาล - สถานการณ์ปัจจุบัน ขณะนี้มีน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฏรและพื้นที่การเกษตร อพยพราษฏร 4,903 ครัวเรือน, มีราษฏรเสียชีวิตทั้งสิ้น 7 ราย โรงเรียนในสังกัด สปจ.อุบลราชธานี ปิดการเรียนการสอน 21 แห่ง, หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดในพื้นที่ อ.วารินชำราบ 3 ตำบล 6 หมู่บ้าน (ราษฏรได้รับผลกระทบ 806 ครัวเรือน) แนวโน้มสถานการณ์ ระดับน้ำทุกสายในพื้นที่เริ่มลดลง ระดับน้ำในแม่น้ำมูลลดลง คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น 2.) ขอนแก่น 7 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ 20 ตำบล 79 หมู่บ้าน - ในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น มีหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือนราษฏร 7 ตำบล 35 หมู่บ้าน 2 ชุมชน อพยพไปอยู่ ณ จุดพักอพยพ 12 หมู่บ้าน ระดับน้ำที่ท่วมขังลดลงเล็กน้อย เนื่องจากน้ำไหลลงสู่ตอนล่างได้ช้า และปัจจุบันน้ำที่ท่วมขังได้เริ่มเน่าเสีย สำหรับที่ อ.น้ำพอง มีหมู่บ้านที่ยังประสบอุทกภัยเนื่องจาก น้ำพองเอ่อล้นตลิ่ง 4 ตำบล 15 หมู่บ้าน ระดับน้ำลดลงอย่าง ต่อเนื่อง จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นรวม 9 ราย แนวโน้มสถานการณ์ สถานการณ์น้ำในลำน้ำพองและน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ราษฏรในเขตเทศ -บาลนครขอนแก่น ที่อาศัยอยู่จุดพักพิงชั่วคราวที่ทางราชการจัดให้เริ่มอพยพกลับสู่ภูมิลำเนาแล้วแต่น้ำในลำน้ำชีระลอกใหม่จากพื้นที่ต้นน้ำกำลังไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดขอนแก่น คาดว่าจะประสบสถานการณ์อุทกภัยต่อไป 3.) กาฬสินธุ์ 3 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ - อ.กมลาไสย น้ำท่วมบ้านเรือนราษฏร 726 หลัง, มีราษฏร ชีวิตรวม 4 ราย แนวโน้มสถานการณ์ คาดว่าระดับน้ำจะลดระดับลงเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 2-3 สัปดาห์ 4.) มหาสารคาม 4 อำเภอ 40 ตำบล 363 หมู่บ้าน - สถานการณ์ทั่วไป แม่น้ำชียังคงมีระดับเพิ่มขึ้น และได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มตามแนวริมแม่น้ำและลำห้วยสาขาในพื้นที่หลายอำเภอเป็นบริเวณกว้าง, มีผู้เสียชีวิตรวม 10 ราย แนวโน้มสถานการณ์ แม่น้ำชียังคงมีระดับเพิ่มสูงขึ้นคาดว่าจะมีพื้นที่ลุ่มถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างต่อไป 5.) ร้อยเอ็ด 6 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ 29 ตำบล 108 หมู่บ้าน - บ้านเรือนราษฏรถูกน้ำท่วมรวม 5,629 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรและสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหาย แนวโน้มสถานการณ์ ระดับน้ำในลำน้ำชีแน้วโน้มลดระดับลงเนื่องจากระดับน้ำจากแม่น้ำตอนบนลดลง และเขื่อนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่นลดปริมาณการระบายน้ำลง 6.) ยโสธร 9 อำเภอ 66 ตำบล 399 หมู่บ้าน - ระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลดลง และคลี่คลายตามลำดับ แนวโน้มสถานการณ์ ระดับน้ำที่ท่วมขังลดลง ระดับน้ำใน ลุ่มน้ำต่างๆ ลดลง 7.) ศรีสะเกษ 20 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ 107 ตำบล 511 หมู่บ้าน - น้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฏร พื้นที่การเกษตรและเส้นทางคมนาคมในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ยังมีน้ำท่วมขังบริเวณชุมชนรวม 9 ชุมชน 8.) สุรินทร์ 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ 87 ตำบล 372 หมู่บ้าน - ราษฏรได้รับความเดือดร้อน 67,128 คน 28,834 ครัวเรือน, มีผู้เสียชีวิตรวม 5 คน แนวโน้มสถานการณ์ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และฝายชลประทาน 20 แห่งลดลง คาดว่าหากไม่มีฝนตกในระยะ 2-3 วัน สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติเร็ววันนี้ 9.) บุรีรัมย์ - ปัจจุบันสถานการณ์เบาบาง น้ำที่ท่วมขังลดลงอีกจากวานนี้ แนวโน้มสถานการณ์ หากระดับน้ำในแม่น้ำมูลไม่เพิ่มสูงขึ้นอีกและไม่มีฝนตกหนักในพื้นที่คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเร็ววัน 10.) นครราชสีมา - ปัจจุบันสถานการณ์เบาบาง อำเภอต่างๆ ที่น้ำท่วมขังลดลง แนวโน้มสถานการณ์ หากระดับน้ำในแม่น้ำมูล และระดับน้ำเขื่อนลำพระเพลิงไม่เพิ่มสูงขึ้นอีก คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเร็ววัน 2.3 ภาคกลาง และภาคตะวันออก 1.) พระนครศรีอยุธยา 15 อำเภอ 127 ตำบล 9 เทศบาล 466 หมู่บ้าน - สถานการณ์ทั่วไประดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย แม่น้ำป่าสัก มีระดับสูงขึ้น น้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนราษฏรที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ราษฏรได้รับความเดือดร้อน 29,070 ครัวเรือน 61,104 คน มีผู้เสียชีวิตรวม 11 คน บาดเจ็บ 164 (สาหัส 1 ราย เล็กน้อย 163 ราย ) - สถานีอนามัย 46 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 5 แห่ง และโรงพยาบาลมหาราช ถูกน้ำท่วมขัง แนวโน้มสถานการณ์ เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มปริมาณการระบายน้ำท้ายเขื่อน 3,860 ลบ.ม./วินาที แต่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ลดปริมาณการระบายน้ำลงอีกเหลือ 265 ลบ.ม./วินาที มีผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักที่ไหลผ่าน อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง อ.พระนครศรีอยุธยา ลดลงต่อเนื่องมาสามวัน เช่นเดียวกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ระดับน้ำน้อยยังมีปริมาณเพิ่มขึ้นอยู่ในเขตพื้นที่ อ.ผักไห่ อ.เสนา 2.) อ่างทอง 5 อำเภอ 32 ตำบล 135 หมู่บ้าน 7 ชุมชน - ราษฏรได้รับความเดือดร้อน 13,321 ครอบครัว 51,638 คน - สถานีอนามัย 7 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 2 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลอ่างทอง ปัจจุบันยังถูกน้ำท่วมขัง พื้นชั้นล่าง บริเวณรอบอาคาร 3.การสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้านการแพทย์และการสาธารณสุข 3.1 ส่วนกลาง 1) จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือปัญหาอุทกภัย กระทรวงสาธารณสุข ขึ้นเป็นการเฉพาะโดยมีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (นายแพทย์จรัล ตฤณวุฒิพงษ์) เป็นประธาน และ แต่งตั้งคณะทำงานช่วยเหลือปัญหาอุทกภัย เพื่อช่วยเหลือดูแลการปฏิบัติงานสนับสนุนช่วยหลือผู้ประสบภัยด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ได้อย่างเหมาะสม รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ 2)สนับสนุนจัดส่งยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยและยาตำราหลวงสำหรับแจกจ่ายช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว 197,660 ชุด เพชรบูรณ์ 30,000 ชุด, สุโขทัย 13,000 ชุด, พิษณุโลก สสจ. 21,000 ชุด/อบจ. 10,000 ชุด ปราจีนบุรี 4,000 ชุด, พิจิตร 33,000 ชุด ศูนย์สุขภาพจิตเขต 8 นครสวรรค์ 2,000 ชุด ศูนย์สุขภาพจิตเขต 10 เชียงใหม่ 3,000 ชุด นครสวรรค์ 15,000 ชุด ยโสธร 5,000 ชุด อุบลราชธานี 5,000 ชุด อุทัยธานี 5,000 ชุด ตาก 3,000 ชุด นครพนม 8,000 ชุด ปทุมธานี สสจ. 5,000 ชุด โรงพยาบาลปทุมธานี 8,000 ชุด สิงห์บุรี 6,500 ชุด เทศบาลนครปากเกร็ด นนทบุรี 2,000 ชุด พระนครศรีอยุธยา สสจ. 5,000 ชุด สสอ.บางไทร 1,000 ชุด อ่างทอง สสจ. 5,000 ชุด โรงพยาบาลอ่างทอง 3,000 ชุด และหมวดการทางสนามบินน้ำ นนทบุรี 100 ชุด หมวดการทางนนทบุรี 60 ชุด ตามที่ได้รับการประสานงานและร้องขอ 3) การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนต่าง ๆ ให้ประชาชนระมัดระวังป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วมและอุบัติเหตุ ที่สำคัญได้แก่ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบทางเดินหายใจ โรคติดต่อทางน้ำ สัตว์มีพิษต่าง ๆ และอุบัติเหตุจากไฟฟ้าช๊อต เป็นต้น 4) ประสานงานโรงพยาบาลศูนย์พุทธชินราช พิษณุโลก ให้การสนับสนุนวัสดุ Sterile อุปกรณ์ Supply ต่างๆ ให้กับโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ที่ได้รับความเสียหายถูกน้ำท่วมอาคารสนับสนุนบริการโรงซักฟอก โรงครัว ห้องกายอุปกรณ์ และโรงเก็บศพ ทำให้อุปกรณ์เครื่องนึ่ง Control Supply ชำรุด 5) ประสานงานกองช่างบำรุง จัดส่งทีมวิศวกร และเจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารไปสนับสนุนช่วยเหลือตรวจสอบ ดูแล เพื่อซ่อมบำรุง อุปกรณ์ครุภัณฑ์ที่เสียหายโดยเร่งด่วนต่อไป ศูนย์ช่างบำรุงที่ 3 นครสวรรค์ ประสานงานโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และโรงพยาบาลหล่มสักซ่อมบำรุงเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ 28 เครื่อง และประสานงานโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน ต่อไปแล้ว และศูนย์ช่างบำรุงที่ 2 ขอนแก่น ประสานการดำเนินงานที่โรงพยาบาลเลย โดยช่วยเหลือป้องกันน้ำเข้าโรงพยาบาลและสูบน้ำฝนออกรวมถึงแนะนำการซ่อมบำรุงดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย 6) ประสานงานกรมอนามัย , ศูนย์อนามัยสิ่งแวดล้อมเขต 2 พิจารณาสนับสนุนสารคลอรีน สารส้ม ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก ร้องขอ 7) ประสานงานกรมอนามัย , ศูนย์อนามัยสิ่งแวดล้อมเขต 6 สนับสนุนติดตั้งระบบประปาสนามใน พื้นที่จังหวัดเลย ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม ตามที่ได้รับการร้องขอ ซึ่งได้สนับสนุนชุดประปาสนาม 1 ชุด พร้อมรถบรรทุกน้ำ และสารคลอรีน ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 6 – 13 กันยายน 2545 สามารถผลิตน้ำสะอาดบริการประชาชนได้ 180 ลูกบาศก์เมตร ขณะนี้การประปาส่วนภูมิภาคผลิตน้ำประปาได้ตามปกติแล้ว 8) ประสานงานกรมอนามัย , ศูนย์อนามัยสิ่งแวดล้อมเขต 9 พิจารณาสนับสนุนถุงดำและสารคลอรีน ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ร้องขอ ซึ่งได้ให้การสนับสนุนถุงดำ จำนวน 200 กิโลกรัม คลอรีน 653.5 กิโลกรัม และสารส้ม 2,350 กิโลกรัม และประสานงานขอรับสนับสนุนชุดประปาสนามตามที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน พิจิตร ร้องขอจากการติดตามผลปรากฏว่าโรงพยาบาลสามารถดำเนินการผลิตน้ำประปาได้ตามปกติจึงยกเลิกการติดตั้งประปาสนามจากศูนย์อนามัยสิ่งแวดล้อมเขต 9 9) ประสานงานกรมอนามัย , ศูนย์อนามัยสิ่งแวดล้อมเขต 8 พิจารณาสนับสนุนสารเคมีคลอรีนสารส้มตามที่จังหวัดนครสวรรค์ข้องขอ 10) ประสานงานกรมควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานควบคุมโรคติดต่อเขต 2 พิจารณา สนับสนุนรองเท้าป้องกันโรค และเวชภัณฑ์ในการป้องกันควบคุมโรคติดต่อ ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายกร้องขอ และพิจารณาสนับสนุนยาหยอดตา ตาที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ร้องขอ 11) ประสานงานกรมควบคุมโรคติดต่อ สำนักควบคุมโรคติดต่อเขต 6 พิจารณาสนับสนุนช่วยเหลือการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดต่อภายหลังน้ำลด เป็นกรณีพิเศษเร่งด่วนตามที่จังหวัดเลยร้องขอ โดยประสานการดำเนินงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอย่างใกล้ชิดต่อไป 12) ประสานงานกรมควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานควบคุมโรคติดต่อเขต 8 พิจารณาสนับสนุนเวชภัณฑ์ในการป้องกันควบคุมโรค ได้แก่ ผงน้ำตาลเกลือแร่ ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ร้องขอ 13) ประสานงานองค์การเภสัชกรรม จัดเตรียมผลิตสำรองยาและเวชภัณฑ์ที่ จำเป็นสำหรับสนับสนุนช่วยเหลือประชาชน ให้เพียงพอ 14) ประสานงานกรมสุขภาพจิต เพื่อให้ศูนย์สุขภาพจิตเขตและโรงพยาบาลจิตเวชในพื้นที่ สนับสนุนช่วยเหลือการรักษาพยาบาลทางด้านร่างกายและจิตใจผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง 15) ประสานงานกรมการแพทย์ โรงพยาบาลในสังกัด จัดส่งรถพยาบาลรวมทั้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือส่งผู้ป่วยจากโรงพยาบาลอ่างทองที่ถูกน้ำท่วมสูงไปยังโรงพยาบาลชุมชนข้างเคียง 3.1.1 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ สนับสนุนการตรวจชันสูตรหาเชื้อโรค 3,483 ตัวอย่าง การตรวจอาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้ 495 ตัวอย่าง การตรวจชันสูตรยืนยันเชื้อ 235 ตัวอย่าง การทดสอบความไวของยาปฏีชีวนะ 155 ตัวอย่าง การสนับสนุนวัสดุวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค ได้แก่ Carry bair 35,154 ขวด Alkaline peptone water 1,150 ขวด TCBS agar 62 ตัวอย่าง SS agar, TSI 1 ตัวอย่าง Polyvalent ager , Ogawa antiserum 1 ขวด Salmonella serovars 20 ตัวอย่าง 0.139 antiserum , Inaba antiserum 1 ขวด น้ำยา Leptospirosis 3,225 ชุด กระดาษซับเลือด 12,050 แผ่น ไม้พันสำลี 15,000 อัน 3.1.2 กรมควบคุมโรคติดต่อ โดยศูนย์ประสานงานทางวิชาการโรคติดต่อ กองโรคติดต่อทั่วไปสำนักงานควบคุมโรคเลปโตสไปโรซีส สำนักงานควบคุมโรคไข้เลือดออก และสำนักงานควบคุมโรคติดต่อเขต ได้รายงานผลการเตรียมพร้อมสำรองยาเวชภัณฑ์ สื่อสุขศึกษา วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในการป้องกันควบคุมโรคติดต่อ ได้แก่ ORS 280,120 ซอง Doxycycline HCL 100 mg. 163,000 เม็ด Norfloxacin 7,500 เม็ด ยาชุดน้ำท่วม 12,500 ชุด ยาตำราหลวง 1,900 ชุด ยาทาแก้กลากเกลื้อน 7,300 ชุด คลอเฟนิรามิน 4 มก. 75,000 เม็ด เซรุ่มแก้พิษงูเห่า 3,800ขวด แก้พิษงูกะปะ 100 ขวด แก้พิษงูแมวเซา 300 ขวด เอกสารแผ่นพับเรื่องโรคอุจจาระร่วง 250 แผ่น โปสเตอร์ 100 แผ่น คู่มือ 200 เล่ม การสนับสนุนรองเท้าป้องกันโรคให้กับจังหวัดต่าง ๆ และสำนักงานควบคุมโรคติดต่อเขตแล้ว 6,700 คู่ และ จัดหาสำรองส่วนกลางเพิ่มเติมอีก 18,000 คู่ ถุงมือ 1,000 คู่ การจัดซื้อสารเคมีเดลต้าเมทริล สำหรับพ่นทำลายยุงหลังน้ำลด 14,500 ลิตร การจัดเตรียมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เฝ้าระวังติดตามการระบาดของโรคติดต่อ และการปฏิบัติงานในพื้นที่เกิดเหตุ โดยประสานงานกับกองระบาดวิทยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานควบคุมโรคติดต่อเขต สำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด การจัดทำประกาศกรมควบคุมโรคติดต่อ แนะนำประชาชนเรื่องการระวังป้องกันโรคติดต่อที่เกิดระหว่างน้ำท่วม และภายหลังน้ำท่วม รวมทั้งวิธีการระวังป้องกัน รักษา ได้แก่ โรคติดต่อของระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคท้องเดินหรือท้องร่วง บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ตับอักเสบ , โรคติดเชื้อทางระบบผิวหนัง เช่น โรคเลปโตสไปโรซีส , โรคติดเชื่อของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด เจ็บคอ หลอดลมอักเสน ปวดอักเสบหรือปวดบวม , โรคไข้เลือดออก, โรคไข้เสมองอักเสบเจอี , โรคเยื่อตาอักเสบหรือตาแดง , โรคน้ำกัดเท้า, อันตรายจากสัตว์มีพิษเช่น งู ตะขาบ แมงป่อง เป็นต้น 3.1.3 กรมสุขภาพจิต ศูนย์สุขภาพจิตเขต และโรงพยาบาลในสังกัด เตรียมพร้อมและสนับสนุน ช่วยเหลือประชาชนด้านการรักษาและฟื้นฟูจิตใจผู้ประสบภัย มีรายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ ทางกาย 8,784 ทางจิต 2,944 ให้คำปรึกษา 453 ส่งต่อ218 3.1.4 กรมอนามัย โดยกองประปาชนบท สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อมศูนย์อนามัยสิ่งแวดล้อมเขต พื้นที่ประสบภัย รายงานผลการเตรียมพร้อมสนับสนุนจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ การจัดเตรียมหน่วยเคลื่อนที่ในการปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการ จัดหาน้ำสะอาด ได้แก่ ชุดปฏิบัติการประปาสนาม การปรับปรุงบ่อน้ำตื้นของประชาชน โดยหน่วยพัฒนาเป่าล้างบ่อ 17 หน่วย การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและประชาสัมพันธ์ และการสนับสนุนอุปกรณ์ สารเคมีต่าง ๆได้แก่ จัดเตรียมชุดประปาสนาม 25 ชุด รถบรรทุกน้ำ30 คันไส้กรองประปาสนาม 2,500 อัน เครื่องสูบน้ำ 144 เครื่อง คลอรีนเม็ด 58,000 เม็ด คลอรีนผง 3,085 กก. สารส้ม 20,270 กก. โซดาไฟ 925 กก. เป็นต้น 3.2 ) ส่วนภูมิภาค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ประสบภัย หน่วยงานสถานบริการรายงานผลการช่วยเหลือประชาชนแล้วดังนี้ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 172,640 (ราย) ให้สุขศึกษา202,150 (ราย) สูบล้างบ่อน้ำ /แจกจ่าย สารเคมี 2,261 (บ่อ) จากการออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการประชาชน พบผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ผื่นคันและน้ำกัดเท้า โรคตาแดงเป็นต้น ได้ดำเนินการรักษาพยาบาล การสอบสวนและควบคุมโรคไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดรุนแรงต่อไป ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือปัญหาอุทกภัย กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ประสบภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักเลขาธิการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน กรมการปกครอง กรมอุตุนิยมวิทยา ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม กระทรวงคมนาคมศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กรมชลประทาน เป็นต้น ศูนย์นเรนทรฯ จะได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากมีรายงานเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป--จบ-- -สส-